Trade & Market

ตอบ

ทางสถาบันอาหารได้ทำการตรวจสอบข้อมูลแล้วคะ ผลที่ได้คือ

ข้อมูลถูกต้องคะ โดยทางเราอ้างอิงข้อมูลจาก : Euromonitor International, February 2016 Tea IN THAILAND. 
      ซึ่งมูลค่าตลาดของปี 2557 เท่ากับ 2,625.6 ล้านบาท และในปี 2558 เท่ากับ 2,742.5 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นจากปี 2557 อยู่ 4.5% และในการแบ่งกลุ่มประเภทชาของทั้ง 2 ปีมีการแบ่งกลุ่มที่เหมือนกันคะ ทางเราใช้ตัวเลขของทุกประเภทชารวมกัน จะได้เป็นมูลค่าตลาดรวมของตลาดชาคะ
      ส่วนประเด็นที่ว่า ส่วนแบ่งในแต่ละยี่ห้อใน Pie Chart มีมูลค่าลดลงทุกตัว มีสาเหตุมาจาก ตลาดชามีการเติบโต โดยมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาเล่นในตลาดนี้เพิ่มมากขึ้น สามารถดูได้จากตัวเลขส่วนแบ่งของยี่ห้ออื่นๆ(ซึ่งเป็นผู้เล่นรายเล็กๆ)เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว จึงสามารถสรุปได้ว่า ยี่ห้อใน Pie Chart ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่และเป็นผู้นำในตลาดชา โดนแย่งส่วนแบ่งตลาดจากผู้เล่นรายเล็กที่เข้ามาใหม่ จึงส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของผู้นำตลาดมีสัดส่วนที่ลดลงคะ 
 
หากลูกค้าสงสัยข้อมูลส่วนไหนเพิ่มเติม สามารถโทรสอบถามได้นะคะ ทางเรายินดีให้บริการคะ และต้องขอขอบคุณลูกค้าเป็นอย่างที่ให้ความสนใจในส่วนแบ่งการตลาดชุดนี้

ตอบ

ความหมายของตลาดวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น ได้รวมถึงผลิตภัณฑ์ ดังนี้

          1.1 vitamins

-      Multivitamins

-      Single Vitamins ได้แก่ Vitamin A, Vitamin B, Vitamin C, Vitamin D, Vitamin E และ Single Vitamins อื่นๆ

          1.2 Dietary Supplements

-      Combination Dietary Supplements

-      Herbal/Traditional Dietary Supplements

-      Combination Herbal/Traditional Dietary Supplements

-      Echinacea

-      Evening Primrose Oil

-      Garlic

-      Ginkgo Biloba

-      Ginseng

-      St John's Wort

-      Other Herbal/Traditional Dietary Supplements

-      Non-Herbal/Traditional Dietary Supplements

-      Co-Enzyme Q10

-      Combination Non-Herbal/Traditional Dietary Supplements

-      Eye Health Supplements

-      Fish Oils/Omega Fatty Acids

-      Glucosamine

-      Minerals

-      Probiotic Supplements

-      Protein Supplements

-      Other Non-Herbal/Traditional Dietary Supplements

1.3 Paediatric Vitamins and Dietary Supplements

1.4 Tonics and Bottled Nutritive Drinks

1.5 Supplement Nutrition Drinks

ส่วนมูลค่าตลาดนั้น ทางเรานำข้อมูลมาจาก Euromonitor คะ ซึ่งถ้าหากลูกค้าต้องการเอกสารอ้างอิงฉบับเต็ม ลูกค้าสามารถสมัครเป็นสมาชิกของ Food Intelligence Center ของทางสถาบันอาหารได้คะ

 

ตอบ

ตอบ นิยามอาหารกลุ่ม Health and Wellness ค่ะ

 
1. Naturally Healthy  อาหารจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยมาก เน้นถึงคุณค่าของสารอาหารที่ได้จากธรรมชาติที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์นั้นๆ
 
2. Fortifield / Functional  อาหารฟังก์ชั่นนัล  เป็นอาหารที่มีการเพิ่มหรือเติมคุณประโยชน์เข้าไปในอาหารให้มากยิ่งขึ้น
 
3. Better For You อาหารที่ดีสำหรับผู้บริโภค  เป็นอาหารที่มีการลดปริมาณของสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพในขั้นตอนการผลิต เช่น เกลือ น้ำตาล ไขมัน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับผู้บริโค ในขณะที่ยังสามารถคงรสชาติ และรูปลักษณ์ของอาหารไว้ได้ เช่นเดิม
 
4. Organic  อาหารอินทรีย์  เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการตามหลักการเกษตรอินทรีย์ เน้นถึงการปราศจากสารเคมี
 
5. Food Intolerance อาหารสำหรับผู้รับสารอาหารบางชนิดไม่ได้  เช่น อาหารปราศจากกลูเตน  อาหารสำหรับผู้เป็นเบาหวาน
 
ประมาณการณ์มูลค่าตลาดในประเทศไทย ปี 2556
 
Fortified / Functional  95,200 ล้านบาท
Naturally Healthy       46,000 ล้านบาท
Better for you            14,900 ล้านบาท
Food Intolerance            600 ล้านบาท
Organic                         350 ล้านบาท
 
อ้างอิง Euromonitor Internatinal, 2013

ตอบ

ตอบ ข้อมูลตลาดไวน์และแชมเปญ

Sales of Wine by Category : Total Volume 2007-2013 
    Unit :1,000 litres  
  2012 2013*  
Champagne 130.9 130.4  
Red Wine 11,005.6 12,474.2  
Rose' Wine 40.2 42.6  
White Wine 2,526.3 2,704.5  
       
* ข้อมูล 2013 เป็นข้อมูลคาดการณ์ค่ะ  
ที่มา Euromonitor International, 2013  
       
Sales of Wine by Category : Total Value 2007-2013 
    Unit : Bt million  
  2012 2013*  
Champagne 1,368.5 1,381.9  
Red Wine 11,487.5 13,011.8  
Rose' Wine 34.8 36.9  
White Wine 3,813.3 4,088.6  
       
* ข้อมูล 2013 เป็นข้อมูลคาดการณ์ค่ะ  
ที่มา Euromonitor International, 2013

ตอบ

ตอบ แนะนำให้เข้าไปดูงานวิจัย Benchmarking อุตสาหกรรมซูริมิใน ฐานงานวิจัยของ FIC ตาม link นี้ค่ะ ซึ่งจะมีข้อมูลพื้นฐานอุตสาหกรรมอยู่ค่ะ ส่วนตัวเลขราคาทางเราไม่ได้รวบรวมไว้ อาจจะต้องรบกวนให้ติดต่อขอข้อมูลไปที่สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ค่ะ ส่วนสถิติการส่งออกนำเข้าของไทยสามารถ upadate ได้จากฐานสถิติของ FIC ค่ะ

http://fic.nfi.or.th/index.php/research/nfi-research/823-2011-12-25-12-33-38

ตอบ

ตอบ ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหารขอให้ข้อมูลตามที่สอบถาม ดังนี้ค่ะ

1. มูลค่าตลาดค้าปลีกปลา/อาหารทะเล กระป๋อง ในประเทศไทยปี 2554 อยู่ที่ 4,818.8 ล้านบาท
2. ส่วนแบ่งทางการตลาดปลา/อาหารทะเล กระป๋องของแต่ละยี่ห้อ (Market Share) ในปี 2553 (ข้อมูลล่าสุด)
อันดับ 1 Hi-Q ร้อยละ 27.6 
อันดับ 2 Royal Food ร้อยละ 20.6
3. อัตราการเติบโตของมูลค่าตลาดปลา/อาหารทะเลกระป๋อง ปี 2554 คิดเป็นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ตอบ

ตอบ ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ขอให้ข้อมูลเท่าที่ศูนย์ฯ มีข้อมูล ดังนี้ค่ะ

มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลือง (Naturally Healthy Soy Product) ปี 2553 อยู่ที่ 11,660.9 ล้านบาท 

สำหรับมูลค่าตลาดเต้าหู้ ทางศูนย์ฯ ยังไม่มีการจัดเก็บสถิติในรายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไว้ค่ะ (แต่มีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างไรนั้นหากมีความจำเป็นในข้อมูลดังกล่าว สามารถขอรับบริการจัดทำข้อมูลตามความต้องการของลูกค้า (Make to order) โดยสามารถติดต่อสอบถาม และ/หรือขอรับบริการศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ได้ที่ "คุณดุจเดือน บุญสม" โทร. 02-8868088 ต่อ 3121

