ตลาดหมากฝรั่งในประเทศไทย

มกราคม 2559

การที่คนไทยเริ่มหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ได้ส่งผลต่อการบริโภคหมากฝรั่งในประเทศ โดยหมากฝรั่งแบบดั้งเดิมที่มีส่วนผสมของน้ำตาลกำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่องให้กับหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล กลุ่มคนรักสุขภาพที่มีความกังวลเรื่องการรับประทานน้ำตาลที่มากเกินไป ซึ่งสามารถก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน และฟันผุ หันมาเลือกหมากฝรั่งแบบไร้น้ำตาลแทน

บทนำ    

การที่คนไทยเริ่มหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ได้ส่งผลต่อการบริโภคหมากฝรั่งในประเทศ โดยหมากฝรั่งแบบดั้งเดิมที่มีส่วนผสมของน้ำตาลกำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่องให้กับหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล กลุ่มคนรักสุขภาพที่มีความกังวลเรื่องการรับประทานน้ำตาลที่มากเกินไป ซึ่งสามารถก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน และฟันผุ หันมาเลือกหมากฝรั่งแบบไร้น้ำตาลแทน 

ปัจจุบันตลาดหมากฝรั่งมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 3,900 ล้านบาท โดยแยกเป็นตลาดหมากฝรั่งมีน้ำตาล 800 ล้านบาท และตลาดหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล 3,100 ล้านบาท ถึงแม้ว่ามูลค่าตลาดของหมากฝรั่งจะไม่สูงมากนักเมื่อเปรียบเทียบสินค้าที่ใกล้เคียงกัน เช่น ลูกอม บิสกิต และไอศกรีม แต่ก็เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีโดยเฉพาะการเติบโตอย่างต่อเนื่องของหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดหมากฝรั่งในประเทศไทย นอกจากนี้ การเพิ่มประโยชน์ที่ได้รับจากการเคี้ยวหมากฝรั่งเข้าไป เช่น ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น ทำให้ฟันขาวสะอาด ป้องกันฟันฝุ ขจัดคราบหินปูนบนฟัน หรือสามารถคืนแคลเซียมกลับสู่ผิวฟัน ก็มีส่วนช่วยดึงดูดให้ผู้บริโภคหันมาเคี้ยวหมากฝรั่งกันมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

กลุ่มผู้บริโภคหมากฝรั่งในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่รับประทานหมากฝรั่งในชีวิตประจำวัน โดยวัตถุประสงค์หลักในการรับประทานคือเพื่อทำให้ลมหายใจสะอาดสดชื่น และรสมิ้นต์เป็นรสชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของคนไทย   

  

ผลิตภัณฑ์     
ตลาดผลิตภัณฑ์หมากฝรั่งในประเทศไทยสามารถแบ่งได้ตามประเภทวัตถุดิบดังนี้
1.    หมากฝรั่งมีน้ำตาล (Sugarised Gum) คือหมากฝรั่งที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก
2.    หมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล (Sugar-free Gum) คือหมากฝรั่งที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น ไซลิทอล (Xylitol) เป็นสารที่นิยมนำมาใช้ทำหมากฝรั่งมากที่สุด เพราะเป็นสารให้ความหวานและพลังงานใกล้เคียงกับน้ำตาลมากที่สุด สามารถช่วยลดจำนวนแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดฟันผุ และลดการเกิดหินปูนในช่องปากได้ ซอร์บิทอล (Sorbitol) เป็นสารที่นิยมใช้เช่นกัน โดยจะให้ความหวานและพลังงานน้อยกว่าน้ำตาล 0.5 เท่า นอกจากนี้ยังมีสารให้ความหวานอื่นๆ ที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของหมากฝรั่ง เช่น มอลทิทอล (Maltitol) แอสปาร์เทม (Aspartame) และ เอซีซัลเฟม-เค (Acesulfame-K) 

กลุ่มเป้าหมายของหมากฝรั่งมีน้ำตาลกับปราศจากน้ำตาลค่อนข้างแตกต่างกัน โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของหมากฝรั่งแบบมีน้ำตาลจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น แต่ของหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลจะเป็นวัยทำงานตอนต้นที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันกลุ่มวัยรุ่นเริ่มหันมาใส่ใจต่อสุขภาพของตนเองมากขึ้น พวกเขาจึงเปลี่ยนมารับประทานหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลมากกว่าแต่ก่อน 

