RESEARCH & ARTICLES

เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แนวใหม่ (Novel Packaging Technology)

เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แนวใหม่

(Novel Packaging Technology)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทศพร  นามโฮง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

     บรรจุภัณฑ์ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ถูกใช้เพื่อผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม และมีบางส่วนใช้สำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย (เช่น แชมพู ครีมนวดผม โลชั่น เป็นต้น) สารเคมี เสื้อผ้า และเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ   ผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ต้องการบรรจุภัณฑ์เพื่อปกป้องและคุ้มครองให้ผลิตภัณฑ์อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุดจนถึงมือผู้รับ ในโลกยุคปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีมูลค่าการผลิตมหาศาล โดยมีสัดส่วนการใช้ที่แบ่งตามชนิดของบรรจุภัณฑ์ ดังนี้คือ (1) กระดาษและกระดาษแข็งประมาณ 36 เปอร์เซ็นต์ (2) พลาสติกประมาณ 34 เปอร์เซ็นต์ (3) โลหะ (เหล็กหรืออลูมิเนียม) ประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ และ (4) แก้วประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์  ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคนิยมใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษและพลาสติกเป็นจำนวนมาก  โดยทั่วไปบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะใช้เป็นวัสดุบรรจุอาหารหรือวัสดุที่สัมผัสอาหาร (food contact materials) เป็นหลัก  ส่วนบรรจุภัณฑ์กระดาษจะนิยมใช้เพื่อการรวมหน่วยและบรรจุเพื่อการขนส่ง เช่น กล่องกระดาษแข็ง และกล่องกระดาษลูกฟูก เป็นต้น

     ปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญกับวิถีการดำเนินชีวิตในหลายๆ ประเทศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เป็นต้น   โดยการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบหลักต่อสินค้าที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม และบริโภคอื่นๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  ผลของวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปต่อการบรรจุอาหารในบรรจุภัณฑ์ อาทิเช่น (1) ครอบครัวเดี่ยว (one-parent families) มีปริมาณมากขึ้น เนื่องจากอัตราการเกิดลดลงและคนมีอายุยืนขึ้น  ซึ่งในปัจจุบันมีปริมาณครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิก 1-2 คนปริมาณมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน เมื่อเทียบกับในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา  ซึ่งหมายถึงความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดบรรจุเล็กมากกว่าบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดบรรจุใหญ่ (2) สมาชิกในครัวเรือนส่วนใหญ่ทำงานนอกบ้านเต็มเวลา  ซึ่งส่งผลให้การรับประทานอาหารพร้อมกันน้อยลง  รับประทานอาหารคนละช่วงเวลา และปริมาณการเตรียมอาหารในแต่ละครั้งลดลง  สาเหตุเหล่านี้นำไปสู่ความต้องการการบริโภคอาหารเพื่อความสะดวกมากขึ้น เช่น อาหารพร้อมรับประทาน (ready-to-eat) ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี  (3) การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น ตู้เย็นและตู่แช่ที่สามารถเก็บรักษาของสดที่มีการควบคุมสภาวะให้สามารถยืดอายุของสดได้ เช่น ผักและผลไม้   หรือการพัฒนาของไมโครเวฟต้นทุนต่ำนำไปสู่ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถไมโครเวฟได้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถไมโครเวฟได้ (4) รายได้ที่สามารถใช้จ่ายได้ (disposable income) มากขึ้นประกอบกับผู้บริโภคนิยมพบปะสังสรรค์กันนอกบ้าน ซึ่งหมายความถึงการใช้จ่ายเงินกับอาหารมากขึ้นตามไปด้วย   โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารและเครื่องดื่มสุดหรูต่างๆ (5) การเดินทางไปต่างประเทศและการเปิดรับต่อวัฒนธรรมอื่นๆ มากขึ้น นำไปสู่ความสนใจในการบริโภคอาหารพื้นเมืองที่มีการเตรียมแบบง่ายๆ เพิ่มมากขึ้น

ดาว์นโหลด

You may be interested in this?

“อาหารสำหรับผู้สูงอายุ” ความท้าทายของนักเทคโนโลยีการอาหาร

คำว่า “ผู้สูงอายุ” องค์การอนามัยโลก ( WHO ) ได้ให้นิยามว่า หมายถึงผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังแบ่งกลุ่มเป็น พวก young – old คืออายุช่วง 65-74 ปี middle old คืออายุช่วง 75-84 ปีและ o...

อ่านต่อ

เศษเหลือของผลเกรปฟรุท ส้ม มะนาว และ แอบเปิล : แหล่งของเส้นใยอาหารเข้มข้นสำหรับการปรับคุณลักษณะของอาหาร

เส้นใยอาหาร (Dietary fibre) เป็นองค์ประกอบที่ประกอบไปด้วยโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ใช่แป้ง ได้แก่ เซลลูโลส (cellulose) เฮมิเซลลลูโลส (hemicellulose) เพคติน (pectin) เบต้ากลูแคน (beta-glucans) กัม (gu...

อ่านต่อ

โสม : อาหารฟังก์ชั่น

โสมหรือชื่อภาษาอังกฤษว่า “Ginseng” มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน มีชื่อว่า “Jin-chen”, “ Jen-chen” หรือ Schinseng เป็นพืชในตระกูล Araliaceae และอยู่ในจีนัส Panax ต้นโสมมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Panaceae...

อ่านต่อ