17 ธันวาคม 2568
ท่ามกลางการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมอาหารและนวัตกรรมส่วนผสมที่ซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แสดงเจตนารมณ์อันเข้มแข็งในการปกป้องสุขภาพของผู้บริโภคอีกครั้ง โดยการประกาศเพิ่มรายชื่อสารที่ห้ามเติมลงในอาหาร (List of Non-Edible Substances) อย่างเป็นทางการอีก 4 รายการ ซึ่งเปรียบเสมือนการขีดเส้นตายที่ผู้ผลิตทั่วโลกต้องพึงระวัง เพราะนั่นหมายถึงการเข้าสู่ยุคแห่งการตรวจสอบที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม
การยกระดับกฎระเบียบในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การกำจัดสารเคมีที่มักถูกลักลอบนำมาผสมในอาหารเพื่ออวดอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยสารทั้ง 4 ชนิดที่ถูกตราหน้าให้เป็น "ภัยมืด" ในอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับเปลี่ยนในเชิงธุรการทั่วไป แต่เป็นการปิดช่องว่างทางกฎหมายต่อสารเคมีที่มีแนวโน้มจะถูกนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสม การสั่งห้ามครั้งนี้คือการส่งสัญญาณเตือนอย่างรัดกุมว่า จีนจะไม่ประนีประนอมต่อความพยายามใดๆ ที่จะนำสารเคมีอันตรายเหล่านี้มาอวดอ้างสรรพคุณทางการแพทย์ในผลิตภัณฑ์อาหาร
สำหรับภาคอุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริมของไทย การเปลี่ยนแปลงนี้เปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน ในด้านหนึ่งคือความท้าทายอันใหญ่หลวงที่ผู้ผลิตต้องกลับไปตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานและวัตถุดิบต้นน้ำอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสารต้องห้ามเหล่านี้หลุดรอดเข้าไปแม้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากระบบการกักกันและตรวจสอบสินค้านำเข้าของจีน (GACC) มีความเข้มข้นและใช้เทคโนโลยีการตรวจวัดที่มีความไวสูง หากตรวจพบการปนเปื้อนเพียงครั้งเดียว อาจนำไปสู่การระงับการนำเข้าทั้งแบรนด์หรือถูกขึ้นบัญชีดำ ซึ่งส่งผลเสียต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจะแสดงศักยภาพในด้าน "ความโปร่งใสและคุณภาพที่เหนือกว่า" การที่จีนกำหนดเกณฑ์การกำกับดูแลที่ชัดเจนเช่นนี้ ช่วยให้ผู้ผลิตไทยที่รักษามาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดสามารถแยกตัวออกจากกลุ่มสินค้าที่ด้อยคุณภาพได้ง่ายขึ้น หากผู้ส่งออกไทยสามารถปรับตัวและได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยในระดับที่สอดคล้องกับมาตรการใหม่ของจีนได้ทันท่วงที จะเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นและรักษาตำแหน่งในตลาดผู้บริโภคชาวจีนที่มีความต้องการสินค้าสุขภาพที่ "ปลอดภัยและตรวจสอบได้" ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
download PDF ย้อนกลับ