Get Adobe Flash player

1.      ค้าปลีกดั้งเดิม

ธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมจัดเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโมร็อกโก มีจำนวน 239,846 แห่ง คิดเป็นมูลค่าการค้า 289,000.2 ล้านดีร์แฮม หรือครองส่วนแบ่งธุรกิจร้อยละ 98.9 และร้อยละ 92.1 ของการค้าปลีกสินค้าอาหารทั้งหมดในโมร็อกโก ในแง่ของจำนวนร้านสาขา และมูลค่าการค้า โดยเฉพาะร้านขายของชำอิสระขนาดเล็ก ที่มีส่วนแบ่งธุรกิจมากถึงร้อยละ 68.4 และร้อยละ 79.8 ตามลำดับ
(รูปที่ 4.2) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากสถานที่ตั้งที่ใกล้กับแหล่งชุมชน

 

 

2.      ค้าปลีกสมัยใหม่

ปัจจุบัน ในโมร็อกโก จะใช้ช่องทางการจำหน่ายสินค้าอาหารผ่านค้าปลีกสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น โดยมี 3 รายใหญ่ ได้แก่ Marjane Holding, Hyper SA, and GroupeChaabi โดยทั้ง 3 รายดำเนินธุรกิจในลักษณะร้านขายของชำ ด้วยฐานการเงินที่เข้มแข็งมากทำให้สามารถขยายการลงทุนด้วยการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามแบรนด์ค้าปลีกต่างประเทศ เช่น คาร์ฟู, BIM จาก BIM Stores SARLของตุรกี ถึงแม้จะยังไม่มีส่วนแบ่งตลาดขนาดใหญ่ แต่ก็ได้พยายามเพิ่มสาขาและเครือข่ายใหม่ๆ ด้วยการแนะนำบริการเสริมเพื่อให้การช้อปปิ้งสะดวกมากขึ้น สำหรับการค้าปลีกในรูปแบบร้านขายของชำ ขณะนี้ยังมีผู้เล่นจากบริษัทข้ามชาติจำนวนน้อย มีเพียง 2 รายที่โดดเด่น ซึ่งเป็นค้าปลีกในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตและดิสเคาต์สโตร์ ส่วนแบรนด์ค้าปลีกท้องถิ่นอย่าง Marjane, ACIMA, Label vie, AswakAssalam, Mini Brahim และ Hanouti ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ได้เนื่องจากได้จับจองพื้นที่ทำเลที่ดีเอาไว้ก่อนแล้ว สำหรับร้านค้าปลีกอาหารดั้งเดิม ส่วนใหญ่เป็นร้านขายเนื้อ เบเกอรรี่ และการค้าปลีกออนไลน์ในโมร็อกโกมีการขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยกับระบบการซื้ออนไลน์มากขึ้น   

 

3.      ธุรกิจบริการอาหาร

ธุรกิจบริการอาหารในโมร็อกโกส่วนใหญ่จะเป็นร้านประเภทตั้งอิสระ (stand-alone) โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับที่ทำงานและชุมชนที่อยู่อาศัย มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 64.9 ของมูลค่าการจำหน่ายในธุรกิจบริการอาหารทั้งหมดในโมร็อกโก อย่างไรก็ตาม ร้านประเภทดังกล่าวเริ่มได้รับความนิยมลดลง เนื่องจากการขยายตัวของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ Morocco Mall และ Carré Eden ที่ดึงดูดให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการหลายรายสนใจเข้ามาลงทุนเปิดร้านอาหารภายในห้างเหล่านี้มากขึ้น เช่น ร้านอาหารจานด่วน Wok to Walk ร้านกาแฟ Starbucks เป็นต้น   ทั้งนี้ ร้อยละ 97.7 ของจำนวนธุรกิจบริการอาหารทั้งหมดในโมร็อกโก มีลักษณะการบริหารธุรกิจแบบอิสระ (Independent foodservice)

 


 

จากการขยายตัวของเศรษฐกิจและสังคมเมืองเพิ่มขึ้นในโมร็อกโก ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคโมร็อกโกเปลี่ยนแปลงไป มีเวลาในการปรุงอาหารเองที่บ้านน้อยลง ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากขึ้น วัยแรงงานมีชั่วโมงทำงานที่ยาวนานขึ้นใน 1 วัน ต้องใช้เวลาเดินทางเพื่อมาทำงานนานขึ้น เนื่องจากพักอาศัยนอกเมืองเพราะมีราคาถูกกว่าอยู่ในเมือง ขนาดครอบครัวที่เล็กลง จำนวนคนโสดที่มากขึ้น  ปัจจัยเหล่านี้ทำให้มีความต้องการอาหารที่ซื้อเพื่อนำกลับบ้านหรือบริการจัดส่งถึงบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองที่แออัดการจราจรหนาแน่น เช่น Casablanca และ Rabat ซึ่งการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านจะไม่ค่อยสะดวกนัก ทำให้ธุรกิจบริการจัดส่งอาหารกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนมากไม่สามารถละทิ้งงานเพื่อกลับบ้านไปรับประทานอาหารกลางวันได้ ซึ่งมื้อกลางวันถือเป็นมื้ออาหารที่สำคัญสุดสำหรับชาวโมร็อกโก   ดังนั้น พวกเขาจึงเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารระหว่างชั่วโมงการทำงาน ส่งผลให้ทั้งร้านอิสระและร้านเครือสาขาต่างนำเสนอเมนูและรูปแบบการบริการที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดความต้องการของผู้บริโภค เช่น ร้าน Papa John ในเมืองคาซาบลังกาได้เสนอเมนูอาหารพิเศษสำหรับนักธุรกิจและนักเรียนที่เร่งรีบ หรือร้าน Domino’s Pizza ที่อาศัยคอนเซ็ปท์รักสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้รถไฟฟ้า ชื่อ Twizyในการจัดส่งอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกถึงการใส่ใจในคุณภาพอาหารของทางร้าน อย่างไรก็ตาม ในเขตเมืองเล็กๆ จะยังไม่พบความต้องการอาหารที่ซื้อเพื่อนำกลับบ้านหรือบริการจัดส่งถึงบ้านเท่าไรนั

