สิงหาคม 2568
การผลิตอุตสาหกรรมอาหารไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้นจากประเทศคู่ค้า เพื่อลดความเสี่ยงท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่มีความแน่นอนจากมาตราการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ รวมถึงสหรัฐเร่งนำเข้าสินค้าอาหาร เช่นเดียวกับประเทศอื่น เพื่อรองรับการบริโภคภายในประเทศโดยเฉพาะกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน ผักผลไม้แปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง ผู้ประกอบการไทยเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองคำสั่งซื้อทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมอาหารยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะการแข่งขันสูง จากผู้ผลิตในภูมิภาคภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากการระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภค
อุตสาหกรรมรายสาขาที่มีการผลิตปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ สับปะรดกระป๋อง (+54.6%), น้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายบริสุทธิ์ (+12.4%), กะทิ (+7.5%), อาหารสำเร็จรูปแช่เย็นและเเช่เเข็ง (+6.9%), เนื้อไก่แช่เเข็งและเเช่เย็น (+2.8%), ปลาหมึกแช่เเข็ง(+1.9%), นมพร้อมดื่ม (+0.9%) และปลาทูน่ากระป๋อง (+0.6%) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอาหารประกอบกับปริมาณวัตถุดิบทางการเกษตรหลายรายการที่เพิ่มสูงขึ้น เกื้อหนุนต่อการแปรรูปโดยเฉพาะสับปะรดโรงงาน ส่งผลให้สามารถแปรรูปผลผลิต รองรับความต้องการของตลาดโลก
ขณะที่อุตสาหกรรมรายสาขาที่มีการผลิตหดตัวลง อาทิ ผักผลไม้แช่เเข็ง (-16.1%), กาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง (-9.1%), บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (-6.5%) และแป้งมันสำปะหลัง (-5.8%) เป็นต้น โดยกลุ่มแป้งมันสำปะหลังผลผลิตลดลง จากภาวะภัยแล้งช่วงต้นปี 2567 ทำให้ท่อนพันธุ์ขาดแคลนและต้นมันบางส่วนยืนต้นตาย ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังมีปริมาณลดลง
download PDF ย้อนกลับ