เมษายน 2569
สหภาพยุโรปกำลังยกระดับกฎหมายจากการใช้คำสั่งเดิม (Directive 94/62/EC) ไปสู่กฎระเบียบใหม่
ที่เรียกว่า Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) การเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายนี้มีความสำคัญยิ่ง
เนื่องจาก PPWR เป็นกฎหมายที่มีผล "บังคับใช้โดยตรง" (Directly Applicable)
ในทุกประเทศสมาชิก EU โดยไม่ต้องรอการตรากฎหมายภายในประเทศมาสอดรับ ส่งผลให้เกิดมาตรฐานเดียว (Harmonization)
ทั่วทั้งภูมิภาค และลดอุปสรรคทางการค้าที่เกิดจากกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
1. บทนำและวัตถุประสงค์ของกฎระเบียบ PPWR
กฎระเบียบ PPWR เป็นกฎหมายของสหภาพยุโรปในรูปแบบ Regulation ซึ่งมีผลใช้บังคับโดยตรง
ในทุกประเทศสมาชิก ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเลือกใช้วัสดุ การติดฉลาก การวางจำหน่าย
ไปจนถึงการจัดการเมื่อกลายเป็นขยะ (collection, sorting, recycling และ reuse) โดยมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการเกือบทุกภาคส่วนที่มีการวางสินค้าในตลาดสหภาพยุโรป ไม่จำกัดเฉพาะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ แต่รวมถึงเจ้าของสินค้า ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่าย
คำว่า“บรรจุภัณฑ์”ภายใต้กฎระเบียบ PPWR มีความหมายกว้าง ครอบคลุมสิ่งของใดๆ ที่ใช้บรรจุ ปกป้อง จัดการ ขนส่ง หรือแสดงสินค้า ตั้งแต่ขวด กระป๋อง กล่องสินค้า พาเลท ถุงชา ถุงกาแฟ ไปจนถึงสติกเกอร์บนผลไม้ และภาชนะบริการ เช่น แก้วกาแฟหรือถุงหิ้วที่บรรจุสินค้า ณ จุดจำหน่าย ทั้งนี้ ครอบคลุม บรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิ บรรจุภัณฑ์รอง บรรจุภัณฑ์ขนส่ง รวมถึงบรรจุภัณฑ์ e-commerce โดยบางข้อกำหนดมีผลเฉพาะ
วัสดุสัมผัสอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร
เหตุผลของการออกกฎหมาย: สหภาพยุโรปมีกรอบกฎหมายด้านบรรจุภัณฑ์มาตั้งแต่ปี 1990 อย่างไรก็ดี ปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2021 พลเมืองสหภาพยุโรปได้สร้างขยะบรรจุภัณฑ์เฉลี่ยประมาณ 188 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ขณะที่ขีดความสามารถในการจัดการขยะไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกบางประเทศได้ออกมาตรการเฉพาะของตน เช่น การห้ามใช้พลาสติกบางประเภทหรือกำหนดเป้าหมาย การใช้ซ้ำ ส่งผลให้เกิดความแตกต่างของกฎระเบียบในตลาดเดียว สหภาพยุโรปจึงปรับปรุงกฎหมายเป็น Regulation เพื่อสร้างความสอดคล้องและเพิ่มประสิทธิภาพการลดขยะ การรีไซเคิล และการลดการใช้วัตถุดิบบริสุทธิ์
download PDF ย้อนกลับ