สวัสดี

Technology & Innovation

เทรนด์ผู้บริโภคปี 2026: ยอมจ่ายเพิ่มเพื่ออาหาร แต่ความภักดีต่อแบรนด์ต่ำลง

มกราคม 2569

รายละเอียด :

ผลสำรวจล่าสุดจาก AlixPartners ที่เก็บข้อมูลจากผู้บริโภคกว่า 13,000 คนใน 9 ประเทศมหาอำนาจ ชี้ให้เห็นว่าในปี 2026 "สินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร" จะเป็นหมวดหมู่เดียวที่มียอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยผู้บริโภคเลือกตัดงบประมาณด้านการท่องเที่ยวและการรับประทานอาหารนอกบ้าน เพื่อนำเงินมาซื้ออาหารสำหรับปรุงกินเองที่บ้านแทน

ในสหรัฐฯ ผู้บริโภคราว 1 ใน 3 (33%) คาดว่าจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และ 50% จะใช้จ่ายเท่าเดิม โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 25-44 ปี) และผู้มีรายได้สูง เป็นกลุ่มหลักที่ตั้งใจจะเพิ่มงบประมาณส่วนนี้

อย่างไรก็ตาม สถิติสะท้อนความอ่อนไหวต่อราคาสูงมาก: 60% ของชาวอเมริกันพร้อมเปลี่ยนไปซื้อกับผู้ค้าปลีกรายอื่นเพื่อราคาหรือโปรโมชันที่ดีกว่า ขณะที่มีไม่ถึง 30% ที่จะเปลี่ยนร้านด้วยเหตุผลด้านบริการหรือความสะดวกสบาย สำหรับกลุ่มที่วางแผนลดค่าใช้จ่าย 45% ระบุว่าจะวางแผนการซื้อล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการซื้อตามอารมณ์ (Impulse purchases) และอีก 45% จะหันไปหาสินค้าที่ราคาถูกลงแทน ซึ่งเป็นแนวโน้มต่อเนื่องจากปี 2025 ที่ชาวอเมริกันกว่า 48% มียอดใช้จ่ายด้านนี้สูงกว่าปี 2024 อยู่แล้ว

 

การจัดลำดับความสำคัญใหม่ของผู้บริโภค ผลสำรวจระบุว่าผู้บริโภคกว่า 48% ยอมรับว่าพวกเขาใช้จ่ายกับอาหารในปี 2025 มากกว่าปี 2024 และแนวโน้มนี้จะยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องในปี 2026 สาเหตุหลักมาจากการที่ผู้คนเริ่มลดกิจกรรมฟุ่มเฟือย เช่น การออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน (Dining out), การท่องเที่ยว (Travel), และแม้กระทั่งงบประมาณด้านฟิตเนสและสุขภาพ เพื่อนำเงินก้อนนั้นมาจัดสรรให้กับอาหารที่จะนำมาประกอบรับประทานเองภายในที่พักอาศัย

วิกฤตความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty Crisis) แม้ตัวเลขการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น แต่ Matt Hamory ผู้อำนวยการร่วมของ AlixPartners ระบุว่า "ผู้บริโภคมีความฉลาดและช่างเลือกมากขึ้น" ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลและบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ทำให้ผู้คนเข้าถึงร้านค้าที่หลากหลายขึ้น พวกเขาไม่ได้ยึดติดกับห้างสรรพสินค้าหรือแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอีกต่อไป แต่พร้อมจะ "สลับร้าน" หรือ "เปลี่ยนแบรนด์" ทันทีหากพบว่าที่อื่นให้ความคุ้มค่า (Value) มากกว่า แม้จะเป็นส่วนต่างเพียงเล็กน้อยก็ตาม พฤติกรรมนี้ถูกเรียกว่า "Cherry-picking" ซึ่งสร้างความท้าทายอย่างมหาศาลให้กับผู้ผลิตสินค้าแปรรูปและห้างค้าปลีก

"ความคุ้มค่า" ในปี 2026 ไม่ได้หมายถึง "ราคาถูกที่สุด" เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงคุณภาพอาหารที่เหมาะสมกับราคาที่ต้องจ่ายไป

download PDF ย้อนกลับ

สถาบันอาหาร

อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ เพื่อสถาบันอาหาร

2008 ซ.อรุณอมรินทร์ 36 ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

Google map

ติดต่อสอบถาม

Email : fic@nfi.or.th
หรือ Call center
contact-img

0-2422-8688 ต่อ 3121
โทรสาร : 02-4228527