สวัสดี

Technology & Innovation

อนาคต ‘โปรตีนทางเลือก’ ในยุโรป: โอกาสทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ดับมอด

กุมภาพันธ์ 2569

รายละเอียด :

แม้เผชิญความท้าทายจากความกังขาของผู้บริโภคและกระแสความนิยมที่ชะลอตัว แต่อุตสาหกรรมโปรตีนทางเลือกอาจเป็นขุมทรัพย์ใหม่ของยุโรป โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสินค้ากลุ่มนี้อาจสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 1.11 แสนล้านยูโรภายในปี 2040 หากมุ่งเน้นการพัฒนารสชาติและส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ

ในช่วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโปรตีนทางเลือก (Alternative Proteins) ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ทั้งจากกระแสความนิยมที่ลดลง รวมถึงความกังขาของผู้บริโภคในเรื่องราคาและกระบวนการผลิตแปรรูป ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตเนื้อสัตว์จากพืช (Plant-based meat) รายใหญ่หลายแห่งสูญเสียรายได้ และสตาร์ทอัพด้านเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง (Cultivated meat) ชื่อดังบางแห่งต้องล้มหายตายจากไปก่อนที่จะได้นำสินค้าออกสู่ตลาดด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม Systemiq ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ประเมินว่ายังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปว่าอุตสาหกรรมนี้ล้มเหลว โดยบริษัทในยุโรปอาจมีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ มีการคาดการณ์ว่าโปรตีนทางเลือกอาจสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปได้สูงถึง 1.11 แสนล้านยูโรภายในปี 2040

รูเพิร์ต ไซมอนส์ (Rupert Simons) พาร์ทเนอร์จาก Systemiq ชี้ให้เห็นว่า ความลังเลใจของผู้บริโภคในช่วงเริ่มต้นถือเป็นเรื่องปกติของการเปลี่ยนแปลงนโยบายอุตสาหกรรมในวงกว้าง ซึ่งคล้ายคลึงกับยุคบุกเบิกของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือระบบปั๊มความร้อน (Heat pumps) เขามองว่าส่วนแบ่งการตลาดของโปรตีนทางเลือกจะเติบโตขึ้นได้เมื่อมีการพัฒนารสชาติและเนื้อสัมผัสให้ดียิ่งขึ้นซึ่งขณะนี้หลายบริษัทได้เริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ จากเดิมที่มักชูจุดขายเรื่องความยั่งยืน หันมาเน้นย้ำเรื่องรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ถูกปากผู้บริโภคแทน

ปัจจุบันสหภาพยุโรปมีภาวะขาดดุลการค้าโปรตีนดิบถึง 19 ล้านตัน (ข้อมูลปี 2024) โดยต้องพึ่งพาการนำเข้ากากถั่วเหลืองจากอเมริกาใต้ และอาหารสัตว์จากรัสเซียและยูเครน การหันมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากพืชจะช่วยเพิ่มความต้

ปัจจุบันสหภาพยุโรปมีภาวะขาดดุลการค้าโปรตีนดิบถึง 19 ล้านตัน (ข้อมูลปี 2024) โดยต้องพึ่งพาการนำเข้ากากถั่วเหลืองจากอเมริกาใต้ และอาหารสัตว์จากรัสเซียและยูเครน การหันมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากพืชจะช่วยเพิ่มความต้องการพืชโปรตีนที่ปลูกได้เองในประเทศ หรือในทางกลับกัน หากผู้บริโภคกินเนื้อสัตว์น้อยลง ความต้องการนำเข้าพืชเพื่อนำมาเป็นอาหารสัตว์ก็จะลดลงตามไปด้วย การพึ่งพาตนเองที่เพิ่มขึ้นนี้ จะช่วยปกป้องบริษัทในยุโรปจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรและวัตถุดิบในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี

การเปลี่ยนผ่านด้านโปรตีนนี้ยังส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง โดยจะช่วยกระตุ้นความต้องการพืชที่มีโปรตีนสูง เช่น ถั่วปากอ้า ถั่วลันเตา ถั่วเลนทิล และถั่วลูกไก่ ในขณะที่การขยายตัวของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงและผลิตภัณฑ์จากการหมัก ก็จะช่วยเพิ่มอุปสงค์ต่อพืชที่ให้ผลผลิตน้ำตาลและแป้ง นอกจากนี้ หากยุโรปก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านโปรตีนทางเลือก ก็จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกด้านเทคโนโลยีชีวภาพอาจสูงถึง 6 หมื่นล้านยูโรภายในปี 2040

องการพืชโปรตีนที่ปลูกได้เองในประเทศ หรือในทางกลับกัน หากผู้บริโภคกินเนื้อสัตว์น้อยลง ความต้องการนำเข้าพืชเพื่อนำมาเป็นอาหารสัตว์ก็จะลดลงตามไปด้วย การพึ่งพาตนเองที่เพิ่มขึ้นนี้ จะช่วยปกป้องบริษัทในยุโรปจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรและวัตถุดิบในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี

การเปลี่ยนผ่านด้านโปรตีนนี้ยังส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง โดยจะช่วยกระตุ้นความต้องการพืชที่มีโปรตีนสูง เช่น ถั่วปากอ้า ถั่วลันเตา ถั่วเลนทิล และถั่วลูกไก่ ในขณะที่การขยายตัวของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงและผลิตภัณฑ์จากการหมัก ก็จะช่วยเพิ่มอุปสงค์ต่อพืชที่ให้ผลผลิตน้ำตาลและแป้ง นอกจากนี้ หากยุโรปก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านโปรตีนทางเลือก ก็จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกด้านเทคโนโลยีชีวภาพอาจสูงถึง 6 หมื่นล้านยูโรภายในปี 2040

download PDF ย้อนกลับ

สถาบันอาหาร

อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ เพื่อสถาบันอาหาร

2008 ซ.อรุณอมรินทร์ 36 ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

Google map

ติดต่อสอบถาม

Email : fic@nfi.or.th
หรือ Call center
contact-img

0-2422-8688 ต่อ 3121
โทรสาร : 02-4228527