อุตสาหกรรมน้ำผลไม้

สิงหาคม 2559

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามูลค่าตลาดน้ำผลไม้ในประเทศไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการดื่มเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อให้ร่างกายสดชื่นและคลายความร้อน กระแสการใส่ใจสุขภาพที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำอัดลม

1. การผลิต

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบกการในอุตสาหกรรมน้ำผลไม้จำนวน 178 ราย[1] โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขยาดเล็ก (SMEs) จำนวน 164 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 92 ส่วนที่เหลือเป็นอีกร้อยละ 8 ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ โดยในปี 2559 ไทยมีปริมาณการผลิตนำผลไม้รวม 400,881 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.0 จาก 302,055 ตัน ในปี 2558 ซึ่งอัตราการขยายตัวดังกล่าว อยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมา

ประเภทของน้ำผลไม้สามารถแบ่งออกตามกรรมวิธีการผลิตและความเข้มข้นได้ดังนี้

  1. น้ำผลไม้เข้มข้น (Concentrated Fruit Juice) ผลิตจากการนำผลไม้จากธรรมชาติไประเหยน้ำบางส่วนออกเพื่อเพิ่มความเข้มข้น โดยก่อนบริโภคต้องนำน้ำผลไม้เข้มข้นมาผสมน้ำเพื่อเจือจางก่อน โดยน้ำผลไม้ประเภทนี้นิยมผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ
  2. น้ำผลไม้พร้อมดื่ม เป็นชนิดที่สามารถดื่มได้ทันทีซึ่งมีส่วนผสมของน้ำผลไม้แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของผลไม้ที่นำมาเป็นวัตถุดิบและวิธีการผลิตของโรงงานโดยสามารถแบ่งออกได้เป็นอีก 3 ประเภทย่อย ได้แก่ 

         - น้ำผลไม้แท้ 100% จัดเป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่มในตลาดระดับพรีเมี่ยม มีกรรมวิธีในการผลิตที่เน้นให้ผู้บริโภคได้รับคุณประโยชน์จากผลไม้ใกล้เคียงการบริโภคผลไม้ผลสดมากที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำผลไม้ชนิดอื่น ทำให้มีราคาจำหน่ายอยู่ในระดับสูง โดยได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคผู้มีรายได้สูงที่มีความใส่ใจด้านสุขภาพค่อนข้างมาก และมักคำนึงถึงคุณภาพและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์มากกว่าราคา 

        - น้ำผลไม้ 25% ขึ้นไป คือน้ำผลไม้พร้อมดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้เข้มข้นมากกว่า 25% แต่ไม่ถึง 100% ถือเป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่มในตลาดระดับกลาง ที่ผู้บริโภคมักนิยมดื่มเพื่อช่วยดับกระหายและเพิ่มความสดชื่น โดยผลิตภัณฑ์หลักที่จำหน่ายในตลาด มักจะมีระดับความเข้มข้น 40% และ 25% 

        -  น้ำผลไม้ต่ำกว่า 25% ถือเป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่มที่ได้รับความนิยมในตลาดทั่วไป และมีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำผลไม้ประเภทอื่น โดยมีผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงต่ำ ที่ให้ความสำคัญกับราคามากกว่าความสำคัญด้านคุณประโยชน์ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์กว่าให้ความสำคัญด้านคุณประโยชน์ต่อร่างกาย 

 

 

[1] ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม 

download PDF

Last Contents

ดูทั้งหมด

ย้อนกลับ

สถานการณ์เตือนภัยอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยปี 2560
อุตสาหกรรมผลไม้
อุตสาหกรรมน้ำผลไม้