มิถุนายน 2569
ครบ 10 ปีหลังการลงประชามติ Brexit ภาคอาหารและเครื่องดื่มของสหราชอาณาจักรได้รับผลกระทบทั้งด้านการค้า
กฎระเบียบ และแรงงาน แม้บางกฎหมายยังคงสอดคล้องกับสหภาพยุโรป (EU) แต่ต้นทุนการส่งออก
ที่สูงขึ้นและมาตรฐานที่เริ่มแตกต่างกัน ทำให้
ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
หลังจากการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของสหราชอาณาจักร (UK)ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในด้านโครงสร้างการค้า กฎระเบียบ แรงงาน และต้นทุน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องตั้งแต่ระดับเกษตรกรไปจนถึงผู้บริโภค รายงานระบุว่า Brexit ทำให้การค้าระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปมีความซับซ้อนมากขึ้น จากการเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบสินค้า เอกสาร และมาตรการสุขอนามัย ส่งผลให้การส่งออกอาหารไปยัง EU ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วงปี 2562–2567 มูลค่าการส่งออกลดลง 34% ขณะที่ปริมาณการส่งออกเฉลี่ยในช่วงปี 2563–2567 ต่ำกว่าช่วงก่อน Brexit ราว 20%
นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรและ EU ยังเริ่มใช้กฎระเบียบด้านอาหารแยกจากกัน เช่น การอนุมัติอาหารใหม่ (Novel Foods) เทคโนโลยีอาหาร การตัดต่อพันธุกรรม การติดฉลาก และมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องการทำตลาดทั้งสองแห่งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่แตกต่างกัน
Brexit ยังส่งผลให้ภาคเกษตรและธุรกิจบริการของอังกฤษประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนอาหารในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงเลือกใช้มาตรฐานของ EU เพื่อรักษาความสามารถในการเข้าถึงตลาดยุโรป
download PDF ย้อนกลับ