ตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มในประเทศไทย

พฤศจิกายน 2558

พฤติกรรมการเอาใจใส่สุขภาพยังเป็นกระแสหลักในสังคมไทย ผู้บริโภคยังคงแสวงหาสิ่งที่ดีและมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพและร่างกาย เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะน้ำผลไม้แท้ 100% ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดน้ำผลไม้แท้ 100% มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยแล้วสูงราวร้อยละ 12.9 ต่อปี

บทนำ    
พฤติกรรมการเอาใจใส่สุขภาพยังเป็นกระแสหลักในสังคมไทย ผู้บริโภคยังคงแสวงหาสิ่งที่ดีและมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพและร่างกาย เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะน้ำผลไม้แท้ 100% ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดน้ำผลไม้แท้ 100% มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยแล้วสูงราวร้อยละ 12.9 ต่อปี โดยปี 2557 มีมูลค่า 3,902 ล้านบาท ขณะที่ตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มโดยรวมมีมูลค่าสูงราว 14,119 ล้านบาทขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 8.7 ต่อปีนอกจากกระแสความใส่ใจสุขภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนให้ตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มเติบโตแล้ว ผู้ประกอบการเองได้มีการนำกลยุทธ์ต่างๆมาใช้เพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องด้วย อาทิ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แตกต่างหลากหลายทั้งตัวผลิตภัณฑ์เองและบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

ความนิยมน้ำผลไม้พร้อมดื่มในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยสามารถสังเกตเห็นได้จากจำนวนผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ที่วางจำหน่ายในตู้แช่ หรือชั้นแสดงสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ นอกจากนี้เรายังสามารถพบเห็นร้านน้ำผลไม้ตามริมถนน อาคารสำนักงาน สถานศึกษา และแหล่งชุมชน รวมถึงร้านกาแฟ ภัตตาคาร ร้านอาหารต่างๆ ยังมีรายการน้ำผลไม้ เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์    

น้ำผลไม้พร้อมดื่มในตลาดสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทตามความเข้มข้นของส่วนผสมน้ำผลไม้ โดยแต่ละประเภทเน้นกลุ่มเป้าหมายและมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่แตกต่างกัน ดังนี้

1)    น้ำผลไม้แท้ 100% จัดเป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่มในตลาดระดับพรีเมี่ยม (Premium Market)มีราคาจำหน่ายสูงสุด เน้นให้ผู้บริโภคได้รับคุณประโยชน์จากผลไม้ใกล้เคียงการบริโภคผลไม้สดมากที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำผลไม้ชนิดอื่น นับได้ว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูง มักคำนึงถึงคุณภาพและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์มากกว่าราคาและค่อนข้างมีความภักดีในผลิตภัณฑ์ค่อนข้างสูง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ตลาดน้ำผลไม้แท้100%มีอัตราเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 12.9 ต่อปี โดยปี 2557 มูลค่าตลาด 3,902 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 27.6 ของตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มทั้งหมด

ผู้นำตลาดของน้ำผลไม้กลุ่มนี้ คือ “ทิปโก้”ของบริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)“มาลี”ของบริษัท       มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) และ“ยูนิฟ” ของบริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 42.0 ร้อยละ 23.0 และร้อยละ 18.0 ตามลำดับ สำหรับรสชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ น้ำส้มด้วย    ส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 47.8 รองมาคือ น้ำผลไม้รวม ร้อยละ 18.2 น้ำแอปเปิ้ล ร้อยละ 9.0 และน้ำองุ่น ร้อยละ 5.0

2)    น้ำผลไม้ 25% ขึ้นไป น้ำผลไม้พร้อมดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้เข้มข้นมากกว่า 25% แต่ไม่ถึง 100% เป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่มในตลาดระดับกลาง (Medium Market) ที่ให้ทั้งคุณประโยชน์และช่วยให้ความสดชื่น ดับกระหาย ปี 2557 พบว่ามีมูลค่าตลาด 3,800 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.2 ต่อปี นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราเติบโตต่ำสุด ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 26.9 ของมูลค่าตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มทั้งหมด

ประเภทผลิตภัณฑ์หลักที่จำหน่ายในตลาดนี้ คือ น้ำผลไม้ 40% และน้ำผลไม้ 25% ขณะเดียวกันผู้ประกอบการแยกเป็น 2 กลุ่มตามผลิตภัณฑ์ กล่าวคือ ผู้ประกอบการที่ผลิตน้ำผลไม้ 40% มักเป็นผู้ผลิตน้ำผลไม้ 100% ขณะที่ผู้ประกอบการที่ผลิตน้ำผลไม้ 25% มักเน้นการผลิตน้ำผลไม้ 25% ควบคู่กับการผลิตน้ำผลไม้ต่ำกว่า25% ดังนั้น จึงส่งผลให้ผู้นำตลาดในกลุ่มนี้คล้ายกับตลาดน้ำผลไม้แท้ 100% กล่าวคือ “ทิปโก้ คูลฟิต” ของบริษัท   ทิปโก้ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 29.0 “มาลี จู๊ซมิกส์” ของบริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 13.0 และ“ยูนิฟ”  ของบริษัท ยูนิเพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ร้อยละ 12.0 รองลงไปจึงเป็น“กรีนเมท” ของบริษัท ไทยซันฟู้ดส์ จำกัด ร้อยละ 5.0 เป็นต้น

