WHO/FAO ออกแผนรับมือความไม่ปลอดภัยอาหาร หลังวิกฤตการณ์ที่ญี่ปุ่น

                องค์การอนามัยโลก (World HealthOrganization: WHO) ร่วมกับสำนักงานอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) ออกแผนรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินสำหรับความไม่ปลอดภัยอาหาร หรือ FAO/WHO framework for developing national food safety emergency response plans โดยใช้หลักการของการวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis) เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที แม้ว่าในหลายๆประเทศพัฒนาระบบควบคุมความปลอดภัยอาหารและมีแผนเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินอย่างเป็นระบบแล้วก็ตาม แต่คำแนะนำนี้จะช่วยให้การเตรียมพร้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เน้นให้คำแนะนำในการจัดเตรียมบุคลากรผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ เกษตร อาหาร และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อลดความซับซ้อนของการประสานงานในแต่ละขั้นตอน ซึ่งช่วยให้สามารถจัดการหากเกิดกรณีเร่งด่วนได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดได้จาก http://www.who.int/foodsafety/publications/fs_management/ERb1_E_L_101012.pdf

แผนนี้ WHO / FAO จัดทำขึ้นหลังกรณีแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีลงสู่พื้นที่เกษตรและท้องทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำหรับบริโภคและส่งออก ส่งผลให้ประเทศผู้นำเข้าอาหารญี่ปุ่นต้องออกมาตรการตรวจสอบปริมาณสารกัมมันตรังสปนเปื้อนในอาหารนำเข้า เพื่อป้องกันผู้บริโภคจากการได้รับรังสีเกินปริมาณที่ปลอดภัย เช่น สหภาพยุโรปเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบอาหารและอาหารสัตว์นำเข้าที่ผลิตจากเขตแผ่นดินไหวและกัมมันภาพตรังสีปนเปื้อน พร้อมบังคับแจ้งล่วงหน้าก่อนสินค้าเดินทางมาถึงอย่างน้อย  2 วัน เป็นต้น

                ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวหากมีการเตรียมพร้อมรับมืออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ว่าอาหารนำเข้ามีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับปริโภค รวมทั้งลดความวิตกกังวลในการแก้ปัญหาด้านความไม่น่าปลอดภัยอาหารของภาครัฐได้อีกทางหนึ่ง

download PDF

Related Articles

Codex Alimentarius ออกประกาศ มาตรฐานการจัดการสารก่อภูมิแพ้ในอาหาร

   Codex Alimentarius ออกประกาศ เรื่อง มาตรฐานการจัดการสารก่อภูมิแพ้ในอาหาร (CODE OF PRACTICE ON FOOD ALLERGEN MANAGEMENT FOR FOOD BUSINESS ...

ข้อแนะนำอาหารโปรไบโอติก ของอินเดียในปี 2553

ข้อแนะนำอาหารโปรไบโอติก ของอินเดียในปี 2553               ปัจจุบันผู้บริโภคชาวอินเดี...