10 กุมภาพันธ์ 2569
Section 12 การรับรองระบบงานและให้การรับรองสถานประกอบการประมงในต่างประเทศ (Accreditation and Endorsement of Foreign Fishery Establishments)
กำหนดให้สถานประกอบการผลิตภัณฑ์ประมงในต่างประเทศที่ต้องการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังฟิลิปปินส์จะต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลของประเทศต้นทาง (Competent Authority of the Country of Origin : CO) และจะต้องได้รับการเสนอชื่อให้รัฐบาลฟิลิปปินส์พิจารณาอนุญาตก่อนการนำเข้า อย่างไรก็ตาม เฉพาะสถานประกอบการที่ได้รับการเสนอชื่อจาก CO เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ส่งออกสินค้ามายังฟิลิปปินส์ได้ โดยข้อกำหนดนี้จะมีผลบังคับใช้ภายในหนึ่งปีนับจากวันที่ FAO 257 เริ่มบังคับใช้ ทั้งนี้ CO จะต้องจัดส่งรายชื่อสถานประกอบการผลิตภัณฑ์ประมงที่ได้รับการรับรองแล้วให้แก่รัฐบาลฟิลิปปินส์ภายในระยะเวลาเปลี่ยนผ่านที่กำหนด
Section 13 การตรวจประเมินก่อนการนำเข้า (Pre-Border Audit) ของสถานประกอบการผลิตภัณฑ์ประมงในประเทศ
อนุญาตให้สำนักงานประมงและทรัพยากรสัตว์น้ำ (Bureau of Fisheries and Aquatic Resources : BFAR) ของฟิลิปปินส์ ดำเนินการตรวจสอบประเมินสถานประกอบการตามแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ได้รับการรับรองจาก CO เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสถานประกอบการดังกล่าวปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับของฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ BFAR อาจระงับการอนุมัติสถานประกอบการในต่างประเทศที่พบว่าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎระเบียบฉบับใหม่นี้ โดยข้อกำหนดนี้จะมีผลบังคับใช้ภายหลังพ้นหนึ่งปีนับจากวันที่ FAO 275 เริ่มบังคับใช้
Section 14 มาตรการควบคุม ณ ด่านนำเข้าและหลังการนำเข้า (Border and Post-border Controls)
การนำเข้าปลาและผลิตภัณฑ์ประมง/สัตว์น้ำตามประกาศฉบับนี้ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรฐานด้านการควบคุม ณ ด่านนำเข้า ดังต่อไปนี้:
ใบรับรองสุขภาพระหว่างประเทศ ปลาและผลิตภัณฑ์ประมง/สัตว์น้ำที่ส่งออกไปยังฟิลิปปินส์ต้องแนบใบรับรองที่ออกโดย CO โดยใบรับรองต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ใน Annex III รวมถึงผลการวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาและเคมีตามข้อกำหนดที่ระบุ Annex IV ของ FAO 275 เพื่อใช้เป็นเอกสารประการตรวจสอบและยืนยันข้อมูล ณ ด่านนำเข้า
การสุ่มและการเก็บตัวอย่างบนพื้นฐานการประเมินความเสี่ยง ปลาและผลิตภัณฑ์ประมง/สัตว์น้ำจะถูกสุ่มตัวอย่างและ/หรือสุ่มตัวอย่างบนพื้นฐานการประเมินความเสี่ยงเพื่อนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการตามข้อกำหนด
บรรจุภัณฑ์และการติดฉลาก วัสดุบรรจุภัณฑ์สำหรับปลาและผลิตภัณฑ์ประมง/สัตว์น้ำ ต้องเป็นวัสดุเกรดอาหาร ถูกสุขอนามัย และเหมาะสมสำหรับการสัมผัสอาหาร บรรจุภัณฑ์ไม่ควรนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้ ไม่แตกหักหรือเสียรูปทรงได้ง่ายจากความชื้นหรือแรงกระแทก และไม่เป็นแหล่งก่อให้เกิดการปนเปื้อน
โดยฉลากต้องผลิตจากวัสดุกันน้ำและทนทาน และต้องมีข้อมูลพร้อมคำแปลเป็นภาษาอังกฤษในหัวข้อต่อไปนี้ :
โดยปลา และผลิตภัณฑ์ประมง/สัตว์น้ำที่นำเข้าเพื่อการแปรรูปหรือบรรจุกระป๋องต้องมีข้อความ “นำเข้าเพื่อการแปรรูปหรือบรรจุกระป๋องเท่านั้น และไม่ใช่เพื่อการจำหน่ายในตลาดสด การฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย (IMPORTED FOR PROCESSING OR CANNING PURPOSES ONLY AND NOT FOR DISTRIBUTION TO WET MARKETS. VIOLATION THEREOF IS PUNISHABLE UNDER PENALTY OF LAW.)” บนบรรจุภัณฑ์และไม่ใช้กับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าโดยตรงจากเรือประมง
การจัดเก็บและการขนส่งปลาและผลิตภัณฑ์ประมงนำเข้า ปลา และผลิตภัณฑ์ประมง/สัตว์น้ำ ต้องจัดเก็บและขนส่งภายใต้เงื่อนไขอุณหภูมิต่อไปนี้ :
ใบรับรองการจับสัตว์น้ำ (Catch Certificate) ต้องแนบใบรับรองการจับสัตว์น้ำมาพร้อมกับปลา และผลิตภัณฑ์ประมงที่จับมาจากธรรมชาติที่ส่งออกไปยังฟิลิปปินส์ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงทางการค้าของประเทศคู่ค้า โดยใบรับรองดังกล่าวควรออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลของประเทศผู้ส่งออก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์
ไม่ได้มาจากการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported, and Unregulated : IUU)
Section 16 การตรวจสอบย้อยกลับสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์ประมง/สัตว์น้ำนำเข้า
กำหนดให้ BFAR ต้องจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ประมงในแต่ละขั้นตอน เช่น การ
แปรรูปและการกระจายสินค้า ฯลฯ เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์นำเข้าได้ และ BFAR จะต้องเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบการตรวจสอบย้อนกลับให้เป็นระบบดิจิทัล เพื่อการตรวจสอบและติดตามผล โดยต้องดำเนินการภายในหนึ่งปีนับจากวันที่ FAO 275 เริ่มบังคับใช้