World Food Market Report


ตลาดผักผลไม้แปรรูปในอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียจัดเป็นเป็นตลาดหลักในการส่งออกผักและผลไม้ของไทย ทั้งในรูปของสินค้าสดและสินค้าแปรรูป ซึ่งแม้ว่าอินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ของผักและผลไม้เขตร้อน แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านคุณภาพสินค้า การจัดเก็บ และการขนส่ง

ทำให้อินโดนีเซียจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าผักผลไม้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซีย ประกอบกับรัฐบาลอินโดนีเซียได้มีประกาศยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าลำไยจากไทย  ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีของสินค้าผักผลไม้แปรรูปของไทยที่จะเข้าไปขยายตลาดในอินโดนีเซีย เนื่องจากมีความได้เปรียบด้านคุณภาพ รสชาติ และความหลากหลายของสินค้า ซึ่งนอกจากกฎระเบียบการนำเข้าสินค้าอาหารไปจำหน่ายในอินโดนีเซียแล้ว ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องศึกษาสถานการณ์และทิศทางตลาด รวมถึงพฤติกรรมและความต้องการบริโภคสินค้าผักผลไม้แปรรูปของชาวอินโดนีเซียให้ละเอียดลึกซึ้งเช่นกัน

สถานการณ์ตลาดผักผลไม้แปรรูปในอินโดนีเซีย


ในปี 2561 อินโดนีเซียมีปริมาณการจำหน่ายสินค้าผักผลไม้แปรรูปภายในประเทศรวม 11,249 ตัน มูลค่า 591,800 ล้านรูเปียห์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 และ 3.9 เมื่อเทียบกับปีก่อน ในเชิงปริมาณและเชิงมูลค่า ตามลำดับ หรือมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 6 ต่อปี ในเชิงปริมาณ และร้อยละ 7.4 ต่อปี ในเชิงมูลค่า ตลอดช่วงที่วิเคราะห์ (ปี 2557-2561) (รูปที่ 1) จากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มธุรกิจบริการอาหารเป็นหลัก โดยสินค้าประเภทผลไม้แปรรูปบรรจุกระป๋อง เป็นสินค้าที่มีความต้องการบริโภคมากที่สุด มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 60.2 และ 70.6 ของการค้าปลีกสินค้าผักผลไม้แปรรูปทั้งหมดในประเทศ ในเชิงปริมาณ และเชิงมูลค่า ตามลำดับ (รูปที่ 2) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกระแสความนิยมในการอบขนมรับประทานเองที่บ้าน เช่น เค้กหรือพุดดิ้งสอดไส้ผลไม้ ของกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ชาวอินโดนีเซีย (millennials) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสื่อโซเชียล และมีความต้องการแสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ของตนเองผ่านสื่อดังกล่าว  อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่ของการเติบโต พบว่า มันฝรั่งแปรรูปแช่แข็งมีการเติบโตรวดเร็วที่สุด ด้วยอัตราขยายตัว ร้อยละ 11.1 และ 5.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน ในเชิงปริมาณ และเชิงมูลค่า ตามลำดับ เนื่องจากบรรดาผู้ผลิตต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากตัวอย่างเช่น มันฝรั่งนักเก็ต ตรา Golden Farm ของบริษัท PTC Commercial Corp  มันฝรั่งทอดทั้งแบบขูด (hash browns) และแบบติดเปลือก (wedges) ตรา Aviko ของบริษัท Aviko B.V. ซึ่งในอดีตสินค้าผักแปรรูปชนิดนี้มีจำหน่ายค่อนข้างจำกัดในตลาดอินโดนีเซีย โดยมีกลุ่มผู้บริโภคหลักเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางไปทำงานในอินโดนีเซีย แต่ปัจจุบันมันฝรั่งแปรรูปแช่แข็งเป็นสินค้าอาหารที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำวันสำหรับชาวอินโดนีเซีย โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาวที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของพวกเขาที่มีความเร่งรีบ

 

