ตลาดกาแฟในประเทศไทย

กันยายน 2558

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยสังเกตได้จากการที่ผู้คนมักมีแก้วกาแฟถืออยู่ในมือไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดก็ตาม สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการดื่มกาแฟของผู้บริโภคสมัยใหม่ที่มีหลากหลายมากยิ่งขึ้น

บทนำ

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย สังเกตได้จากการที่ผู้คนมักมีแก้วกาแฟถืออยู่ในมือไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดก็ตาม สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการดื่มกาแฟของผู้บริโภคสมัยใหม่ที่มีหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การเป็นเครื่องดื่มเพื่อคลายความง่วงเหมือนในอดีตเท่านั้น ขณะเดียวกันเรามักจะพบเห็นร้านกาแฟอยู่ทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟโบราณ ร้านกาแฟสดทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่รวมไปถึงร้านกาแฟพรีเมี่ยมทั้งในและต่างประเทศ ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา

แม้ว่าผู้บริโภคชาวไทยนิยมดื่มกาแฟเพิ่มมากขึ้นแต่อัตราการบริโภคกาแฟเฉลี่ยของชาวไทยมีเพียง 0.9 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่าเมื่อเทียบกับประเทศที่นิยมดื่มกาแฟ ทำให้แนวโน้มการเติบโตของตลาดกาแฟในประเทศยังมีโอกาสอีกมาก แต่ปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ คนไทยส่วนใหญ่หันมาบริโภคกาแฟสดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเมือง เนื่องจากมีกลิ่นหอม และรสขาติที่หลากหลาย อีกทั้งร้านกาแฟที่กระจายอยู่ทั่วไปนั้นส่วนใหญ่จะเป็นร้านกาแฟสด แม้กระทั่งผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง 7-11 ก็เข้ามาสู่ธุรกิจกาแฟสด ด้วยการเปิดคีออส (Kiosk) กาแฟสดระดับพรีเมี่ยม ภายใต้ชื่อ "คอฟฟีก้า คาเฟ่" (Coffica Cafe) ด้วยการติดตั้งเครื่องชงกาแฟสดอัตโนมัติพร้อมจำหน่ายในราคาย่อมเยาว์เป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดกาแฟในประเทศคึกคักมากขึ้น ผู้ประกอบการในธุรกิจกาแฟต่างนำกลยุทธ์หลากหลายออกมาใช้เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ทำให้การแข่งขันในตลาดทวีความรุนแรงมากขึ้น

ตลาดกาแฟในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวมากนัก มีเพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ๆ ออกมาเท่านั้น อีกทั้งจำนวนผู้ประกอบการในตลาดก็มีเพียงไม่กี่ราย แต่เมื่อกาแฟสดหรือธุรกิจร้านกาแฟเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้ตลาดกาแฟเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น กล่าวคือ มีการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น การเข้ามาของ บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด ด้วยการนำเสนอกาแฟ 3 in 1 ภายใต้เครื่องหมายการค้า “อาราบัส” เข้าสู่ตลาด ควบคู่กับการนำเสนอนวัตกรรมใหม่อย่าง “กาแฟคั่วบดชงสำเร็จในถ้วยพร้อมดื่ม” (Chilled Cup Coffee) ขณะที่ผู้นำตลาดอย่าง “เนสกาแฟ”น าเสนอเครื่องชงกาแฟที่ชงกาแฟออกมาให้มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับกาแฟสด ภายใต้ชื่อ “เนสกาแฟเรดคัพ” รวมถึงการเข้ามาของแบรนด์ต่างประเทศ ได้แก่ “Old Town Coffee” และ “Alicafe” จากมาเลเซีย เป็นต้น ฉะนั้นตลาดกาแฟในประเทศไทยนับจากนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะแข่งขันกันเองระหว่างผู้ประกอบการกาแฟด้วยกันแล้ว ยังต้องแข่งขันกับกาแฟสดซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตลาดกาแฟไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.3 ต่อปี โดยผู้ประกอบการมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สนองตอบความต้องการของผู้โภคแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนารสชาติ หรือการเพิ่มสารอาหารต่างๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด โดยปี 2557 มีมูลค่า 33,768 ล้านบาท แบ่งเป็นกาแฟคั่วบด 2,911 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.6 อัตราขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 7.08 ต่อปี กาแฟสำเร็จรูป30,857 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 92.4 อัตราขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 7.35 ต่อปี

ผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์กาแฟ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. กาแฟคั่วบด (Roast and ground Coffee) ผู้บริโภคกาแฟคั่วบด คือ กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการกลิ่นและรสชาติของกาแฟพันธุ์ดีและมีรายได้ปานกลางถึงสูง ความนิยมกาแฟคั่วบดในประเทศไทยยังไม่แพร่หลายเหมือนในต่างประเทศ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านขั้นตอนการชงกาแฟที่มีความยุ่งยากประกอบกับเครื่องชงกาแฟมีราคาแพง อย่างไรก็ตาม ความต้องการของผู้บริโภคกาแฟคั่วบดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามกระแสความนิยมบริโภคกาแฟสดในเมืองไทย ปัจจุบันตลาดกาแฟคั่วบดยังมีขนาดเล็กมูลค่าเพียง 2,911 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.6 ของมูลค่าตลาด ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 7.08 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ตลาดกาแฟคั่วบดสามารถแยกออกเป็น 2 ตลาดตามกลุ่มลูกค้า ได้แก่ (1) ตลาดผู้ใช้ตามบ้าน หรือที่นิยมเรียกว่า “ตลาดโฮมยูส” มีสัดส่วนประมาณร้อยละ7.0 และ (2) ตลาดร้านกาแฟ/ร้านอาหาร/โรงแรม หรือที่นิยมเรียกว่า “ตลาดฟู้ดส์เซอร์วิส” มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 93.0 โดยตลาดโฮมยูสมีแนวโน้มเติบโตดีเนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยนิยมดื่มกาแฟสดกันมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีเครื่องชงกาแฟรูปแบบใหม่ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การชงกาแฟและระดับราคาที่ไม่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคกาแฟคั่วบดในครัวเรือนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้แก่ “ซูซูกิคอฟฟี่” ของบริษัท ยอดกาแฟไทย จำกัด 1 “บอนกาแฟ” ของบริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด2 “อโรม่า” ของอโรม่า กรุ๊ป3 “วีพีพี"

 

download PDF

Related Articles

ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ในประเทศไทย

ในยุคสมัยที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นทำให้โลกเราในปัจจุบันกลายเป็น “โลกออนไลน์” หรืออาจกล่าวได้ว่า อินเทอร์เน็ตถูกนำมาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมาย ขณะเดียวกันก็ได้รับ การตอบรับจากผู้คนทั่วไปอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลในด้านความสะดวกและรวดเร็ว สำหรับประเทศไทยนั้นพบว่า ปี 2561 ที่ผ่านมาคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง 5 นาที เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยกิจกรรมการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตยอดนิยมของชาวไทย 5 อันดับแรก คือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ร้อยละ 96.3 การรับ-ส่งอีเมล ร้อยละ 74.2 การค้นหาข้อมูล ร้อยละ 70.8 การดูโทรทัศน์ คลิปวิดีโอ ฟังเพลงออนไลน์ ร้อยละ 60.7 และการซื้อสินค้าออนไลน์ ร้อยละ 51.3 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยเปลี่ยนผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น เช่น การจองโรงแรมที่พัก การซื้อตั๋วโดยสาร การชำระสินค้าและบริการ รวมถึงบริการสั่งอาหาร โดยคนไทยใช้บริการสั่งอาหารผ่านระบบออนไลน์ ร้อยละ 69.1 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 30.9 เปรียบเทียบกับปี 2560 ที่สัดส่วนอยู่ที่การสั่งออนไลน์ ร้อยละ 52.5 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 47.5 แสดงให้เห็นถึงความนิยมในอาหารเดลิเวอรี่ที่เพิ่มขึ้น

Read more

เครื่องดื่มกาแฟในประเทศไทย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยปัจจุบันสายพันธุ์กาแฟที่ดื่มกันทั่วไป มีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ อาราบิก้า (Arabica) และโรบัสต้า (Robusta) ซึ่งความนิยมดื่มเครื่องดื่มกาแฟของคนไทยมีทิศทางการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของธุรกิจร้านกาแฟภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟอิสระ และร้านกาแฟเครือสาขา ทั้งแบรนด์ต่างประเทศ และแบรนด์ท้องถิ่น โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีจำนวนร้านกาแฟรวม 8,025 แห่ง มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 6.2 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2561) นอกจากนี้ความเร่งรีบในการใช้ชีวิตของชาวไทยก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เครื่องดื่มกาแฟเป็นที่ต้องการดื่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม หรือ Ready-to-Drink (RTD) ซึ่งปัจจุบันบรรดาผู้ผลิตทั้งหลายต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีรสนิยมการดื่มและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป

Read more

น้ำผักผลไม้พร้อมดื่มในประเทศไทย

ในอดีตที่ผ่านมาน้ำผักผลไม้ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในตลาดไทย อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน ภายหลังการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและงานวิจัยต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าน้ำผักผลไม้บางประเภทอาจมีปริมาณน้ำตาลเจือปนอยู่ในระดับสูงเทียบเท่ากับเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์บางชนิด หรืออาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ และนี่จึงเป็นที่มาของการออกมาตรการจัดเก็บภาษีความหวานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 เพื่อให้ผู้ผลิตปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยลง ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการปรัเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีความหวานลดลงด้วยเช่นกัน

Read more