ตอบ

ตอบ ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ขอให้ข้อมูลตามที่สอบถามมาดังนี้ค่ะ

 1. ปี 2553 มูลค่ารวมของตลาดประมาณการณ์อยู่ที่ 667 พันล้านบาท
 2. อัตราการเติบโตขยายตัวในปี 2553 อยู่ที่ร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับปีก่อน
 3. จำนวนร้านในปี 2553 มีประมาณ 128,000 ร้าน โดย "ร้านอาหารริมทาง" มีจำนวนเป็นอันดับ 1

ตอบ

ตอบ

ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหารขอให้ข้อมูล "ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่แช่แข็งในประเทศไทย" ดังนี้ค่ะ

1. อัตราการเติบโตของมูลค่าตลาดฯ ปี 2554 ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 3.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน

2. มูลค่าตลาดเบเกอรี่แช่แข็งในประเทศไทย ปี 2554 อยู่ที่ 410.6 ล้านบาท

ตอบ

ตอบ สินค้าตาม Post market หมายถึง สินค้าที่ออกสู่ตลาดหรือวางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว คำนี้ใช้ตามสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้แก่
 - ระบบ Pre market เป็นระบบก่อนออกสู่ตลาด : ซึ่งหมายถึงสินค้าต้องมีการยื่นขออนุญาตสถานที่ผลิต ขอแสดงฉลาก  ฯลฯ ก่อนวางจำหน่ายได้ 
- ระบบ Post market เป็นระบบตรวจติดตามสินค้าหลังอนุญาตให้วางจำหน่ายแล้ว เช่น การสุ่มตรวจคุณภาพ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ฯลฯ

ตอบ

ตอบ

1. ตลาดอาหารเสริม (Vitamins &  Dietary supplements) ในประเทศไทย

ปี 2554 มูลค่าตลาดค้าปลีกอยู่ที่ 33 พันล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.5 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

2. ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้บริโภค (Health & Wellness food )ในประเทศไทย

ปี 2554 มูลค่าตลาดค้าปลีกอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ตอบ

ตอบ

1. อาหารแปรรูปแช่เย็น

- มูลค่าตลาดค้าปลีกในประเทศไทย ปี 2554 คือ 1,725 ล้านบาท

- ส่วนแบ่งตลาด 3 อันดับแรก ในปี 2553 ได้แก่ 1) CP ร้อยละ 39.9  2) TGM 24.7  และ 3) Belucky  ร้อยละ 16.8 ของมูลค่าค้าปลีกอาหารแปรรูปแช่เย็นในประเทศทั้งหมด

2. อาหารแปรรูปแช่แข็ง

- มูลค่าตลาดค้าปลีกในประเทศไทย ปี 2554 คือ 11,205 ล้านบาท

- ส่วนแบ่งตลาด ปี 2553 ของผู้นำตลาด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) Ezy Go ร้อยละ 13.3   2)  S&P ร้อยละ 12.8 และ 3) สุรพล ร้อยละ 11.9 ของมูลค่าค้าปลีกอาหารแปรรูปแช่แข็งในประเทศทั้งหมด

หมายเหตุ : ส่วนแบ่งตลาดฯ ข้อมูลล่าสุดที่มีจะเป็นปี 2553 ค่ะ

ตอบ

ตอบ

ส่วนแบ่งทางการตลาดของน้ำดื่มแต่ละยี่ห้อในปี 2554  (สถาบันอาหารมีข้อมูลล่าสุดถึงปี 2554 เท่านั้นค่ะ)

อันดับ 1 น้ำดื่มสิงห์ ของ บ.บุญรอด ส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 18.8 ของมูลค่าค่าปลีกน้ำดื่มบรรจุขวดทั้งหมด

อันดับ 2 น้ำดื่มคริสตัล ของ บ.เสริมสุข ร้อยละ 13.1

อันดับ 3 น้ำดื่มเนสเล่ ของ บ.เนสเล่ (ไทย) ร้อยละ 10.3

อันดับ 4 น้ำดื่มไทยน้ำทิพย์ ของ บ.ไทยเพียว ร้อยละ 9.6

อันดับ 5 น้ำดื่มมิเน่เร่ ของ บ.เนสเล่ ร้อยละ 7

ตอบ

ตอบ ตามกฎหมายประเทศสิงคโปร์ (Food Regulation 2005) สี Ponceau 4R ต้องใช้ตามปริมาณและชนิดอาหารตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากไม่ได้อนุญาตสำหรับใช้กับอาหารทุกชนิด

