ตลาดอาหารออร์แกนิกในสหราชอาณาจักร

มกราคม 2562

แม้ว่าตลาดอาหารออร์แกนิกในสหราชอาณาจักรจะมีความน่าสนใจและชี้ให้เห็นโอกาสมากมายทางธุรกิจ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามอุปสรรคหรือภัยคุกคามในตลาดดังกล่าวด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นกฎระเบียบเกี่ยวกับสินค้าอาหารออร์แกนิก ข้อกำหนดการควบคุมคุณภาพสินค้า รวมถึงการรับรู้ของผู้บริโภคในตลาดสหราชอาณาจักรต่อสินค้าอาหารออร์แกนิก ซึ่งชาวบริติชส่วนใหญ่มีอำนาจซื้อสูงและเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอาหารที่มีคุณภาพสมราคา และแสดงถึงกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น นอกเหนือจากการติดตามสถานการณ์ความต้องการของตลาดและพฤติกรรมการบริโภคของชาวบริติชแล้ว ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องศึกษากฎระเบียบ/ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าอาหารออร์แกนิกในตลาดสหราชอาณาจักรโดยละเอียด รวมถึงการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้าอาหารออร์แกนิก เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในสินค้าอาหารออร์แกนิกของไทย

สถานการณ์ตลาดอาหารออร์แกนิกในสหราชอาณาจักร

ในปี 2561 สหราชอาณาจักรมีมูลค่าการจำหน่ายสินค้าอาหารออร์แกนิกภายในประเทศรวม 1,057.9 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 2.2 ต่อปี ตลอดช่วงที่วิเคราะห์ (ปี 2557-2561) (รูปที่ 1) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกระแสของผู้บริโภคชาวบริติชที่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสวัสดิภาพของสัตว์มากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่มีทิศทางเติบโตมากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยชาวบริติชจำนวนมากได้เปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของพวกเขาไปเป็นผู้รับประทานอาหารเจ และ/หรือ อาหารมังสวิรัติ ขณะที่บางกลุ่มเลือกวิถีการรับประทานแบบ flexitarian หรือ การรับประทานอาหารมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น ซึ่งจะรับประทานเนื้อเป็นบางครั้งบางคราว เช่น สัปดาห์ละหนึ่งวัน โดยกระแสดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นหนุ่มสาวชาวบริติช และมีแนวโน้มกระจายความนิยมเป็นวงกว้างมากขึ้น ส่งผลให้บรรดาผู้ผลิตสินค้าอาหารต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกออกสู่ตลาดสหราชอาณาจักรเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว และหวังว่าจะช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาเติบโตอย่างต่อเนื่อง  ยกตัวอย่างกรณีของบริษัท Rachel’s Dairy ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ตื่นตัวกับกระแสนี้เป็นอย่างมาก โดยนอกจากจะโฆษณาสินค้าของตนผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคชาวบริติชแล้ว บริษัทยังได้อาศัยจุดแข็งด้านการผลิตผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิก ในการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด เช่น กรีกโยเกิร์ตออร์แกนิก ผสมมะนาว ขิง และจิน (gin) โยเกิร์ตออร์แกนิก ปราศจากน้ำตาลแลคโตส เป็นต้น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีความภักดีต่อสินค้าตรา Rachel’s และมีความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัท รวมถึงขยายฐานผู้บริโภคให้เพิ่มมากขึ้น

download PDF

Related Articles

ตลาดอาหารเส้น พาสต้า และข้าวใน UAE

กรกฎาคม 2562

จากปัจจัยบวกด้านระบบเศรษฐกิจแบบเปิดของประเทศ และกำลังซื้อของประชากรภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง โดยในปี 2560 มีรายได้เฉลี่ยคนละ 68,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ที่มา: Central Intelligence Agency.) หรือสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รองจากการ์ตาร์ ประกอบกับความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อกระจายแหล่งที่มาของรายได้นอกเหนือจากน้ำมัน ส่งผลให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นตลาดที่มีศักยภาพแห่งหนึ่งในตะวันออกกลางด้านการค้าและการลงทุน นอกจากนี้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังมีความหลากหลายของประชากร เนื่องจากมีแรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไปทำงานในประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวเอเชีย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่รับประทานข้าว และอาหารเส้นเป็นอาหารหลัก

Read more

ตลาดเครื่องดื่มออร์แกนิกในสหรัฐอเมริกา

มิถุนายน 2562

ข้อมูลจาก The Organic Trade Association ระบุว่า ในปี 2560 ตลาดอาหารและเครื่องดื่มออร์แกนิกในสหรัฐอเมริกามีมูลค่าการจำหน่ายประมาณ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแม้ว่าจะมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 5.5 ของมูลค่าการค้าปลีกสินค้าอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดในตลาดสหรัฐอเมริกา แต่ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มสินค้าอาหารออร์แกนิกได้แสดงให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มออร์แกนิก ประกอบกับประชากรภายในประเทศที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากจีน และอินเดีย ส่งผลให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นตลาดเครื่องดื่มออร์แกนิกขนาดใหญ่ที่มีความน่าสนใจ และมีโอกาสมากมายสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะพัฒนาสินค้าเครื่องดื่มออร์แกนิกเพื่อขยายเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา

Read more

ตลาดอาหารพร้อมรับประทานในอินเดีย

พฤษภาคม 2562

จุดเด่นที่ปฏิเสธไม่ได้เลยของตลาดอินเดีย คือ จำนวนประชากรกว่า 1,300 ล้านคน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากจีน แสดงให้เห็นถึงความต้องการบริโภคอาหารปริมาณมหาศาล นอกจากนี้ขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีน และสหรัฐอเมริกา และภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีทิศทางการเติบโตอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกลุ่มชนชั้นกลางที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และระดับรายได้เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้อินเดียเป็นตลาดสินค้าอาหารพร้อมรับประทานที่น่าสนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ผู้บริโภคชาวอินเดียโดยโดยทั่วไปจะต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการรับประทานอาหาร ตามวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ชาวอินเดียจำนวนมากต่างเริ่มมีความกังวลในเรื่องความสะอาดปลอดภัยของอาหาร และให้ความใส่ใจกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น ดังนั้น ข้อมูลด้านการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาดอาหารพร้อมรับประทานในอินเดีย

Read more