สำหรับรสชาติน้ำผลไม้ 25% ขึ้นไป ที่ผู้บริโภคนิยมมากที่สุด คือ น้ำส้มร้อยละ 51.0 น้ำผลไม้รวมร้อยละ 9.9 น้ำองุ่นร้อยละ 6.0 น้ำแอปเปิ้ลและน้ำลิ้นจี่ สัดส่วนใกล้เคียงกันคือประมาณร้อยละ 5.3

3)    น้ำผลไม้ต่ำกว่า 25% น้ำผลไม้พร้อมดื่มในตลาดระดับล่าง (Economy Market)  ปี 2557 มีมูลค่า 6,471 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 8.5 ต่อปี ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด คือร้อยละ 45.5 ของมูลค่าตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มรวม เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูกที่สุดผู้ประกอบการรายใหญ่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาด อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำผลไม้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคโดยทั่วไป ความสามารถในการกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึงแม้กระทั่งร้านค้าขนาดเล็กตามต่างจังหวัด รวมถึงอายุการเก็บรักษานานและไม่จำเป็นต้องแช่เย็นกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย คือ ผู้มีรายได้ปานกลางถึงต่ำที่ต้องการเครื่องดื่มดับกระหายให้ความสดชื่น รองลงไปจึงเป็นประเด็นด้านคุณประโยชน์ต่อร่างกาย

ผู้นำตลาดคือ “มินิเมท”ของบริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด ครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 37.0 “ดีโด้” ของ บริษัทฟู้ดส์สตาร์ จำกัด ร้อยละ 28.0และ “ไอวี่” ของบริษัทไอ.พี.เทรดดิ้ง จำกัด ร้อยละ 13.0 ผู้บริโภคในตลาดระดับล่างนิยมดื่ม น้ำส้ม มากที่สุด สัดส่วนสูงถึงร้อยละ 92.0 น้ำผลไม้ที่ได้รับความนิยมรองลงมา คือ น้ำสับปะรด และน้ำผลไม้รวม 

 

download PDF

Related Articles

ธุรกิจอาหารริมทาง (Street Food) ในประเทศไทย

สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทางเมืองไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก สื่อต่างชาติหลายสำนักอย่าง “นิตยสาร Forbes” “หนังสือพิมพ์ Telegraph” “สำนักข่าว CNN” หรือแม้แต่ “Time Out” แบรนด์ไลฟ์สไตล์และ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก ต่างจัดอันดับยกให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุด เนื่องจากรสชาติอร่อยมีให้เลือกรับประทานหลายชนิด กระจายอยู่ตามแหล่งชุมชนต่างๆ ทำให้หาซื้อได้ง่าย มีขายตลอดเวลา รองรับทุกมื้ออาหาร เช่น โจ๊ก น้ำเต้าหู้ สำหรับมื้อเช้า, ไข่เจียวข้าวหอมมะลิ เย็นตาโฟ สำหรับมื้อกลางวัน หรือผัดไทย หมูสะเต๊ะ สำหรับมื้อเย็น และที่สำคัญราคาไม่แพง โดยไชน่าทาวน์หรือเยาวราช ถูกจัดให้เป็นแหล่งที่มีอาหารอร่อยที่สุด รองลงไป ได้แก่ ถนนข้าวสาร ถนนสีลม และตลาดโชคชัยสี่ และเมนูที่กำลังได้รับความนิยม ได้แก่ หอยทอด โดย World Street Food Congress หรือสภาอาหารริมทางโลก จัดอันดับให้หอยทอดเป็น 1 ใน 3 อาหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

Read more

ธุรกิจร้านกาแฟในประเทศไทย

“ร้านกาแฟ” เป็นหนึ่งในธุรกิจยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ ด้วยบรรยากาศสบายๆ คละเคล้าด้วยกลิ่นกาแฟหอมๆ เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ผู้คนเข้าร้านกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติของกาแฟ หรือชื่นชอบในบรรยากาศของร้านกาแฟ ตลอดจนผู้ที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ จึงมิใช่เรื่องแปลกที่เราสามารถพบเจอร้านกาแฟตามพื้นที่ต่างๆ นับตั้งแต่ริมถนน ตลาด ไปจนถึงอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา หรือแม้กระทั่งในปั๊มน้ำมัน ซึ่งมีทั้งร้านขนาดเล็ก กลาง ไปจนเชนร้านกาแฟของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ยูโรมอนิเตอร์ ได้รายงานว่าในปี 2561 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีจำนวนร้านกาแฟประมาณ 8,025 ร้าน เติบโตจากปีก่อนร้อยละ 4.6 และหากพิจารณาการเพิ่มขึ้นของร้านกาแฟในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.2

Read more

ตลาดน้ำหวาน(ผลไม้)เข้มข้นในประเทศไทย

ปัจจุบันมีเครื่องดื่มที่ให้รสหวานในท้องตลาดหลายชนิดที่ได้รับความนิยมแตกต่างกันตามความต้องการของผู้บริโภค หรือแต่ละประเภท/รสชาติ ของแต่ละยี่ห้อที่มีความโดดเด่นเฉพาะ ด้วยคุณลักษณะของตัวผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายของรสชาติ/คุณสมบัติ สามารถตอบรับความต้องการของผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงในวันพิเศษต่างๆ เช่น งานบุญ ครบรอบวันเกิด ปาร์ตี้ แม้กระทั่งร้านเบเกอรี่ ร้านขายขนมหวาน ร้านไอศกรีม ฯลฯ

Read more