FSIS พิจารณาร่างข้อเสนอติดฉลาก E. coli O157:H7 Test

​FSIS  พิจารณาร่างข้อเสนอติดฉลาก  E. coli O157:H7 Test

หน่วยบริการตรวจสอบและความปลอดภัย ของอาหาร (Food Safety and Inspection

Services: FSIS) ภายใต้กระทรวงเกษตร (Ministry of Agriculture) ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศร่างข้อเสนอ FSIS-approved N-60 E. coli O157:H7 สำหรับอุตสาหกรรมอาหารที่สมัครใจ (Voluntary) ต้องการกล่าวอ้างการทดสอบแบคทีเรียชนิด E. coli O157:H7 สำหรับอุตสาหกรรมอาหารที่สมัครใจ (Voluntary) ต้องการกล่าวอ้างการทดสอบแบคทีเรียชนิด E. coli O157:H7 บนฉลากอาหารที่ถูกต้องและไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

            ที่ผ่านมาปัญหาการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย E. coli O157:H7 ในอาหารหลายชนิดของสหรัฐอเมริกาไม่ว่าจะเป็น ผักโขม มะเขือเทศ และเนื้อวัวสด ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อการผลิตอาหารของสหรัฐฯอีกทั้งภาครัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการเรียกคืนสินค้าและ รักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการเลือกซื้ออาหารสดของผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้กลุ่มผู้ผลิตเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกจึงได้รวมตัวกันเพื่อหาวิธีสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ด้วยการติดฉลากระบุว่าสินค้าของได้ผ่านการทดสอบจุลินทรีย์ E. coli O157:H7เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเสนอให้กระทรวงเกษตรประกาศรับรองเป็นกฎหมายอนุญาตให้ดำเนินงานดังกล่าวด้วยความสมัครใจ โดยหน่วยบริการตรวจสอบและความปลอดภัยของอาหาร หรือ FSIS  จะเป็นหน่วยงานพิจารณาร่างข้อเสนอนี้

            ทั้ง FSIS กำลังพิจารณาร่างข้อเสนอดังกล่าวใน ด้านมาตรฐานของวิธีการทดสอบเชื้อ E. coli และการรายงานผล รวมทั้งวิธีการที่ผู้ผลิตจะนำไปกล่าวอ้างบนฉลาก ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนพฤศจิกายน 2551 นอกจากนี้  FSIS  จะนำข้อเสนอนี้ไปศึกษาต่อให้ครอบคลุมถึงจุลินทรีย์ก่อโรคชนิดอื่นด้วยเช่น Salmonella หรือ Listeria monocytogenese

 

download PDF

Related Articles

อินเดียแก้ไขมาตรฐานสารปนเปื้อน สารพิษ และสารตกค้างปริมาณโลหะหนักตกค้างสูงสุดที่อนุญาตให้มีได้ในอาหาร

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารและมาตรฐานของอินเดีย (Food Safety and Standard Authority of India : FSSAI) ประกาศแก้ไขกฎหมายควา...

EFSA เสนอปริมาณพลังงาน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และเกลือ ที่ควรได้รับต่อวันต่อสหภาพยุโรป

EFSA เสนอปริมาณพลังงาน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และเกลือ ที่ควรได้รับต่อวันต่อสหภาพยุโรป          &nb...