“คาญ่า” กับ รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ปี 2555

การประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2555 ได้ประกาศผลออกมาแล้ว เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดจำนวนทั้งสิ้น 39 ผลงาน จากกลุ่มอุตสาหกรรม 25 ผลงาน และจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 14 ผลงาน ในส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารที่ได้รับรางวัล คือ “คาญ่า” สังขยาแผ่นจากแป้งข้าวกล้องงอก ของ รศ.ดร. กมลวรรณ แจ้งชัด และคณะ ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการตัดสินใจให้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 

การประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2555 ได้ประกาศผลออกมาแล้ว เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดจำนวนทั้งสิ้น 39 ผลงาน จากกลุ่มอุตสาหกรรม 25 ผลงาน และจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 14 ผลงาน ในส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารที่ได้รับรางวัล คือ “คาญ่า” สังขยาแผ่นจากแป้งข้าวกล้องงอก ของ รศ.ดร. กมลวรรณ แจ้งชัด และคณะ ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการตัดสินใจให้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 

                ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถือเป็นนวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ ที่ออกแบบสังขยาให้มีความทันสมัยคล้ายกับแผ่นชีสบรรจุอยู่ในพลาสติกพอลิเอธิลีนที่เคลือบสารเฉพาะ สามารถฉีกแผ่นสังขยาออกจากกันได้ง่าย ทำให้สะดวกในการรับประทานและการเก็บรักษา โดยมีส่วนผสมสำคัญประกอบด้วยแป้งข้าวกล้องงอกร่วมกับ        ไฮโดรคอลลอยด์ (Hydrocolloids) ทำหน้าที่ก่อให้เกิดโครงสร้างที่สามารถขึ้นรูปเป็นแผ่นบางได้ ทั้งยังคงให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและเรียบเนียนคล้ายกับสังขยาในรูปแบบปกติ ให้กลิ่นและสีจากใบเตยและแครอท จุดเด่นของคาญ่า อีกประการหนึ่ง คือ ไม่มีสารกลูเตน (Gluten-free product) เพราะแป้งข้าวกล้องงอกไม่มีสารดังกล่าว ตลอดจนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจากมีสารอาหารที่มีประโยชน์ที่ร่างกายต้องการ คือ กาบา หรือ กรดแกมมาอะมิโนบิทีริค และสารเบต้าแคโรทีนจากส่วนผสมของแครอท และใบเตย อายุการเก็บรักษาอยู่ได้ในตู้เย็นนาน 1 เดือน อย่างไรนั้นขณะนี้ทางคณะวิจัยอยู่ระหว่างพัฒนาเพื่อให้สามารถยืดอายุให้เก็บได้นาน 3-6 เดือน 

 

           สำหรับประโยชน์ในทางเศรษฐกิจต่อประเทศ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่า 3 เท่าของแป้งข้าวกล้องงอก ให้มีราคาขายปลีกสูงถึง 40 บาท/200 กรัม ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ประมาณ 18 บาท/200 กรัม นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการบริโภคขนมปังซึ่งมีรูปแบบและรสชาติของสังขยาใหม่ๆ ที่ทำจากวัตถุดิบเกษตรของไทยและมีคุณค่าทางอาหารสูง ซึ่งมีความใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ประเภทเนยและชีส ซึ่งมีมูลค่าทางการตลาดประมาณ 1,500 ล้านบาท มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี 

download PDF

Related Articles

“น้ำผึ้งเพื่อสุขภาพ” จากนาโนเทคโนโลยีและหญ้าหวาน

เกสรลูกผสม(Hybridised pollen) พันธุ์ใหม่ถูกพัฒนาโดยอดีตนักวิทยาศาสตร์นาซ่าเพื่อใช้เป็นอาหารเลี้ยงผึ้งเพื่อให้ผึ้งสามารถผลิตน้ำผึ้งชนิดใหม่(designer ho...

"Nima" เครื่องตรวจกลูเตนขนาดพกพา

ปัจจุบันมีคนแพ้กลูเตนเป็นจำนวนมาก เมื่อรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของกลูเตนจะส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องอืด ท้องผูก เมื่อยล้า และวิงเวียนศรีษะ โดยทา...