ในเรื่องของรสชาติของหมากฝรั่ง รสมิ้นต์ถือเป็นรสชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นหลังจากรับประทานได้เป็นอย่างดี ส่วนรสชาติอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมรองลงมาได้แก่ รสสเปียร์มิ้นต์ รสเป๊ปเปอร์มิ้นต์ และรสผลไม้ นอกจากนี้รสชาติที่ผสมกันระหว่างรสมิ้นต์กับรสชาติอื่นๆ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มของหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล เช่น มิ้นต์มะนาว บลูเบอร์รี่มิ้นต์ และสตรอเบอร์รี่มิ้นต์ ส่วนหมากฝรั่งที่มีน้ำตาล รสชาติที่ได้รับความนิยมจะเป็นรสผลไม้ต่างๆ เช่น สตรอเบอร์รี่ แอปเปิ้ล บลูเบอร์รี่ และน้ำผึ้งมะนาว
ผู้นำตลาดหมากฝรั่งในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด โดยเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหมากฝรั่งภายใต้แบรนด์ Dentyne ซึ่งครองอันดับ 1 ในประเทศไทย และมีแบรนด์อื่นๆ อย่าง Clorets Trident Recaldent และ Chiclets ซึ่งเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วสามารถครองส่วนแบ่งได้ถึงร้อยละ 60 ของตลาดหมากฝรั่งในประเทศไทย ผู้นำตลาดอันดับที่ 2 ได้แก่ บริษัท เธอะริกลี่ย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตหมากฝรั่งภายใต้แบรนด์ Extra CoolAir และ Doublemint ซึ่งครองส่วนแบ่งรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 19.1 และอันดับที่ 3 ได้แก่ บริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด ผู้ผลิตหมากฝรั่งภายใต้แบรนด์อย่าง LotteXylitol Lotte และ BlackBlack ซึ่งครองส่วนแบ่งรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 17.9 ของตลาดหมากฝรั่งในประเทศไทย  ส่วนใหญ่ผู้บริโภคในไทยตัดสินใจซื้อหมากฝรั่งจากชื่อเสียงของตัวแบรนด์ ดังนั้นบริษัทระหว่างประเทศเหล่านี้จึงมีความได้เปรียบในเรื่องของชื่อเสียง เพราะพวกเขามี แบรนด์ที่มีชื่อเสียงในระดับสากล ประกอบกับบริษัทเหล่านี้มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินในการส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งทางด้านการผลิตสินค้าและการทำกิจกรรมการตลาด 

download PDF

Related Articles

ธุรกิจอาหารริมทาง (Street Food) ในประเทศไทย

สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทางเมืองไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก สื่อต่างชาติหลายสำนักอย่าง “นิตยสาร Forbes” “หนังสือพิมพ์ Telegraph” “สำนักข่าว CNN” หรือแม้แต่ “Time Out” แบรนด์ไลฟ์สไตล์และ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก ต่างจัดอันดับยกให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุด เนื่องจากรสชาติอร่อยมีให้เลือกรับประทานหลายชนิด กระจายอยู่ตามแหล่งชุมชนต่างๆ ทำให้หาซื้อได้ง่าย มีขายตลอดเวลา รองรับทุกมื้ออาหาร เช่น โจ๊ก น้ำเต้าหู้ สำหรับมื้อเช้า, ไข่เจียวข้าวหอมมะลิ เย็นตาโฟ สำหรับมื้อกลางวัน หรือผัดไทย หมูสะเต๊ะ สำหรับมื้อเย็น และที่สำคัญราคาไม่แพง โดยไชน่าทาวน์หรือเยาวราช ถูกจัดให้เป็นแหล่งที่มีอาหารอร่อยที่สุด รองลงไป ได้แก่ ถนนข้าวสาร ถนนสีลม และตลาดโชคชัยสี่ และเมนูที่กำลังได้รับความนิยม ได้แก่ หอยทอด โดย World Street Food Congress หรือสภาอาหารริมทางโลก จัดอันดับให้หอยทอดเป็น 1 ใน 3 อาหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

Read more

ธุรกิจร้านกาแฟในประเทศไทย

“ร้านกาแฟ” เป็นหนึ่งในธุรกิจยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ ด้วยบรรยากาศสบายๆ คละเคล้าด้วยกลิ่นกาแฟหอมๆ เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ผู้คนเข้าร้านกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติของกาแฟ หรือชื่นชอบในบรรยากาศของร้านกาแฟ ตลอดจนผู้ที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ จึงมิใช่เรื่องแปลกที่เราสามารถพบเจอร้านกาแฟตามพื้นที่ต่างๆ นับตั้งแต่ริมถนน ตลาด ไปจนถึงอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา หรือแม้กระทั่งในปั๊มน้ำมัน ซึ่งมีทั้งร้านขนาดเล็ก กลาง ไปจนเชนร้านกาแฟของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ยูโรมอนิเตอร์ ได้รายงานว่าในปี 2561 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีจำนวนร้านกาแฟประมาณ 8,025 ร้าน เติบโตจากปีก่อนร้อยละ 4.6 และหากพิจารณาการเพิ่มขึ้นของร้านกาแฟในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.2

Read more

ตลาดน้ำหวาน(ผลไม้)เข้มข้นในประเทศไทย

ปัจจุบันมีเครื่องดื่มที่ให้รสหวานในท้องตลาดหลายชนิดที่ได้รับความนิยมแตกต่างกันตามความต้องการของผู้บริโภค หรือแต่ละประเภท/รสชาติ ของแต่ละยี่ห้อที่มีความโดดเด่นเฉพาะ ด้วยคุณลักษณะของตัวผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายของรสชาติ/คุณสมบัติ สามารถตอบรับความต้องการของผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงในวันพิเศษต่างๆ เช่น งานบุญ ครบรอบวันเกิด ปาร์ตี้ แม้กระทั่งร้านเบเกอรี่ ร้านขายขนมหวาน ร้านไอศกรีม ฯลฯ

Read more