สหภาพยุโรป ปรับกฎระเบียบการใช้สังเคราะห์ และสารปรับปรุงคุณภาพอาหาร

สหภาพยุโรป ปรับกฎระเบียบการใช้สังเคราะห์ และสารปรับปรุงคุณภาพอาหาร

            สืบเนื่องจากผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์เทมตัน ประเทศสหราชอาณาจักรพบว่า การใช้สีสังเคราะห์ผลมอาหาร (Artificial colours) ร่วมกับสารโซเดียมเบนโซเอต (Sodium Benzoate) ในอาหารประเภทน้ำตาลและขนมหวาน อาจทำให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น  (Attention Deficit Hyperactivity Disorder: ADHD) เพิ่มขึ้นซึ้งสีสังเคาระห์ดังกล่าวได้แก่ Tartrazine (E102), Quinoline Yellow (E104), Sunset Yellow (E110),Carmoisine (E122), Ponceau 4R (E124) และ  Allura Red (E129)ทำให้หลายประเทศทบทวนการอนุญาตใช้สีสังเคราะห์ผสมอาหาร รวมไปถึงสารช่วยปรับปรุงคุณภาพอาหาร(FoodImprovement Agent) ได้แก่วัตถุเจือปน  สารตี่งกลิ่น รส และเอนไซม์ ล่าสุดสหภาพยุโรปประกาศปรับกฎระเบียบ Food Improvement Agent Package ใน 4 เรื่อง ได้แก่

 

1.วัตถุเจือปน

2.สารแต่งกลิ่น รส

3.เอนไซม์

4.การปรับปรุงขั้นตอนการขออนุญาตใช้สารช่วยปรับปรุงคุณภาพ อาหารให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

สารระสำคัญในการปรับกฎระเบียบ Food Improvement Agent Package

-สารเจือปนที่จะได้รับอนุญาตใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารจะต้องมี ความปลอดภัย ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดถึงประโยชน์จากการใช้สารเจือปนในผลิภัณฑ์

-ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการใช้สีสังเคราะห์จะต้องระบุฉลากอย่างชัดเจนเพื่อเป็นการแจ้งเตือนผู้บริโภค

download PDF

Related Articles

คืบหน้าการปรับเปลี่ยน Nutriton Fact ของ USFDA

คืบหน้าการปรับเปลี่ยน Nutriton Fact ของ USFDA             หลังจากสำนักงานอาหารและยาแห่งสหรัฐ...

EU กำหนดการใช้สารสกัดหญ้าหวานในลูกอม

สหภาพยุโรปออกประกาศ Commission Regulation (EU) 2017/335 อนุญาตใช้ Steviol Glycosides (สารสกัดจากหญ้าหวาน : E 960) ซึ่งเป็นสารที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล ส...