World


ตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในออสเตรเลีย

แม้ว่าออสเตรเลียจะเป็นตลาดที่มีขนาดไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ เนื่องจากมีจำนวนประชากรเพียง 24.3 ล้านคน (ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2559) ประกอบกับสามารถผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปภายในประเทศได้เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีการพึ่งพิงสินค้าอาหารจากไทยไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมา ศักยภาพการผลิตของออสเตรเลียเริ่มถดถอยลง และเป็นการสร้างโอกาสให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตอาหารแห่งหนึ่งให้กับออสเตรเลีย นอกจากนี้ประชากรออสเตรเลียถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอำนาจซื้อสูง และมีความต้องการที่หลากหลาย เนื่องประชากรมีลักษณะเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม มาจากหลายเชื้อชาติ โดยเฉพาะผู้ย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศในแถบเอเชีย ทำให้ชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่มีความคุ้นเคย และความชื่นชอบรสชาติสินค้าอาหารไทย โดยเฉพาะซอสและเครื่องปรุงรส ซึ่งออสเตรเลียมีแนวโน้มนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารไทยจำเป็นต้องเน้นเรื่องคุณภาพของสินค้าอาหารเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้บริโภคชาวออสเตรเลียจะให้ความสำคัญกับสุขอนามัยอาหาร โดยอาหารนั้นจะต้องปราศจากสารกันบูดและผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์ตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในออสเตรเลีย

ข้อมูลจาก statista.com ระบุว่า ผู้บริโภคชาวออสเตรเลียมีปริมาณการรับประทานซอสและเครื่องปรุงรสเฉลี่ยคนละประมาณ 13.8 กิโลกรัมต่อปี โดยพวกเขามีแนวโน้มความต้องการบริโภคเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสความนิยมของรายการวาไรตี้ทางโทรทัศน์เกี่ยวกับการแข่งขันทำอาหาร อาทิ รายการ Master Chef และ รายการ My Kitchen Rules ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวออสเตรเลียจำนวนมากหันมาทดลองประกอบอาหารรับประทานเองที่บ้าน ส่งผลให้สินค้าซอสและเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2560 ประมาณการว่าตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในออสเตรเลียจะมีมูลค่า 2,529.7 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.9 ต่อปี ตลอดช่วงปี 2555-2560 ซึ่งสินค้าที่มีการเติบโตมากที่สุดในช่วงดังกล่าว ได้แก่ น้ำปลา ด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 9 ต่อปี เนื่องจากชาวออสเตรเลียต้องการที่จะทดลองทำอาหารเอเชียรับประทานเองที่บ้าน  สำหรับรสชาติของซอสปรุงอาหาร (cooking sauces) แบบสำเร็จรูปที่ชาวออสเตรเลียนิยมบริโภคมากที่สุด ได้แก่ น้ำเกรวี่ น้ำแกง ซอสเปรี้ยวหวาน น้ำพริก และซอสครีมเปรี้ยวสโตรกานอฟฟ์ (Stroganoff) มีสัดส่วนร้อยละ 18.2 14.6 9.3 8 และ 7.5 ของมูลค่าการจำหน่ายซอสปรุงอาหารทั้งหมดในออสเตรเลีย ตามลำดับ

 


 

download PDF

ทั้งหมด มี 46 รายการ

10 เทรนด์ตลาดอาหารและเครื่องดื่มปี 2561

ธันวาคม 2560
10 เทรนด์ตลาดอาหารและเครื่องดื่มปี 2561

Whole Foods ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในอเมริกา และ specialty food association ได้รายงาน เทรนด์อาหารประจำปี 2561 โดยศึกษาจากประสบการณ์ที่ได้จากการคัดสรรสินค้ามาจำหน่ายและการศึกษาความต้องการชองผู้บริโภค ซึ่งคาดการณ์ว่าเทรนด์อาหารทั้ง 10 เทรนด์นี้จะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในปี 2561 โดยเปลี่ยนจากการได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มกลายเป็นอาหารที่นิยมกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

ตลาดอาหารออร์แกนิกในญี่ปุ่น

พฤศจิกายน 2560
ชาวญี่ปุ่นถือเป็นชนชาติที่ให้ความสำคัญกับการใส่ใจสุขภาพเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการเลือกรับประทานอาหาร โดยส่วนหนึ่งจะสังเกตได้จากสินค้าอาหารออร์แกนิกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นและมีหลากหลายชนิดในท้องตลาด ทั้งที่จำหน่ายในร้านเฉพาะอย่าง และแผนกอาหารเพื่อสุขภาพในซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งตลาดอาหารออร์แกนิกในญี่ปุ่นมีช่องทางที่ค่อนข้างกระจายและเปิดกว้าง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้อย่างสะดวก ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าอาหารออร์แกนิกของไทยที่จะเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากมีความพร้อมด้านช่องทางการจำหน่าย ประกอบกับมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพและมีความปลอดภัยสูง

ผู้บริโภคในอนาคตมองหาอะไร?

ตุลาคม 2560
การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การพัฒนาของเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลต่อธุรกิจอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคมีความซับซ้อนและต้องการมากขึ้นกว่าในอดีต ประเด็นที่ค้นพบและสามารถสรุปเป็นภาพแนวโน้มในอนาคต ได้แก่

ตลาดอาหารพร้อมรับประทานในญี่ปุ่น

กันยายน 2560
แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะสามารถผลิตอาหารได้หลากหลายชนิด แต่ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่
ทำให้ไม่สามารถผลิตอาหารให้มีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคของคนในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนประชากรประมาณ 126.7 ล้านคน โดยเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับพลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวัน
จะเห็นได้ว่า ตลอดช่วง 50 ปีที่ผ่านมา อัตราการพึ่งพาตนเองด้านอาหารของญี่ปุ่น (food self-sufficiency rates) มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 73 ในปี 2508 ลดลงเหลือ ร้อยละ 39 ในปี 2558 นั่นหมายความว่า ชาวญี่ปุ่นสามารถรับประทานอาหารที่ผลิตได้เองในประเทศลดลง ทำให้จำเป็นต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งในรูปของผลผลิตวัตถุดิบ และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน

ตลาดวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในสิงคโปร์

สิงหาคม 2560
เนื่องจากเกือบร้อยละ 75 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศสิงคโปร์ มีเชื้อสายจีน (ที่มา: Central Intelligence Agency.) ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยกับการรับประทานยาจีนแผนโบราณเป็นอย่างดี ประกอบกับชาวสิงคโปร์ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองเป็นอย่างมาก จากการนิยมรับประทานวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ เพื่อบำรุงร่างกาย โดยในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าชาวสิงคโปร์จำนวนมากหันไปเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่มเสริมสุขภาพจากสมุนไพร ทั้งเพื่อความสวยงามและเพื่อสุขภาพที่ดี รวมทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่กลายเป็นทางเลือกใหม่ของชาวสิงคโปร์ในการป้องกันและรักษาสุขภาพ ซึ่งแนวโน้มกระแสเหล่านี้จัดเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้ธุรกิจวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในตลาดสิงคโปร์ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

Links