ตลาดผลิตภัณฑ์เนื้อวัวในประเทศไทยมีลักษณะเป็นตลาดเฉพาะ (niche market) เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดเนื้อสัตว์ชนิดอื่น เช่น เนื้อไก่และเนื้อสุกร ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนหลักของคนไทย โดยในช่วงปี 2564–2568 ประเทศไทยมีการบริโภคเนื้อวัวเฉลี่ยประมาณ 0.24–0.27 ล้านตันน้ำหนักซากต่อปี หรือคิดเป็นอัตราการบริโภคเฉลี่ยประมาณ 3.69 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดเนื้อวัวมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการขยายตัวของเขตเมือง การเติบโตของชนชั้นกลาง และการเพิ่มขึ้นของธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ใช้เนื้อวัวคุณภาพกลางและพรีเมียมในสัดส่วนที่สูง แม้การผลิตเนื้อวัวภายในประเทศจะอยู่ในช่วงประมาณ 0.21–0.22 ล้านตันน้ำหนักซากต่อปี แต่ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการบริโภคได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้การบริโภคเนื้อวัวในประเทศ สูงกว่าผลผลิตทุกปี และเกิดช่องว่างด้านอุปทานประมาณ 0.03–0.06 ล้านตันน้ำหนักซากต่อปี ซึ่งนับวันช่องว่างดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายถึงโอกาสทางการตลาดของผู้เล่นหน้าใหม่ รวมถึงเนื้อวัวนำเข้า ในการเข้าสู่ตลาด
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดอาหารแมวในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากมูลค่าตลาดในปี 2567 ที่สูงถึง 20,258 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อปีในช่วง 5 ปีหลังสูงถึง 16% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในหมวด ขนมและอาหารเสริม (treats & mixers) ที่มีการเติบโตโดดเด่นถึง 13.1% การเติบโตนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้ทิศทาง แต่ได้รับแรงผลักจากหลายปัจจัย ทั้งเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคและบริบททางสังคม เช่น คนรุ่นใหม่ในเมืองมีแนวโน้มเลี้ยงแมวมากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ และการใช้ชีวิตแบบโซโล่ (Solo) หรือใช้ชีวิตตามลำพัง ครอบครัวที่มีขนาดเล็ก ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและแมวเปลี่ยนไปจากเดิมที่แมวเป็นเพียงแค่ “สัตว์เลี้ยง” มาเป็น “สมาชิกในครอบครัว” จึงทำให้เจ้าของยินดีจ่ายกับอาหารคุณภาพสูงมากขึ้น
ปี 2567 ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับเด็กในประเทศไทย มีมูลค่า 31,197.8 ล้านบาท ขยายตัว ร้อยละ 4.5 จากปีก่อน แบ่งเป็นอาหารแบบแห้ง มูลค่า 638.5 ล้านบาท อาหารสำเร็จรูป (Prepared baby food) มูลค่า 341.8 ล้านบาท และนมสูตร (Milk formula) มูลค่า 30,217.5 ล้านบาท โดยทุกผลิตภัณฑ์มีการเติบโตทางมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับเด็กที่ดีต่อสุขภาพ และสะดวกต่อการรับประทานในยุคที่เร่งรีบ อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตทั้งหลายต่างต้องเผชิญกับความท้าทายของจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลในการรณรงค์ให้เด็กดื่มนมแม่ โดยเฉพาะผู้ผลิตนมสูตรที่จำเป็นต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณค่าเพิ่มเทียบเท่านมแม่
ตลาดเนื้อสัตว์ ปี 2567 มีมูลค่า 208,562 ล้านบาท เติบโต 5.2% โดยแบ่งเป็น - เนื้อสัตว์ปีก 77,206 ล้านบาท - เนื้อหมู 76,822 ล้านบาท - เนื้อวัว 51,331 ล้านบาท - เนื้อแกะ/เนื้อแพะ 1,032 ล้านบาท - เนื้อสัตว์อื่นๆ 2,172 ล้านบาท
ส่วนแบ่งตลาดอาหารมื้อหลัก ปี 2567 มีมูลค่าตลาด 30,420 ล้านบาท เติบโต 9.1%
ญี่ปุ่น..ต้นแบบสังคมผู้สูงวัย ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศต้นแบบแห่งสังคมผู้สูงวัยที่หลายประเทศต้องศึกษาเรียนรู้เพื่อปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมใหม่ในยุคที่มีผู้สูงวัยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าและบริการสำหรับกลุ่มผู้สูงวัยที่กำลังเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดประมาณการว่าในปี 2567 ญี่ปุ่นมีประชากรที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 29.5 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในญี่ปุ่น ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเพศชาย ร้อยละ 59 และเพศหญิง ร้อยละ 41 หรือกล่าวได้ว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มที่ (Super-aged