ตอบ

ตอบ การนำเข้า casing หากเป็นไส้ธรรมชาติต้องติดต่อขออนุญาตที่กรมปศุสัตว์ ปัจจุบันไม่อนุญาตให้นำเข้าไส้สดจากประเทศจีนค่ะ
สำหรับไส้เทียมขออนุญาตนำเข้าผ่านระบบของ อย. โดยสามารถดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์

http://www2.fda.moph.go.th/consumer/step/st_index.htm

ตอบ

ตอบ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แบ่งอุตสาหกรรมอาหารออกเป็น 12 ประเภท ดังนี้คือ 
1. เนื้อและผลิตภัณฑ์ 
2. ผลิตภัณฑ์ประมง 
3. ผักและผลไม้ 
4. ธัญพืชและผลิตภัณฑ์ 
5. นมและผลิตภัณฑ์ 
6. น้ำตาลและขนมหวาน 
7. เครื่องเทศ เครื่องปรุงรส 
8. เครื่องดื่ม 
9. ชา กาแฟ โกโก้ 
10. น้ำมันและไขมัน 
11. อาหารสัตว์ 
12. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอื่นๆ

ตอบ

ตอบ GMP (Good Manufacturing Practice) หมายถึง หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร ซึ่งเป็นเกณฑ์หรือข้อกำหนดขั้นพื้นฐานที่จำเป็นในการผลิตและควบคุม เพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามและทำให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย โดยเน้นการป้องกันและขจัดความเสี่ยงใด ๆ ที่จะทำให้อาหารเป็นพิษ เป็นอันตรายหรือเกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค โดยครอบคลุมปัจจัยทุกด้านที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่โครงสร้างอาคารขั้นพื้นฐาน ระบบการผลิตที่ดี กระบวนการผลิตที่มีความปลอดภัยและมีคุณภาพได้มาตรฐานทุกขั้นตอน นับตั้งแต่เริ่มต้นวางแผนการผลิต ระบบควบคุม บันทึกข้อมูล ตรวจสอบและติดตามผลคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างมั่นใจ และ GMP ยังเป็นระบบประกันคุณภาพพื้นฐานก่อนที่จะนำไปสู่ระบบประกันคุณภาพอื่น ๆ ที่สูงกว่าต่อไป เช่น HACCP (Hazards Analysis and Critical Control Points) และ ISO 9000 อีกด้วย 

ข้อกำหนด GMP ที่จะเป็นเกณฑ์บังคับใช้เป็นการปรับปรุงระบบการควบคุมความปลอดภัยที่ผู้ผลิตอาหารจะต้องปฏิบัติตาม โดยจะต้องดำเนินการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในโรงงานผลิต การปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักสุขาภิบาล หลักสุขอนามัยและความสะอาดทั้งในการผลิต และบุคลากรในสายงานผลิตด้วย โดยให้ตระหนักถึงความสะอาด ปลอดภัย มีระเบียบวินัยเพื่อสร้างสุขลักษณะที่ดีในการผลิตเป็นสำคัญ วิธีการผลิตอาหารจะต้องมีการกำหนดวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้นผู้ผลิตจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. สถานที่ตั้งและอาคารผลิต 
2. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต 
3. การควบคุมกระบวนการผลิต
4. การสุขาภิบาล
5. การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด
6. บุคลากรและสุขลักษณะผู้ปฏิบัติงาน

ตอบ

ตอบ HACCP หรือ Hazard Analysis and Critical Control Point คือ ระบบการจัดการคุณภาพด้านความปลอดภัย ซึ่งใช้ในการควบคุมกระบวนการผลิต ให้ได้อาหารที่ปราศจากอันตรายจากเชื้อจุลินทรีย์ สารเคมี และสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ อาทิ เศษแก้ว โลหะ เป็นต้น ปัจจุบัน HACCP ถือเป็นมาตรการสากล ที่ใช้สร้างความมั่นใจ ในอุตสาหกรรมอาหารทั้งโดยผู้ผลิตและผู้บริโภค และได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โครงการมาตรฐานอาหาร FAO / WHO (Codex Alimentarius Commission) จึงได้จัดทำข้อกำหนดหลักการของระบบ HACCP และข้อแนะนำในการนำไปใช้ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ได้นำไปใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร และประเทศไทยได้นำมาประกาศใช้ในประเทศแล้ว 

