ตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย

กรกฎาคม 2564

ในปี 2563 ที่ผ่านมาตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยมูลค่า 48,990.2 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ5.63 จากปีก่อนหน้า ตลาดขนมขบเคี้ยวมีศักยภาพและเติบโตพร้อมกับกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นและในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กลุ่มผู้บริโภคมีความสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างแปลกใหม่โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วิธีการแปรรูปที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การอบ การใช้สารปรุงแต่งรส สีสังเคราะห์ และการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติหรือออร์แกนิกก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

สำหรับรสชาติท้องถิ่นยังคงเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย เช่น รสชาติไก่กะเพรา รสชาติแกงเขียวหวาน รสชาติต้มยำกุ้ง รสชาติหม้อไฟทะเล และรสชาติอื่นๆ  รวมทั้งขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพจะมีให้ผู้บริโภคได้เลือกหลากหลายมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ได้รับการปรับปรุงรสชาติที่ดีต่อสุขภาพจึงดึงดูดผู้บริโภค เช่น มันฝรั่งแท่งอบกรอบทำจากมันฝรั่งแท้และไม่มีผงชูรส ดังนั้น ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยต้องสร้างความแตกต่างแปลกใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองอยู่เสมอ เพื่อดึงดูดฐานผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น เช่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ตลอด หาซื้อง่าย เก็บได้นาน รสชาติอร่อย ราคาถูก มีหลายขนาดให้เลือกซื้อ หรือสร้างจุดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ไม่ทำร้ายสุขภาพ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รับประทานแล้วอิ่ม คุ้มค่ากับราคา เป็นต้น

download PDF

Related Articles

ตลาดชีสในประเทศไทย

ชีสเป็นอาหารที่ผลิตจากนม อุดมไปด้วยโปรตีน โฟเลต วิตามินเอ และวิตามินดี ที่ส่งผลดีต่อมวลกระดูก
ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี เชื้อแบคทีเรียบางชนิดอย่างโปรไบโอติดที่อยู่ในชีสยังช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดฟันผุได้อีกด้วย ชีสจะทำให้ร่างกายได้รับกรดไขมันทรานส์ปลามิโทเลอิก (Trans-palmitoleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์นม ลดเบาหวานได้ ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงการอักเสบต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากชีสได้อย่างเต็มที การเลือกรับประทานชีสให้เหมาะสมนั้นมีความสำคัญมากเพราะชีสนั้นอุดมไปด้วยเกลือ เนื่องจากในกรรมวิธีผลิตชีส จำเป็นจะต้องใช้เกลือเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทั้งนี้ควรรับประทานในปริมาณที่น้อย หรือรับประทานชีสคู่กับโปรตีนอย่างเนื้อไก่ หรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น แอปเปิล บรอกโคลี หรือมะเขือเทศ ก็จะดีกับสุขภาพมากกว่าการรับประทานชีส
เปล่า ๆอย่างเดียว

Read more

ตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทย

ในปี 2563 ที่ผ่านมาตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทยมูลค่า 6,990.6 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าลดลงร้อยละ4.90 จากปีก่อนหน้า เพราะเกิดจากสถานการณ์โควิด-19 และเนื่องจากกผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารมื้อหลักในแต่ละมื้อ รวมถึงระมัดระวังการซื้อที่ตอบสนองความต้องการของตนเองเพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีความต้องการจากกลุ่มผู้บริโภค
ที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูง ยังคงให้ความสนใจและซื้อช็อกโกแลตเพื่อนำมารับประทานหรือประกอบอาหารซึ่งเป็นผลจากมีเวลาอยู่บ้านนานขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของตลาดช็อกโกแลตยังคงมีความอ่อนไหวต่อราคาอย่างต่อเนื่องจากรายได้ที่ลดลงในบางกลุ่ม ผู้ผลิตช็อกโกแลตควรปรับวิธีการส่งเสริมการขายและการตลาดให้สอดคล้องกับจากสถานการณ์ในอนาคต

Read more

อาหารพร้อมรับประทานในประเทศไทย

ตลาดอาหารพร้อมรับประทานในปี 2563 มีมูลค่า 21,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 14,673 ล้านบาทเมื่อ ปี 2559 คิดเป็นอัตราขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 10.0 ต่อปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือ การขยายตัวของสังคมเมืองซึ่งมีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ ต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบาย ประกอบกับครอบครัวมีขนาดเล็กลงและ มีแนวโน้มที่จะอยู่คนเดียวกันมากขึ้น จึงไม่ให้ความสำคัญต่อการทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน ขณะที่อาหาร พร้อมรับประทานมีหลากหลายมากขึ้น สนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทั้งในแง่ของความสะดวกและประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ปราศจากผงชูรส วัตถุกันเสีย และมีส่วนผสมจากธรรมชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม เช่น อาหารเจ อาหารฮาลาล อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ตลาดอาหารพร้อมรับประทานเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งหันมาทำอาหารรับประทานเองที่บ้านเพิ่มขึ้น นับเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน โดยเฉพาะปี 2564 นี้ที่การแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา

Read more