ข้าวไทยในฮ่องกงขึ้นราคากว่า ร้อยละ 30

พฤษภาคม 2563

สาระสำคัญของข่าว

ฮ่องกงเป็นเกาะขนาดเล็กไม่มีพื้นที่ในการผลิตข้าว แต่นำเข้าข้าวจากต่างประเทศ โดยในปี 2562 ฮ่องกง นำเข้าข้าวจำนวน 316,946 ตันต่อปี จากแหล่งนำเข้า 5 อันดับแรก ได้แก่ ไทย เวียดนาม จีน กัมพูชา และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ โดยมีการบริโภคข้าวเฉลี่ย 40 กิโลกรัมต่อคน ซึ่งจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น บวกกับสถานการณ์ข่าวลือเรื่องการห้ามส่งออกข้าวของเวียดนามเกี่ยวเนื่องมาถึงไทย ทำให้ชาวฮ่องกงตื่นตระหนกกับการกักตุนอาหารเพื่อบริโภคจึงเกิดการกักตุนข้าวในประเทศระลอก 2 ส่งผลให้ราคาข้าวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งข้าวไทยในเดือน มกราคม 2563 ราคากิโลกรัมละ 13.05 เหรียญฮ่องกง แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ได้ปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 14.22 เหรียญฮ่องกง ส่วนในเดือนมีนาคม 2563 ข้าวไทยปรับราคาขึ้นถึงกิโลกรัมละ 17 เหรียญฮ่องกง คิดเป็นร้อยละ 30.27 เมื่อเทียบกับเดือน มกราคม 2563

ทั้งนี้ในปี 2563 (มกราคม – กุมภาพันธ์) ฮ่องกงนำเข้าข้าวมูลค่า 58.12 ล้านเหรียญสหรัฐ อัตราขยายตัวร้อยละ 16.63 หรือ ประมาณ 57,957 ตัน โดยนำเข้าจากไทย มูลค่า 36.80 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 63.33 ขยายตัวร้อยละ 13.96 ครองตลาดได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อื่นๆ รองลงมา คือ เวียดนาม (ร้อยละ 14.36) กัมพูชา (ร้อยละ 8.52) ญี่ปุ่น (ร้อยละ 4.59) และจีน (ร้อยละ 4.01)

 

อย่างไรก็ตาม สินค้าข้าวเป็นสินค้าสงวนในฮ่องกงที่ต้องได้รับการควบคุมปริมาณให้เพียงพอต่อการบริโภคในท้องถิ่น โดยมีมาตรการควบคุมอุปสงค์ของข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคของประชากรทั้งในช่วงปกติ และในภาวะฉุกเฉิน การนำเข้าต้องขออนุญาตจาก Trade & Industry Department ปัจจุบันมีสต็อค จำนวน 22,000 เมตริกตัน ซึ่งเพียงพอต่อการต้องการบริโภคใน 1 เดือน ผู้บริโภคจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อกักตุนจำนวนมาก อีกทั้งประเทศไทยยังมีข้าวเพียงพอในการส่งออก และบริโภคในประเทศอย่างมีเสถียรภาพ

 

 

 

ความเห็นจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ฮ่องกง

  1. ฮ่องกงนำเข้าข้าวไทยเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวหอมมะลิซึ่งถือว่าเป็นข้าวพรีเมี่ยมที่นิยมในกลุ่มแม่บ้านที่หาซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต  ขณะเดียวกัน ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ได้ออกมายืนยันว่ามาตรการปิดด่านชายแดนเพิ่มเติมในฮ่องกง จะไม่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอาหารในฮ่องกง เนื่องจากการปิดด่านชายแดนดังกล่าวเป็นเพียงการควบคุมผู้โดยสารในการเข้าออกเท่านั้น โดยไม่มีผลต่อการขนส่งสินค้า พร้อมทั้งชี้แจงเพิ่มเติมว่าสาเหตุที่ชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีกที่ว่างเปล่านั้น เป็นเพราะข้าวไม่ได้ถูกนำมาเติมในคลังสินค้าได้ทันต่อความต้องการของประชาชน และที่สำคัญรัฐบาลฮ่องกงได้มีการตรวจสอบการค้าปลีกข้าวอย่างต่อเนื่อง
  2. จากการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น และชาวฮ่องกงตื่นตระหนกกับการกักตุนข้าวเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และจากสถานการณ์ข่าวลือเรื่องการห้ามส่งออกข้าวของเวียดนามเกี่ยวเนื่องมาถึงไทย จึงเกิดการกักตุนข้าวในประเทศระลอกสอง อย่างไรก็ตาม ห้างค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งได้กำหนดมาตรการจำกัดการซื้อข้าวให้ผู้บริโภคซื้อข้าวได้ไม่เกินคนละ 1 ถุง และไข่ไม่เกินคนละ 2 แพ็ค
  3. ผู้ผลิตข้าวไทยต้องกำหนดมาตรฐานคุณภาพข้าว เพื่อการเข้าถึงและขยายตลาดใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็เป็นการรักษาตลาดเก่าด้วย เนื่องจากผู้ซื้อมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น แต่ประเทศไทยควรต้องรักษามาตรฐานข้าวให้ได้ตามที่กำหนดไว้เพื่อผู้บริโภคจะได้เห็นความแตกต่างระหว่างข้าวไทยกับข้าวคู่แข่ง เช่น เวียดนาม หรือ กัมพูชา
  4. ประเทศไทยยังเสียเปรียบด้านการแข่งขันด้านราคาจากการที่ค่าเงินบาทของไทยแข็งค่า เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคนี้ ทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยสูงกว่าประเทศส่งออกข้าวบางราย อีกทั้งยังขาดแคลนข้าวแดงและข้าว กข43 (RD43) เนื่องจากมีความต้องการบริโภคในประเทศสูงจากกลุ่มคนที่รักสุขภาพ ส่งผลให้ราคาข้าวทั้ง 2 ชนิดนี้พึ่งสูงขึ้นในตลาดฮ่องกงโดยสูงกว่าราคาข้าวหิมมะลิมาก

ที่มา :

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ฮ่องกง 

Related Articles

สหภาพยุโรปประกาศห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์จากบราซิล

พฤษภาคม 2561

วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 สหภาพยุโรป ได้ประกาศห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ผลิตจากโรงงาน 20 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานผลิตไก่เพื่อส่งออกเป็นหลัก จากเหตุผลด้านส...

ซูเปอร์มาเก็ตรายใหญ่ของจีนใช้กลยุทธ์ Global Original Sourcing ในการจัดหาสินค้า

กรกฎาคม 2561

Yonghui Superstores เป็นหนึ่งในซูเปอร์มาเก็ตรายใหญ่ของจีน ที่ก่อตั้งมามากกว่า 18 ปี มีสาขากว่า 600 แห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ อีกทั้งยังมีมินิมาร์ท ภายใต้ชื...