ทั้งหมด มี 57 รายการ

ตลาดอาหารออร์แกนิกในสหราชอาณาจักร

มกราคม 2562
แม้ว่าตลาดอาหารออร์แกนิกในสหราชอาณาจักรจะมีความน่าสนใจและชี้ให้เห็นโอกาสมากมายทางธุรกิจ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามอุปสรรคหรือภัยคุกคามในตลาดดังกล่าวด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นกฎระเบียบเกี่ยวกับสินค้าอาหารออร์แกนิก ข้อกำหนดการควบคุมคุณภาพสินค้า รวมถึงการรับรู้ของผู้บริโภคในตลาดสหราชอาณาจักรต่อสินค้าอาหารออร์แกนิก ซึ่งชาวบริติชส่วนใหญ่มีอำนาจซื้อสูงและเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอาหารที่มีคุณภาพสมราคา และแสดงถึงกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น นอกเหนือจากการติดตามสถานการณ์ความต้องการของตลาดและพฤติกรรมการบริโภคของชาวบริติชแล้ว ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องศึกษากฎระเบียบ/ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าอาหารออร์แกนิกในตลาดสหราชอาณาจักรโดยละเอียด รวมถึงการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้าอาหารออร์แกนิก เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในสินค้าอาหารออร์แกนิกของไทย

เทรนด์สินค้าอาหารในตลาดโลก (World Food Market Trends) : ข้าวแปรรูป ปี 2561

มกราคม 2562
เทรนด์สินค้าอาหารในตลาดโลก (World Food Market Trends) : ข้าวแปรรูป ปี 2561

ตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในอินโดนีเซีย

กันยายน 2561
อินโดนีเซียเป็นตลาดหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ส่งออกทั่วโลก จากจำนวนประชากรในประเทศที่มากเป็นอันดับ 4 ของโลก ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะในเมืองเศรษฐกิจหลัก อาทิ จาการ์ตา บาหลี สุราบายา เมดาน และบันดุง อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าภาคการผลิตสินค้าอาหารของอินโดนีเซียยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้จำเป็นต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ซึ่งสังเกตได้จากมูลค่าการนำเข้าสินค้าอาหารที่สูงขึ้นมาโดยตลอด โดยเฉพาะกลุ่มซอสและเครื่องปรุงรส ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายการส่งออกสินค้าซอสและเครื่องปรุงรสเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซีย

ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพอินเดีย

สิงหาคม 2561
อินเดียจัดเป็นตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจอย่างมากตลาดหนึ่งของโลก ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่มหาศาล ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการค้าและการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดียชุดปัจจุบัน ที่เรียกว่า “Make in India” นอกจากนี้ชาวอินเดียได้หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายและระบบภุมิคุ้มกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการระบาดของเชื้อไข้หวัด H1N1 ในปี 2552 และการเกิดปัญหาสภาพมลภาวะทางอากาศในเขตเมือง รวมถึงสภาพภูมิอากาศที่ผิดปกติ ส่งผลให้ชาวอินเดียจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีระดับการศึกษาและระดับรายได้สูง เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและวิถีการใช้ชีวิตให้เกิดผลดีต่อสุขภาพของตนเองและสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น ดังนั้น จึงเป็นโอกาสใหญ่ของผู้ประกอบการไทยที่จะพัฒนาสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพเข้าสู่ตลาดอินเดีย

ตลาดอาหารบรรจุเสร็จในอินเดีย

กรกฎาคม 2561
จากขนาดประชากรจำนวนมหาศาล ประกอบกับการขยายตัวของจำนวนครอบครัวเดี่ยวและจำนวนผู้หญิงที่ทำงานนอกบ้าน รวมถึงระดับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า อินเดียเป็นตลาดส่งออกสินค้าอาหารที่น่าสนใจอย่างมากแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งความท้าทายหนึ่งของตลาดอินเดีย คือ ความหลากหลายของผู้บริโภค เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ ทำให้ชาวอินเดียในแต่ละภูมิภาคมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารและวิถีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเรื่องการรับประทานอาหารหลัก ซึ่งชาวอินเดียภาคเหนือและภาคตะวันตก จะนิยมรับประทานอาหารที่ทำจากแป้งสาลี เช่น จาปาตี ขณะที่ชาวอินเดียภาคใต้และภาคตะวันออกจะนิยมรับประทานข้าว ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวอินเดียในแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้สินค้าอาหารบรรจุเสร็จของไทยสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอินเดียอย่างเหมาะสม

Links