ตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในอินโดนีเซีย

กันยายน 2561

อินโดนีเซียเป็นตลาดหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ส่งออกทั่วโลก จากจำนวนประชากรในประเทศที่มากเป็นอันดับ 4 ของโลก ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะในเมืองเศรษฐกิจหลัก อาทิ จาการ์ตา บาหลี สุราบายา เมดาน และบันดุง อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าภาคการผลิตสินค้าอาหารของอินโดนีเซียยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้จำเป็นต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ซึ่งสังเกตได้จากมูลค่าการนำเข้าสินค้าอาหารที่สูงขึ้นมาโดยตลอด โดยเฉพาะกลุ่มซอสและเครื่องปรุงรส ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายการส่งออกสินค้าซอสและเครื่องปรุงรสเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซีย

สถานการณ์ตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในอินโดนีเซีย

ตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในอินโดนีเซียมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 อินโดนีเซียมีปริมาณการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวภายในประเทศรวม 588,700 ตัน มูลค่า 17,685.8 ล้านรูเปียห์ หรือมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.9 ต่อปี ในเชิงปริมาณ และร้อยละ 11.3 ต่อปี ในเชิงมูลค่า ตลอดช่วงที่วิเคราะห์ (ปี 2556-2560) (รูปที่ 1) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมการรับประทานของชาวอินโดนีเซียที่ชื่นชอบการเติมเครื่องปรุง โดยเฉพาะซอสบนโต๊ะอาหาร อาทิ ซีอิ๊วหวาน และซอสพริก ในอาหารที่พวกเขารับประทานประจำวัน แม้ว่าชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่จะนิยมซอสพริกที่ปรุงเองแบบสดใหม่ แต่จากวิถีชีวิตที่เร่งรีบและไม่มีเวลามากนักในการเตรียมอาหาร ส่งผลให้ชาวอินโดนีเซียบางส่วนหันมาเลือกรับประทานซอสแบบบรรจุเสร็จเพิ่มมากขึ้น  นอกจากนี้การขยายตัวของร้านอาหารชาติตะวันตกในอินโดนีเซียยังทำให้พวกเขาเปิดรับวัฒนธรรมอาหารต่างชาติมากขึ้น และเริ่มคุ้นเคยกับอาหารที่เสริฟพร้อมกับมายองเนสด้วยเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้มายองเนสเป็นชนิดสินค้าที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุด ด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 13.6 ต่อปี ในเชิงปริมาณ และร้อยละ 14.7 ต่อปี ในเชิงมูลค่า ตลอดช่วงที่วิเคราะห์ ตามด้วยซอสมะเขือเทศ และน้ำสลัด มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 10 และ 8.8 ต่อปี ในเชิงปริมาณ และร้อยละ 13.5 และ 13.8 ต่อปี ในเชิงมูลค่า ตลอดช่วงที่วิเคราะห์ ตามลำดับ

download PDF

Related Articles

ตลาดอาหารเส้น พาสต้า และข้าวใน UAE

กรกฎาคม 2562

จากปัจจัยบวกด้านระบบเศรษฐกิจแบบเปิดของประเทศ และกำลังซื้อของประชากรภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง โดยในปี 2560 มีรายได้เฉลี่ยคนละ 68,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ที่มา: Central Intelligence Agency.) หรือสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รองจากการ์ตาร์ ประกอบกับความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อกระจายแหล่งที่มาของรายได้นอกเหนือจากน้ำมัน ส่งผลให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นตลาดที่มีศักยภาพแห่งหนึ่งในตะวันออกกลางด้านการค้าและการลงทุน นอกจากนี้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังมีความหลากหลายของประชากร เนื่องจากมีแรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไปทำงานในประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวเอเชีย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่รับประทานข้าว และอาหารเส้นเป็นอาหารหลัก

Read more

ตลาดเครื่องดื่มออร์แกนิกในสหรัฐอเมริกา

มิถุนายน 2562

ข้อมูลจาก The Organic Trade Association ระบุว่า ในปี 2560 ตลาดอาหารและเครื่องดื่มออร์แกนิกในสหรัฐอเมริกามีมูลค่าการจำหน่ายประมาณ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแม้ว่าจะมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 5.5 ของมูลค่าการค้าปลีกสินค้าอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดในตลาดสหรัฐอเมริกา แต่ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มสินค้าอาหารออร์แกนิกได้แสดงให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มออร์แกนิก ประกอบกับประชากรภายในประเทศที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากจีน และอินเดีย ส่งผลให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นตลาดเครื่องดื่มออร์แกนิกขนาดใหญ่ที่มีความน่าสนใจ และมีโอกาสมากมายสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะพัฒนาสินค้าเครื่องดื่มออร์แกนิกเพื่อขยายเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา

Read more

ตลาดอาหารพร้อมรับประทานในอินเดีย

พฤษภาคม 2562

จุดเด่นที่ปฏิเสธไม่ได้เลยของตลาดอินเดีย คือ จำนวนประชากรกว่า 1,300 ล้านคน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากจีน แสดงให้เห็นถึงความต้องการบริโภคอาหารปริมาณมหาศาล นอกจากนี้ขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีน และสหรัฐอเมริกา และภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีทิศทางการเติบโตอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกลุ่มชนชั้นกลางที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และระดับรายได้เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้อินเดียเป็นตลาดสินค้าอาหารพร้อมรับประทานที่น่าสนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ผู้บริโภคชาวอินเดียโดยโดยทั่วไปจะต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการรับประทานอาหาร ตามวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ชาวอินเดียจำนวนมากต่างเริ่มมีความกังวลในเรื่องความสะอาดปลอดภัยของอาหาร และให้ความใส่ใจกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น ดังนั้น ข้อมูลด้านการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาดอาหารพร้อมรับประทานในอินเดีย

Read more