  

ผู้นำด้านธุรกิจบริการอาหารในโมร็อกโก คือ เจ้าของแฟรนไชส์ร้านอาหารจานด่วนชื่อดังสัญชาติอเมริกัน McDonald's ครองส่วนแบ่งธุรกิจมากถึงร้อยละ 35 ของมูลค่าการค้าในธุรกิจบริการอาหารทั้งหมดในโมร็อกโก ซึ่งได้รับอานิสงส์จากชื่อเสียงของตราสินค้าที่เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้บริโภคชาวโมร็อกโก ประกอบกับการโฆษณาเชิงรุกและการเสนอเมนูใหม่ระดับพรีเมี่ยม อย่างเช่น Grand Big Mac ที่มีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี รวมทั้งการให้บริการแบบ drive-through ซึ่งร้อยละ 60 ของยอดขายทั้งหมดของร้าน McDonald's มาจากการจำหน่ายผ่านช่องทาง drive-through   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร้านอาหารเครือสาขาชั้นนำระดับโลก เช่น ร้าน McDonald'sร้าน KFC ร้าน Domino’s Pizza จะมีส่วนแบ่งขนาดใหญ่ในตลาดโมร็อกโก แต่ผู้บริโภคชาวโมร็อกโกยังคงมีรสนิยมชื่นชอบร้านอาหารอิสระขนาดเล็กที่เปิดบริการทั่วไปในราคาย่อมเยา  ซึ่งร้านอาหารเหล่านี้ให้บริการอาหารที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคา และมีการพัฒนามาตรฐานความสะอาดของตนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด   นอกจากนี้ร้านอาหารอิสระบางร้านยังมีการเลียนแบบเมนูอาหารและรูปแบบการบริการของร้านอาหารชื่อดังอีกด้วย   ทั้งนี้ ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือเวลาจำกัดตอนมื้อกลางวัน ร้านอาหารอิสระในท้องถิ่นยังมีข้อดีในแง่ของความสะดวกและไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปใจกลางเมืองหรือห้างสรรพสินค้าเพื่อหาร้านอาหารชื่อดัง ซึ่งชาวโมร็อกโกจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ต่ำยังคงมองว่าร้านอาหารเครือสาขาเป็นร้านที่มีราคาแพง เนื่องจากสภาพการตกแต่งร้านที่หรูหราเกินไปและพนักงานที่ร้านมักจะพูดกับลูกค้าด้วยภาษาฝรั่งเศสเพื่อแสดงถึงการบริการที่มีคุณภาพระดับสูง   ดังนั้น ชาวโมร็อกโกที่มีรายได้ต่ำ-ปานกลางจึงไม่นิยมไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารเครือสาขาชั้นนำจากต่างประเทศเหล่านี้มากนัก

   

 

อุตสาหกรรมบริการอาหารในโมร็อกโกมีแนวโน้มขยายตัว แต่ไม่สูงมากนักเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้การบริโภคอาหารนอกบ้านมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ประกอบการธุรกิจบริการอาหารได้มีการใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์และการสร้างเครือข่ายเพื่อเพิ่มยอดขายมาก เนื่องจากเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคที่หลากหลายและมีต้นทุนดำเนินการต่ำ เช่น McDonald’s  และ TGI Friday’s ได้สร้างบัญชีในเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ซึ่งการสื่อสารในเครือข่ายออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในธุรกิจบริการอาหาร

สำหรับธุรกิจบริการอาหารต่างชาติในโมร็อกโกนั้น เป็นทางเลือกที่ได้รับความที่นิยมมากที่สุด   สำหรับชาวโมร็อกโกที่มีฐานะดีจะเลือกไปรับประทานที่ร้านอาหารระดับหรูซึ่งกระจายอยู่ตามเมืองขนาดใหญ่ โดยร้านอาหารเหล่านี้จะจำหน่ายตั้งแต่อาหารพื้นเมืองของชาวโมร็อกโก ไปจนถึงอาหารพื้นเมืองของชาติต่าง ๆ เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในเมืองใหญ่ อย่างเมืองคาซาบลังกา กรุงราบัต เมืองมาร์ราคิช และเมืองแทงเจียร์   ร้านอาหารแบบชาวตะวันออกกลาง   ร้านอาหารยุโรป รวมถึงร้านอาหารไทย ซึ่งจัดอยู่ในร้านอาหารระดับหรู มีคุณภาพอาหารและบริการระดับพรีเมี่ยม ซึ่งราคาอาหารเฉลี่ยโดยทั่วไปจะใกล้เคียงกับราคาของอาหารฝรั่งเศส จากรายงานของ EuromonitorInternational จำนวนร้านอาหารประเภทต่างๆ ในโมร็อกโกมีประมาณ 27,019 แห่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในรูปของคาเฟ่ร้อยละ 70 ของจำนวนร้านอาหารทั้งหมด รองลงมาคือร้านฟาสฟูดส์ ร้อยละ 21.4 และอื่นๆ คือร้านอาหารข้างถนน คีออส เป็นต้น ในส่วนของร้านอาหารต่างชาติส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารที่ให้บริการอาหารตะวันออกกลางมากที่สุด เนื่องจากมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกันและเป็นการรองรับนักท่องเที่ยวที่นิยมมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก