มองอุตสาหกรรมเครื่องเทศเครื่องปรุงรสไทย โดย คุณวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาจจิตต์ อินเตอร์เนชั่นเนล เพ็พเพอร์ แอนด์ สไปซ์ จำกัด

         หากจะกล่าวว่า “ปัจจุบันอาหารไทยเป็นหนึ่งในเมนูอาหารที่ผู้คนทั่วโลกรู้จัก” ก็คงไม่ผิด เพราะด้วยปัจจัยหลายอย่างได้ส่งเสริมให้อาหารไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทั้งรสชาติที่กลมกล่อมมี เอกลักษณ์ รูปลักษณ์ที่โดดเด่นสวยงาม อีกทั้งยังมีส่วนผสมของพืชผักสมุนไพรนานาชนิดที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งหัวใจสำคัญ ที่ทาให้อาหารไทยมีรสชาติอร่อยน่าลิ้มลองนั่นคือ เครื่องเทศเครื่องปรุงรส

 


มุมมอง CEO
          เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา คุณวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาจจิตต์ อินเตอร์เนชั่นเนล เพ็พเพอร์ แอนด์ สไปซ์ จำกัด หรือที่คนไทยเรารู้จักกันดีในนาม “ง่วนสูน” ผู้ผลิตเครื่องเทศเครื่องปรุงรสรายใหญ่ของไทย ซึ่งคร่ำหวอดในวงการมา นานกว่า 60 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ถึงมุมมองด้านศักยภาพการผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องเทศเครื่องปรุงรสไทย โอกาส อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการปรับตัวเพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนว่าอุตสาหกรรมเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทย มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่ได้เปรียบคู่แข่งทั้งในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยีและประสบการณ์การผลิตที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษซึ่งถึงแม้จะไม่ได้มีผลผลิตวัตถุดิบเครื่องเทศจำนวนมาก แต่ก็สามารถแปรรูปและส่งออกเครื่องเทศเครื่องปรุงรสที่ได้คุณภาพและมาตรฐานปริมาณมากติดอันดับโลก โดยเฉพาะเครื่องเทศเครื่องปรุงรสแบบไทยที่ทำให้อาหารไทยมีเอกลักษณ์และเป็นยอมรับไปทั่วโลก ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทยเติบโตขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี ด้วยมูลค่าตลาดมากกว่า 4,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยหลายด้านทั้งการท่องเที่ยวที่ส่งเสริมให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยม รวมไปถึงการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการรวมกลุ่มและก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งผู้ประกอบการเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทยควรใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดทั้งรูปแบบของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ โดยไม่ละทิ้งคุณภาพและมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ
สถานการณ์อุตสาหกรรมเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทย
          ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี ด้วยมูลค่าตลาด 4,000-5,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยด้านการท่องเที่ยวที่ส่งเสริมให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก อย่างไรก็ตามผู้ผลิตเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายเล็กที่ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในชุมชน ส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานระดับสากลทั้ง GMP, HACCP, BRC, ISO 14000 จนสามารถจำหน่ายได้ทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศมีเพียง 5-6 รายเท่านั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทย เป็นตลาดที่มีการแข่งขันของผู้ขายน้อยราย เครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทยมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครในโลก จึงเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคมีความต้องการสูงและเติบโตตามกระแสการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในต่างประเทศเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทยขยายตัวตามไปด้วย จนประเทศไทยกลายเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกเครื่องเทศเครื่องปรุงรสอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และติด 1 ใน 5 ของเอเชีย อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของอุตสาหกรรมเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทยที่เพิ่มขึ้น ยังไม่สามารถรองรับกับความต้องการของตลาดได้ดีเท่าที่ควร โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ยังคงมีรูปแบบเดิมๆ ไม่มีการพัฒนาต่อยอดให้สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร 
          ถึงแม้จะผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยแล้วก็ตาม เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่มักมีเวลาและประสบการณ์ในการปรุงอาหารน้อย จึงต้องการผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการปรุงและเตรียมอาหารไว้สำหรับรับประทานมากขึ้น ดังนั้น การที่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นไปสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตเครื่องเทศเครื่องปรุงรสในระดับโลกนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น
          การปรับตัวรองรับประชาคมอาเซียน (AEC)เป็นที่ทราบกันดีว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบเครื่องเทศมากกว่าร้อยละ 70 ของตลาดเครื่องเทศเครื่องปรุงรสที่มีจำหน่ายทั่วโลก ดังนั้น การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปีนี้ ถือเป็นโอกาสที่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกในอุตสาหกรรมเครื่องเทศเครื่องปรุงของไทย ที่จะใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านการขยายฐานการผลิตและการส่งออกให้กว้างมากขึ้น ด้วยการนำเข้าวัตถุดิบคุณภาพจากอาเซียนซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำลง เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดในด้านภาษีที่สำคัญเช่น การนำเข้าเครื่องเทศต่างๆมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นรวมไปถึงการออกไปร่วมลงทุนกับผู้ผลิตที่มีศักยภาพในภูมิภาคด้วยการนำองค์ความรู้เทคโนโลยีและประสบการณ์การผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากลไปแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทยในอนาคตและสร้างแบรนด์ของสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในอาเซียนให้มากขึ้น  

แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์

          ผลิตภัณฑ์เครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทย มีความโดดเด่นในด้านรสชาติความอร่อย ผ่านกระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่ได้คุณภาพและมาตรฐานดีอยู่แล้ว สำหรับแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต อยากให้ดูตัวอย่างของอุตสาหกรรมอาหารของญี่ปุ่น ซึ่งก้าวล้ำนำหน้าประเทศไทย 10 ปี ด้วยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาผสมผสานกับศิลปะในการปรุงอาหาร (science & art) ได้อย่างเหมาะสม เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและคงเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่นไว้ได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ผงมิโซะซุปสำเร็จรูป ซึ่งมีรสชาติดั้งเดิมเหมือนต้นตำรับและคงที่สม่ำเสมอทั้งที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่นและทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอีกหลากหลายรูปแบบเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมอาหารของญี่ปุ่นก้าวหน้าและเติบโตอยู่ในระดับต้นๆ ของโลก 
          ดังนั้น อุตสาหกรรมเครื่องเทศเครื่องปรุงรสของไทย จึงควรให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาผสมผสานกับการปรุงอาหารแบบไทย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก ซึ่งหน่วยงานภาครัฐของไทยทำได้ดีอยู่แล้ว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จนประสบความสำเร็จได้ในตลาด ส่วนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กอาจจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะต้องเป็นตัวกลางสำคัญในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารไทย ทั้งการให้คำปรึกษา หรือ เป็น flavor house เพื่อพัฒนาสูตรอาหารไทยที่เหมาะสมให้กับผู้ประกอบการ หรือเป็นตัวกลางการแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างธุรกิจอาหารของไทยกับธุรกิจอาหารของโลกที่มีเทคโนโลยีและความพร้อมในด้านต่าง ๆ เป็นต้น