เครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ในประเทศไทย

เมษายน 2564

บทนำ ตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ ปี 2563 ที่ผ่านมามีมูลค่า 267,613 ล้านบาท หดตัวจากปีก่อนหน้าร้อยละ 7.4 เป็นผลจากการระบาดของ COVID 19 ทำให้เกิดมาตรการ Lock down ช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน ทั่วประเทศเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ต่อเนื่องด้วยมาตรการห้ามออกนอกบ้านช่วงเวลา 22.00-04.00 น. จนถึงเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ร้านอาหารต้องงดให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว และแม้ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 มาตรการต่างๆ จะถูกยกเลิกไป แต่ยังคงให้ความสำคัญกับ Social distancing เพื่อป้องกันการติดต่อของ COVID-19 ทำให้ผู้คนยังคงมีความระมัดระวังในการดำเนินชีวิต ขณะที่ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร ตลอดจนสถานบันเทิงต่างๆ ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ การปิดประเทศห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่บั่นทอนตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ ในประเทศตลอดปี 2563

ตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ ในส่วนธุรกิจบริการอาหาร (Foodservice) หรือ On trade หดตัวถึงร้อยละ 21.7 จากการที่ผู้คนใช้เวลานอกบ้านน้อยลง ทำให้โอกาสในการซื้อเครื่องดื่มลดลงตามไปด้วย แต่เมื่อต้องอยู่บ้านมากขึ้นจึงมีการซื้อเครื่องดื่มเพื่อบริโภคในบ้านมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ ในส่วนค้าปลีก (Retail) หดตัวเพียงร้อยละ 0.7 เท่านั้น และหากพิจารณาเป็นรายผลิตภัณฑ์ พบว่าหดตัวเกือบทุกผลิตภัณฑ์ ยกเว้น น้ำดื่มบรรจุขวดและน้ำหวานเข้มข้น ที่ยังคงขยายตัว โดยน้ำหวานเข้มข้นเติบโตถึงร้อยละ 8.9 เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำมาผสมน้ำหรือโซดาเพื่อเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นเป็นอย่างดี อีกทั้งมีราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ

หากพิจารณาภาพรวมตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ตลาดเติบโตเฉลี่ยเพียงร้อยละ 1.5 ต่อปีเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงภาวะอิ่มตัวของตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์  โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์หลัก เช่น น้ำอัดลม น้ำดื่มบรรจุขวด และเครื่องดื่มชูกำลัง (ส่วนแบ่งตลาดของ 3 ผลิตภัณฑ์คิดเป็นร้อยละ 72.4) นับเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ที่ต้องเผชิญ จำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นให้ตลาดเติบโต ดังเช่น Vitamin water ที่กำลังเติบโตได้ดีในปีที่ผ่านมา

download PDF

Related Articles

ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในประเทศไทย

บทนำ

ในปี 2563 ที่ผ่านมาตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในประเทศไทยมูลค่า 56,303.7 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 จากปีก่อนหน้า น้ำดื่มบรรจจุขวดยังเป็นที่ต้องการสำหรับผู้บริโภคอยู่เสมอ เนื่องจากความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวดในยุคโลกร้อนนี้มีมากขึ้น ประชากรที่เพิ่มมากขึ้น วิถีชีวิต พฤติกรรมการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไป สภาพอากาศ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติก็แปรเปลี่ยน ประกอบกับสมัยนี้เป็นยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจกับการดูแลเรื่องอาหาร
การกินมากขึ้น คำนึงถึงความสะอาด คุณค่าสารอาหารที่ได้รับจากอาหารและเครื่องดื่ม จึงไม่แปลกใจที่ธุรกิจน้ำดื่ม จะเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้ามาทำธุรกิจนี้ จนทำให้ปัจจุบันมีแบรนด์น้ำดื่มหลากหลาย
แบรนด์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่มีความต้องการหลากหลายแต่ละบุคคล

ปัจจุบันด้วยมลภาวะจากแหล่งต่างๆ รวมถึงสถานการณ์น้ำกร่อยที่เกิดขึ้น ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ยิ่งกระตุ้นให้ผู้บริโภคมองหาน้ำดื่มบรรจุขวดที่ช่วยในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ต้องมีผลดีกับสุขภาพ ง่ายและสะดวกสบายในการซื้อ ดังนั้นจึงทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจแหล่งที่มา รวมถึงกระบวนการผลิตน้ำดื่มที่มีความสะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงธุรกิจการจ้างผลิต (OEM) น้ำดื่มบรรจุขวดในแบรนด์ตัวเองให้กับร้านอาหารบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ยังมีเพิ่มมากขึ้น

Read more

ธุรกิจเครื่องปรุงรสในประเทศไทย

อาหารไทยมักมีรสชาติเข้มข้นและหลายรสชาติในจานเดียวกัน จำต้องใช้เครื่องปรุงรสหลากชนิดเพื่อให้อาหารไทยมีรสชาติกลมกล่อมเฉพาะตัว รวมถึงการรับเอาวัฒนธรรมอาหารจากต่างประเทศเข้ามา ทำให้เครื่องปรุงรสมีมากชนิดยิ่งขึ้น ในบทความนี้จะเลือกกล่าวเฉพาะเครื่องปรุงรสอาหารไทยที่ผู้บริโภคมักจะมีติดครัวไว้อย่างน้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม ผงชูรส ผงปรุงรส ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และเครื่องปรุงรสสำเร็จรูป

Read more

ธุรกิจกาแฟในประเทศไทย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมชนิดหนึ่งในสังคมไทย ดังจะเห็นได้จากการเป็นเครื่องดื่มพื้นฐานที่มีติดไว้ประจำบ้านและสำนักงาน รวมทั้งร้านกาแฟที่มีอยู่จำนวนมากในปัจจุบัน ซึ่งคนรุ่นใหม่นิยมใช้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ตลาดกาแฟนอกบ้านหรือธุรกิจร้านกาแฟเติบโตอย่างโดดเด่น จากการขยายตัวของร้านกาแฟทั้งในส่วนของผู้ประกอบการอิสระ ผู้ประกอบการเครือข่าย (Chain Café) รวมถึงร้านสะดวกซื้อ สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวไทยที่ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ประกอบกับต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบาย ร้านกาแฟจึงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และยังสร้างพฤติกรรมการดื่มกาแฟสดในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้เกิด การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดการ lock down ได้กลายเป็นปัจจัยบวกให้กับตลาดกาแฟในบ้าน ให้เติบโต สวนกระแสธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กล่าวคือ การ lock down ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น ส่งผลให้การบริโภคกาแฟในบ้านยังคงเติบโต ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ทำให้มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น มองหาความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์โดยเลือกดื่มกาแฟในบ้าน เนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเองมี การปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคกาแฟที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคนี้ ด้วยการพัฒนาสูตรให้ดีขึ้น ออกรสชาติใหม่ การสื่อสาร การนำกาแฟผงสำเร็จรูปมารังสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มกาแฟแบบเดียวกับที่ร้านกาแฟขายกัน รวมถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อคงความสดใหม่และสามารถชงดื่มเองได้ง่ายๆ ในรูปแบบกาแฟแคปซูล

Read more