ระบบ HACCP มีหลักการ 7 ข้อที่ต้องปฏิบัติตามที่ระบุในมาตรฐานระหว่างประเทศ และประเทศสมาชิกได้ยึดถือ เป็นแนวทางประยุกต์ใช้ โดยสอดคล้องกันทั่วโลก ดังนี้ 
1. ดำเนินการวิเคราะห์อันตราย (Conduct a hazard analysis) 
2. หาจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Determine the Critical Control Points (CCPs)) 
3. กำหนดค่าวิกฤต (Establish critical Limit (s)) 
4. กำหนดระบบเพื่อตรวจติดตามการควบคุมจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Establish a system to monitor control of the CCP) 
5. กำหนดวิธีการแก้ไข เมื่อตรวจพบว่าจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง ไม่อยู่ภายใต้การควบคุม (Establish the corrective action to be taken when monitoring indicates that particular CCP is not under control) 
6. กำหนดวิธีการทวนสอบเพื่อยืนยันประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบ HACCP (Establish procedures for verification to confirm that the HACCP system is working effectively) 
7. กำหนดวิธีการจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับวิธีปฏิบัติและบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่เหมาะสมตามหลักการเหล่านี้และการประยุกต์ใช้ (Establish documentation concerning all procedures and records appropriate to these principles and their application)

มาตรฐาน HACCP เป็นมาตรฐานระบบการจัดการด้านความปลอดภัย ของผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องปรุง การผลิต การเก็บรักษา การส่งมอบ และการใช้ผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นให้องค์กร มีการกำหนดมาตรการควบคุมดูแลกระบวนการผลิต เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหา ที่มีผลกระทบ ต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ในการพิจารณาระบบ HACCP มีขั้นตอนที่โรงงานจะต้องจัดทำหลักดังต่อไปนี้ 

ขั้นตอนที่ 1.
ศึกษามาตรฐาน ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหารและคำแนะนำในการนำไปใช้ของ Codex ตาม มอก.7000-2540 Annex to CAC/RCP-1 (1969) Rev. 3 (1997) หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือมาตรฐานระบบ HACCP ของประเทศคู่ค้า 

ขั้นตอนที่ 2.
ประชุมฝ่ายบริหาร เพื่อขอการสนับสนุนในการจัดทำระบบ HACCP จัดตั้งทีมงานจัดทำระบบ HACCP และควบคุมดูแลให้เป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้ 

ขั้นตอนที่ 3.
เลือกผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาจัดทำระบบ HACCP จัดทำรายละเอียดและวิธีการปฏิบัติตามหลักการระบบ HACCP ตรวจพิสูจน์แผน HACCP ที่จัดทำขึ้นก่อนนำไปปฏิบัติ และลงมือปฏิบัติตามแผนที่ได้กำหนดและตรวจพิสูจน์แล้ว 

ขั้นตอนที่ 4.
ทำการทวนสอบระบบ เพื่อตรวจสอบว่าระบบเป็นไปตามแผน และข้อกำหนดตามมาตรฐานโดยได้มีการปฏิบัติ และคงรักษาระบบอย่างเหมาะสม แก้ไขข้อบกพร่องที่มาจากการตรวจติดตามภายใน และปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

ขั้นตอนที่ 5.
ติดต่อหน่วยงานที่ให้การรับรอง และยื่นคำขอ

ตอบ

ตอบ IFS (International Food Standard) เป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นโดยกลุ่มผู้ค้าปลีกในประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศส ใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจติดตามและควบคุมการผลิตอาหารให้ได้คุณภาพด้านความปลอดภัย โดยตัวมาตรฐานครอบคลุม 5 เรื่อง ได้แก่ 
1. ระบบบริหารคุณภาพ (Management of the Quality System) 
2. ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร (Management Responsibility) 
3. การจัดการด้านทรัพยากรบุคคล (Resource Management) 
4. กระบวนการที่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ (Product Realisation) 
5. การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Measurements, Analyses and Improvements)

คำถาม