สิงหาคม 2568
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทยเดือนมิถุนายน 2568 หดตัวร้อยละ 0.9 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตร้อยละ 45.9 ลดลงจากร้อยละ 46.3 ในเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคภายในประเทศที่ลดลง ส่งผลให้กำลังซื้อซบเซา ส่วนปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ผู้บริโภคระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย โดยกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ ผักผลไม้แช่แข็ง (-44.9%) , บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (-2.2%) , ปลาทูน่ากระป๋อง (-1.7) และเนื้อไก่แช่แข็งและแช่เย็น (-1.2%) ส่วนกลุ่มสินค้าหลักที่มีการผลิตขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ กะทิ (+17.9%), กาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง (+12.8%), แป้งมันสำปะหลัง (+5.6%) และเครื่องปรุงรสประจำโต๊ะอาหาร (+3.8%)
การบริโภคในประเทศเดือนมิถุนายน 2568 ราคาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 (YoY) โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัดและฝนทิ้งช่วง ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจโลก และการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ประกอบกับราคาสินค้าอาหารแปรรูปที่ยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นได้กดดันต่อการบริโภคภายในประเทศ โดยสินค้าที่มีการปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ เนื้อสัตว์และสัตว์น้ำ (+4.9%), เครื่องประกอบอาหาร (+4.6%), ผลไม้แปรรูปและอื่นๆ (+3.7%), อาหารสำเร็จรูป (+3.4%) และผลิตภัณฑ์น้ำตาล (+2.1%)
การส่งออกสินค้าอาหารของไทยในเดือนมิถุนายน ปี 2568 มีมูลค่า 147,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อสะสมในสต๊อก กลุ่มสินหลักที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ไก่ น้ำตาล และผลิตภัณฑ์มะพร้าว เป็นต้น ส่วนกลุ่มสินค้าที่ลดลง ได้แก่ ข้าว ปลาทูน่ากระป๋อง และแป้งมันสำปะหลัง โดยเฉพาะแป้งมันสำปะหลังที่มีการส่งออกหดตัวลงถึงร้อยละ 22.8 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจภายในของจีนที่ชะลอตัว รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนไปใช้แป้งข้าวโพดแทนมันสำปะหลัง
download PDF ย้อนกลับ