EU ปรับข้อกำหนดฉลากแหล่งที่มาของส่วนประกอบหลัก

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2018/775 laying down rules for the application of Article 26(3) of Regulation (EU) No 1169/2011 of the European Parliament and of the Council on the provision of food information to consumers, as regards the rules for indicating the country of origin or place of provenance of the primary ingredient of a food ใน EU Official Journal L 131/8 โดยคณะกรรมาธิการรยุโรปกำหนดให้ส่วนประกอบหลักของอาหาร (primary ingredient) ที่มีแหล่งกำเนิดต่างไปจากอาหารดังกล่าว จะต้องแสดงข้อมูลแหล่งกำเนิด หรือถิ่นที่มาของส่วนประกอบหลักนั้น ๆ ให้ผู้บริโภคทราบ ดังนี้

  1. “EU” หรือ “non-EU” หรือ “EU และ non-EU”
  2. ชื่อภูมิภาคหรือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ครอบคลุมประเทศสมาชิกฯ หรือประเทศที่สาม ที่ถูกกำหนดโดยกฎหมายระหว่างประเทศ หรือเป็นข้อมูลที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าใจได้
  3. ชื่อพื้นที่ทำการประมงของ FAO หรือทะเล หรือแหล่งน้ำจืดที่ถูกกำหนดโดยกฎหมายระหว่างประเทศหรือสามารถเข้าใจได้ดีโดยผู้บริโภคทั่วไปเมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าว
  4. ชื่อประเทศสมาชิกฯ หรือประเทศที่สาม
  5. ชื่อภูมิภาคหรือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ในประเทศสมาชิกฯ หรือในประเทศที่สามที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าใจได้
  6. ชื่อประเทศแหล่งกำเนิดหรือถิ่นฐาน ตามข้อกำหนดเฉพาะของสหภาพยุโรปว่าด้วยส่วนประกอบหลักที่เกี่ยวข้อง
  7. หรือเป็นการระบุข้อความ ว่า “(ชื่อส่วนประกอบหลัก) ไม่ได้มาจาก (ประเทศแหล่งกำเนิดหรือถิ่นที่มาของอาหาร)” หรือข้อความคล้ายคลึงอื่นใดที่มีความหมายเหมือนกันสำหรับผู้บริโภค                                                   

          อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่นำเสนอต้องมีขนาดตัวอักษรที่ไม่เล็กกว่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา 13 ย่อหน้า 2 ของ Regulation (EU) No 1169/2011 และในกรณีที่ระบุประเทศแหล่งกำเนิดหรือถิ่นที่มาของอาหารในลักษณะ “คำ” (words) ข้อมูลส่วนประกอบหลักของอาหารจะต้องอยู่ในระดับที่มองเห็นได้ในระดับเดียวกับข้อมูลดังกล่าว โดยต้องใช้ขนาดตัวอักษรที่มีขนาดความสูงอย่างน้อยร้อยละ 75 ของขนาดตัวอักษรที่ระบุชื่อประเทศแหล่งกำเนิดหรือถิ่นที่มาของอาหารนั้นๆ

          ในกรณีที่ระบุประเทศแหล่งกำเนิดหรือถิ่นที่มาของอาหารในลักษณะรูปภาพ (non-scriptural form) ข้อมูลส่วนประกอบหลักของอาหารจะต้องอยู่ในระดับเดียวกับข้อมูลดังกล่าว

          ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 3 วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ 29 พฤษภาคม 2561) โดยให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ทั้งนี้ อาหารที่วางจำหน่ายในตลาดหรือที่มีการติดฉลากก่อนวันที่ 1 เมษายน 2563 สามารถวางจำหน่ายได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

 

 

รายละเอียดเพิ่มเติม :

https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32018R0775&from=EN

 

ที่มา : http://thaieurope.net

download PDF

Related Articles

EFSA อนุมัติสาร 2 ชนิดที่ใช้ในการผลิตวัสดุสัมผัสอาหาร

EFSA อนุมัติสาร 2 ชนิดที่ใช้ในการผลิตวัสดุสัมผัสอาหาร             หลังจากประเทศเยอรมันนีโดยห...

EU แก้ไขวิธีการสุ่มตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนในสินค้าอาหารบางรายการ

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2559 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศแก้ไข Regulation (EC)             &n...