3 มกราคม 2569
กระทรวงอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิของนิวซีแลนด์ (MPI) ได้ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตไปตลอดกาล ด้วยการเสนอโครงการทดลองใช้ "ฉลากดิจิทัล" (Digital Labelling) สำหรับสินค้านำเข้าเป็นเวลา 1 ปี มาตรการนี้ไม่ได้เป็นเพียงความล้ำสมัยทางเทคโนโลยี แต่คือยุทธศาสตร์สำคัญที่รัฐบาลนิวซีแลนด์ใช้เพื่อกระตุ้นการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก โดยมุ่งหวังที่จะลดภาระและต้นทุนอันมหาศาลของผู้ประกอบการในการ "ปิดฉลากทับ" (Re-labelling) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานท้องถิ่นอันเข้มงวดของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (FSANZ)
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการเปิดโอกาสให้ผู้นำเข้าสินค้าเกษตรและอาหาร "กลุ่มเสี่ยงต่ำ" สามารถนำเสนอข้อมูลสำคัญ เช่น รายการส่วนผสม ข้อมูลโภชนาการ หรือแม้แต่คำเตือนด้านสารก่อภูมิแพ้ ผ่านช่องทางออนไลน์หรือ QR Code แทนการพิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์โดยตรง การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็น "ทางด่วน" ที่จะช่วยให้สินค้าจากต่างประเทศเข้าสู่ตลาดนิวซีแลนด์ได้รวดเร็วและมีราคาที่ถูกลง ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารไทยที่มักต้องแบกรับต้นทุนในการจัดทำบรรจุภัณฑ์เฉพาะตลาด (Tailor-made packaging) ที่มีมูลค่าสูงและขั้นตอนที่ยุ่งยาก
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาพลักษณ์ของนวัตกรรมที่ดูทันสมัย กลับมีกระแสความกังวลจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหารและองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคที่ตั้งคำถามถึง "ความโปร่งใส" ในโลกดิจิทัล การย้ายข้อมูลสำคัญจากหน้าซองไปไว้บนหน้าจอสมาร์ทโฟนอาจกลายเป็นอุปสรรคสำหรับผู้บริโภคบางกลุ่ม หรืออาจเกิดช่องว่างในกรณีที่ข้อมูลดิจิทัลไม่สอดคล้องกับสินค้าจริงในขณะนั้น นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมในประเทศยังมีความกังวลว่ามาตรการนี้อาจทำให้สินค้าท้องถิ่นเสียเปรียบสินค้าส่งออกราคาถูกที่เข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นเท่าเทียมกัน
สำหรับผู้ประกอบการไทย ข่าวนี้คือสัญญาณเตือนให้เตรียมพร้อมสู่ยุค "บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ" (Smart Packaging) อย่างเต็มรูปแบบ หากการทดลองนี้ประสบความสำเร็จและถูกประกาศใช้เป็นกฎหมายถาวรในนิวซีแลนด์และออสเตรเลียในอนาคตอันใกล้ มันจะไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนจากกระดาษเป็นรหัสดิจิทัล แต่จะเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการข้อมูลดิจิทัล (Data Management) ที่ผู้ผลิตต้องบริหารจัดการให้มีความถูกต้องแม่นยำและเป็นปัจจุบันในระดับวินาที เพราะในโลกการค้ายุคใหม่ "ข้อมูลที่ถูกต้อง" สำคัญไม่น้อยไปกว่า "คุณภาพของอาหาร" ที่อยู่ภายในซอง
download PDF ย้อนกลับ