World


ตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียเป็นตลาดหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ส่งออกทั่วโลก จากจำนวนประชากรในประเทศที่มากเป็นอันดับ 4 ของโลก ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะในเมืองเศรษฐกิจหลัก อาทิ จาการ์ตา บาหลี สุราบายา เมดาน และบันดุง อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าภาคการผลิตสินค้าอาหารของอินโดนีเซียยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้จำเป็นต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ซึ่งสังเกตได้จากมูลค่าการนำเข้าสินค้าอาหารที่สูงขึ้นมาโดยตลอด โดยเฉพาะกลุ่มซอสและเครื่องปรุงรส ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายการส่งออกสินค้าซอสและเครื่องปรุงรสเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซีย

สถานการณ์ตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในอินโดนีเซีย

ตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในอินโดนีเซียมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 อินโดนีเซียมีปริมาณการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวภายในประเทศรวม 588,700 ตัน มูลค่า 17,685.8 ล้านรูเปียห์ หรือมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.9 ต่อปี ในเชิงปริมาณ และร้อยละ 11.3 ต่อปี ในเชิงมูลค่า ตลอดช่วงที่วิเคราะห์ (ปี 2556-2560) (รูปที่ 1) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมการรับประทานของชาวอินโดนีเซียที่ชื่นชอบการเติมเครื่องปรุง โดยเฉพาะซอสบนโต๊ะอาหาร อาทิ ซีอิ๊วหวาน และซอสพริก ในอาหารที่พวกเขารับประทานประจำวัน แม้ว่าชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่จะนิยมซอสพริกที่ปรุงเองแบบสดใหม่ แต่จากวิถีชีวิตที่เร่งรีบและไม่มีเวลามากนักในการเตรียมอาหาร ส่งผลให้ชาวอินโดนีเซียบางส่วนหันมาเลือกรับประทานซอสแบบบรรจุเสร็จเพิ่มมากขึ้น  นอกจากนี้การขยายตัวของร้านอาหารชาติตะวันตกในอินโดนีเซียยังทำให้พวกเขาเปิดรับวัฒนธรรมอาหารต่างชาติมากขึ้น และเริ่มคุ้นเคยกับอาหารที่เสริฟพร้อมกับมายองเนสด้วยเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้มายองเนสเป็นชนิดสินค้าที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุด ด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 13.6 ต่อปี ในเชิงปริมาณ และร้อยละ 14.7 ต่อปี ในเชิงมูลค่า ตลอดช่วงที่วิเคราะห์ ตามด้วยซอสมะเขือเทศ และน้ำสลัด มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 10 และ 8.8 ต่อปี ในเชิงปริมาณ และร้อยละ 13.5 และ 13.8 ต่อปี ในเชิงมูลค่า ตลอดช่วงที่วิเคราะห์ ตามลำดับ

download PDF

ทั้งหมด มี 54 รายการ

ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพอินเดีย

สิงหาคม 2561
อินเดียจัดเป็นตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจอย่างมากตลาดหนึ่งของโลก ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่มหาศาล ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการค้าและการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดียชุดปัจจุบัน ที่เรียกว่า “Make in India” นอกจากนี้ชาวอินเดียได้หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายและระบบภุมิคุ้มกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการระบาดของเชื้อไข้หวัด H1N1 ในปี 2552 และการเกิดปัญหาสภาพมลภาวะทางอากาศในเขตเมือง รวมถึงสภาพภูมิอากาศที่ผิดปกติ ส่งผลให้ชาวอินเดียจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีระดับการศึกษาและระดับรายได้สูง เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและวิถีการใช้ชีวิตให้เกิดผลดีต่อสุขภาพของตนเองและสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น ดังนั้น จึงเป็นโอกาสใหญ่ของผู้ประกอบการไทยที่จะพัฒนาสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพเข้าสู่ตลาดอินเดีย

ตลาดอาหารบรรจุเสร็จในอินเดีย

กรกฎาคม 2561
จากขนาดประชากรจำนวนมหาศาล ประกอบกับการขยายตัวของจำนวนครอบครัวเดี่ยวและจำนวนผู้หญิงที่ทำงานนอกบ้าน รวมถึงระดับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า อินเดียเป็นตลาดส่งออกสินค้าอาหารที่น่าสนใจอย่างมากแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งความท้าทายหนึ่งของตลาดอินเดีย คือ ความหลากหลายของผู้บริโภค เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ ทำให้ชาวอินเดียในแต่ละภูมิภาคมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารและวิถีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเรื่องการรับประทานอาหารหลัก ซึ่งชาวอินเดียภาคเหนือและภาคตะวันตก จะนิยมรับประทานอาหารที่ทำจากแป้งสาลี เช่น จาปาตี ขณะที่ชาวอินเดียภาคใต้และภาคตะวันออกจะนิยมรับประทานข้าว ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวอินเดียในแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้สินค้าอาหารบรรจุเสร็จของไทยสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอินเดียอย่างเหมาะสม

ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพสหรัฐอเมริกา

มิถุนายน 2561
นอกจากสหรัฐอเมริกาจะเป็นตลาดหลักของสินค้าอาหารไทยแล้ว กระแสรักสุขภาพและความต้องการใช้ชีวิตและการเป็นอยู่ที่ดี (Health and Wellness)

ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพญี่ปุ่น

พฤษภาคม 2561
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และมีสังคมการทำงานที่มีความเครียดสูง ส่งผลให้ประชากรชาวญี่ปุ่นจำนวนมากประสบปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง

ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพจีน

เมษายน 2561
ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพจีน
จากภาวะเศรษฐกิจของประเทศและคุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศที่ดีขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพร่างกายและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองมากขึ้น ประกอบกับผู้สูงอายุที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความต้องการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกำลังการผลิตสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพภายในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนจีน และปัญหาด้านการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ทำให้ผู้ประกอบการชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจด้านสินค้าสุขภาพในจีน และมีการนำเข้าสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะขยายตัวเข้าสู่ตลาดจีน

Links