Society) ตามการจัดระดับขององค์การสหประชาชาติ นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นจัดเป็นชนชาติหนึ่งที่มีอายุยืนยาวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 85 ปี สูงเป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจากโมนาโก สิงคโปร์ และมาเก๊า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมการบริโภคของชาวญี่ปุ่นซึ่งมักรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลายในแต่ละมื้อ โดยวัฒนธรรมครอบครัวชาวญี่ปุ่นจะนิยมประกอบอาหารรับประทานเองที่บ้านมากกว่าการออกไปรับประทานอาหารตามร้านอาหารนอกบ้านซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่สำหรับคนหนุ่มสาววัยเรียนวัยทำงานหรือคนโสด
ภาพรวมตลาด (Market Overview) อินเดียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านตลาดเนื้อสัตว์สูงที่สุดในโลก แม้จะมีสัดส่วนประชากรมังสวิรัติมากกว่า 50% แต่ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่า 1.4 พันล้านคน และกว่า 65% ระบุว่าเป็นผู้บริโภคเนื้อสัตว์บางประเภท ทำให้ตลาดนี้มีขนาดใหญ่และกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ตลาดผลิตภัณฑ์นมจากพืชในอินโดนีเซียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากความตระหนักด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการทางเลือกสำหรับผู้ที่มีภาวะไม่สามารถย่อยแลคโตสได้ ในปี 2567 (2024) ยอดขายผลิตภัณฑ์นมจากพืชในอินโดนีเซียมีมูลค่าถึง 2.5 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 5.5 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 17% ในช่วงปี 2568–2572 (2025–2029)
การค้าอาหารโลกในไตรมาสที่ 1/2566 มีมูลค่า 431 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มร้อยละ 2.4 จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นตามความต้องการสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว หลังจากที่หลายประเทศมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศได้อย่างเต็มรูปแบบ ประกอบกับความต้องการบริโภคสินค้าอาหารเพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาล และอานิสงส์จากราคาสินค้าอาหารส่งออกที่ยังคงอยู่ในระดับสูง จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต อาทิ ต้นทุนการผลิต ราคาพลังงาน ราคาอาหารสัตว์ และค่าขนส่ง
การค้าอาหารโลกในไตรมาสที่ 4/2565 ประมาณการว่ามีมูลค่า 433 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มร้อยละ 8.3 จากร้อยละ 2.6 ในไตรมาสก่อน จากความต้องการสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากหลายประเทศเร่งกระตุ้นให้ประชาชนออกมาเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ พร้อมทั้งผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในประเทศของตน ประกอบกับความต้องการบริโภคสินค้าอาหารเพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาล และอานิสงส์จากราคาสินค้าอาหารส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ภาพรวมตลาดอาหารโลก การค้าอาหารโลกในไตรมาสที่ 3/2565 มีมูลค่า 419 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 ชะลอตัวจากร้อยละ 8.8 ในไตรมาสก่อน ราคาสินค้าเกษตรอาหารทั่วโลกอ่อนตัวลงจากช่วงกลางปี หลังอุปทานสินค้าเกษตรอาหารปรับตัวสูงขึ้น ภาวะเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงกดดันตลาด ด้านตลาดในประเทศพบว่า ในสหรัฐฯ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน มียอดค้าปลีกอาหารและบริการธุรกิจเกี่ยวเนื่องยังคงอ่อนแอ
- ปริมาณและมูลค่าตลาดไอศกรีม (Ice Cream) ของมาเลเซีย (ปี 2560 – 2565) มูลค่า ปี 2565 9,001.3 ล้านบาท - คาดการณ์ปริมาณและมูลค่าตลาดไอศกรีม (Ice Cream) ของมาเลเซีย (ปี 2565 – 2570) คาดการณ์มูลค่า ปี 2566 9,241.5 ล้านบาท
- ปริมาณและมูลค่าตลาดนมจากพืช (Plant-Based Milk) ของจีน (ปี 2561 – 2565) มูลค่า ปี 2565 194,835.6 ล้านบาท - คาดการณ์ปริมาณและมูลค่าตลาดนมจากพืช (Plant-Based Milk) ของจีน (ปี 2566 – 2570) คาดการณ์มูลค่า ปี 2566 200,610 ล้านบาท
- ปริมาณและมูลค่าตลาดเนยและสเปรด (Butter and Spreads) ของไต้หวัน (ปี 2561 – 2565) มูลค่า ปี 2565 2,867.2 ล้านบาท* - คาดการณ์ปริมาณและมูลค่าตลาดเนยและสเปรด (Butter and Spreads) ของไต้หวัน (ปี 2566 – 2570) คาดการณ์มูลค่า ปี 2566 2,917.0 ล้านบาท*