สวัสดี

จีนรื้อกฎบาร์โค้ดใหม่ ยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับสู่มาตรฐานโลก

แชร์:
Favorite (38)

17 มกราคม 2569

หน่วยงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) ได้ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 ด้วยการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไข "มาตรการบริหารจัดการบาร์โค้ดสินค้า" ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างรหัสประจำตัวสินค้าที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก การปรับเปลี่ยนนี้เปรียบเสมือนการวางรากฐาน "บัตรประชาชนดิจิทัล" ชุดใหม่ให้กับสินค้าทุกประเภทที่วางจำหน่ายในประเทศจีน โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารที่ความถูกต้องของข้อมูล คือตัวกำหนดที่สำคัญที่สุดว่า ผู้บริโภคจะให้ความเชื่อมั่นในตัวสินค้า หรือสินค้าชิ้นนั้นจะกลายเป็นความเสี่ยงที่ทำลายชื่อเสียงของแบรนด์ไปทันที

หัวใจสำคัญของการแก้ไขกฎระเบียบในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความชัดเจนใน "ความรับผิดชอบ" และ "ความเป็นเอกภาพ" ของระบบข้อมูล โดยข้อกำหนดใหม่ระบุอย่างเข้มงวดว่า บาร์โค้ดที่ปรากฏบนสินค้าต้องเป็นรหัสที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อของ "นิติบุคคลที่เป็นผู้รับผิดชอบด้านคุณภาพสินค้า" โดยตรง กรณีที่มีการจ้างผลิต (OEM) กฎหมายฉบับใหม่นี้กำหนดให้ต้องใช้รหัสบาร์โค้ดของผู้ว่าจ้าง (委托方) และต้องระบุความสัมพันธ์ของการจ้างผลิตอย่างโปร่งใสบนบรรจุภัณฑ์ การขจัดความคลุมเครือในส่วนนี้คือการปิดช่องว่างไม่ให้มีการสวมสิทธิ์รหัสบาร์โค้ด ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เมื่อเกิดปัญหาด้านความปลอดภัยอาหารทำได้ยากลำบาก

นอกจากนี้ การปฏิรูปดังกล่าวยังเดินหน้าไปพร้อมกับการบังคับใช้ มาตรฐานฉลากดิจิทัล (Digital Labeling) ภายใต้มาตรฐาน GB 7718-2025 ที่กำลังจะมาถึง โดยบาร์โค้ดและ QR Code จะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการเช็คราคาสินค้า ณ จุดขายอีกต่อไป แต่จะถูกยกระดับให้เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารข้อมูลเชิงลึกไปยังผู้บริโภค ทั้งในเรื่องของแหล่งกำเนิดวัตถุดิบ เส้นทางการขนส่ง และข้อมูลโภชนาการที่ละเอียดกว่าหน้าซองจะบรรจุได้ รัฐบาลจีนมุ่งหวังให้ระบบบาร์โค้ดใหม่นี้เป็นฟันเฟืองหลักในการสร้าง "ตลาดที่รวมเป็นหนึ่งเดียว" (Unified National Market) เพื่อให้การกำกับดูแลจากส่วนกลางมีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ

สำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารไทยไปยังประเทศจีน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องทางเทคนิค แต่เป็นโจทย์ใหญ่ด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการต้องเร่งตรวจสอบความถูกต้องของสิทธิ์การใช้บาร์โค้ด (GS1 China) และสถานะการจดทะเบียนนิติบุคคลให้สอดคล้องกับระเบียบใหม่ เนื่องจากบทลงโทษสำหรับการใช้บาร์โค้ดที่ผิดประเภทหรือหมดอายุจะมีความรุนแรงขึ้น ทั้งในรูปแบบค่าปรับและการสั่งระงับจำหน่าย การปรับตัวให้เท่าทันกติกาดิจิทัลของจีนในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการตีตั๋วผ่านทางเพื่อรักษาพื้นที่ในตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดจากฉลากกระดาษสู่ความโปร่งใสในโลกไซเบอร์อย่างเต็มรูปแบบ

 

download PDF ย้อนกลับ

สถาบันอาหาร

อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ เพื่อสถาบันอาหาร

2008 ซ.อรุณอมรินทร์ 36 ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

Google map

ติดต่อสอบถาม

Email : fic@nfi.or.th
หรือ Call center
contact-img

0-2422-8688 ต่อ 3121
โทรสาร : 02-4228527