อาหารเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน…ต้านโควิด-19

กุมภาพันธ์ 2564

ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) เป็นหนึ่งในกลไกการทำงานของร่างกายซึ่งมีหน้าที่ดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายมนุษย์ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย ระบบภูมิคุ้มกันแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิด (Innate Immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเองได้เพื่อป้องกัน เชื้อโรคชนิดต่างๆ ที่มาจากสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่น ทำให้มนุษย์ปลอดภัยจากการติดเชื้อที่มาจากสัตว์อื่นๆ ได้ โดยภูมิคุ้มกันชนิดนี้เป็นภูมิคุ้มกันซึ่งทำหน้าที่ทั่วไป รวมถึงผิวหนังและเยื่อบุซึ่งจะทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคด้วย หากร่างกายได้รับเชื้อ ในเบื้องต้นภูมิคุ้มกันนี้จะทำงานเพื่อป้องกันและช่วย ปิดผนึกช่องทางที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างกายปลอดภัยจากการติดเชื้อ ภูมิคุ้มกันแบบเจาะจง (Adaptive Immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเองหลังจากเกิดอาการเจ็บป่วย เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะกลับมาติดเชื้อโรคเดิม ภูมิคุ้มกันแบบรับมาจากภายนอก (Passive Immunity) คือภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากภายนอกร่างกายเพื่อช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อในระยะเวลาสั้นๆ เช่น เด็กที่ดื่มนมแม่จะได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ ช่วยป้องกันการติดเชื้อที่อันตรายในช่วงวัยกำลังเจริญเติบโต เป็นต้น และเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งระบบภูมิคุ้มกันนี้จะเสื่อมสภาพลง

          ในแง่มุมทางด้านโภชนาการ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรค สารพิษ และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายนั้น คือการมีภาวะโภชนาการที่ดี ได้รับพลังงาน สารอาหารหลักทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และสารอาหารรอง ทั้งวิตามิน A, C, E, D, B6, B9 (โฟเลต), B12 และแร่ธาตุสังกะสี ซีลีเนียม เหล็ก ทองแดง แมกนีเซียม และแมงกานีส รวมทั้งดื่มน้ำสะอาด   ที่เพียงพอและสมดุลอย่างต่อเนื่อง  จากเอกสารเผยแพร่ของกลุ่มงานเภสัชกรรม และกลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เรื่อง “อาหารสมุนไพร เสริมภูมิคุ้มกัน ในภาวะที่มีการระบาดของโควิด-19”  สรุปใจความแบบกระชับได้ว่ามีการรวบรวมหลักฐานทางวิชาการในการ   เสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบและต้านไวรัส (ไม่เพียงเฉพาะไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019) ของสมุนไพร จำนวน 37 ชนิด เช่น ขมิ้น ขิง การจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญสามารถแย่งจับกับตำแหน่งที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 จะเข้าสู่เซลล์ปอด และตำแหน่งที่มีผลยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้ ส่วน ขิง ตะไคร้ กระชาย พริก สะเดา บร็อกโคลี ผักหวานบ้าน มะรุม ปวยเล้ง ชาเขียว ผักชี หัวหอม กระเทียม ยอ มะกรูด มะนาว จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญสามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease (Mpro) ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ได้ นอกจากนี้ยังมีพืชสมุนไพร เช่น ข้าวไม่ขัดสี งาดำ ผักผลไม้สีเหลือง ส้ม แดง ถั่วต่างๆ เห็ด มะระขี้นก มีฤทธิ์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เป็นต้น

 


 

download PDF

Related Articles

ตลาดชีสในประเทศไทย

ชีสเป็นอาหารที่ผลิตจากนม อุดมไปด้วยโปรตีน โฟเลต วิตามินเอ และวิตามินดี ที่ส่งผลดีต่อมวลกระดูก
ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี เชื้อแบคทีเรียบางชนิดอย่างโปรไบโอติดที่อยู่ในชีสยังช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดฟันผุได้อีกด้วย ชีสจะทำให้ร่างกายได้รับกรดไขมันทรานส์ปลามิโทเลอิก (Trans-palmitoleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์นม ลดเบาหวานได้ ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงการอักเสบต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากชีสได้อย่างเต็มที การเลือกรับประทานชีสให้เหมาะสมนั้นมีความสำคัญมากเพราะชีสนั้นอุดมไปด้วยเกลือ เนื่องจากในกรรมวิธีผลิตชีส จำเป็นจะต้องใช้เกลือเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทั้งนี้ควรรับประทานในปริมาณที่น้อย หรือรับประทานชีสคู่กับโปรตีนอย่างเนื้อไก่ หรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น แอปเปิล บรอกโคลี หรือมะเขือเทศ ก็จะดีกับสุขภาพมากกว่าการรับประทานชีส
เปล่า ๆอย่างเดียว

Read more

ตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทย

ในปี 2563 ที่ผ่านมาตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทยมูลค่า 6,990.6 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าลดลงร้อยละ4.90 จากปีก่อนหน้า เพราะเกิดจากสถานการณ์โควิด-19 และเนื่องจากกผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารมื้อหลักในแต่ละมื้อ รวมถึงระมัดระวังการซื้อที่ตอบสนองความต้องการของตนเองเพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีความต้องการจากกลุ่มผู้บริโภค
ที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูง ยังคงให้ความสนใจและซื้อช็อกโกแลตเพื่อนำมารับประทานหรือประกอบอาหารซึ่งเป็นผลจากมีเวลาอยู่บ้านนานขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของตลาดช็อกโกแลตยังคงมีความอ่อนไหวต่อราคาอย่างต่อเนื่องจากรายได้ที่ลดลงในบางกลุ่ม ผู้ผลิตช็อกโกแลตควรปรับวิธีการส่งเสริมการขายและการตลาดให้สอดคล้องกับจากสถานการณ์ในอนาคต

Read more

ตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย

ในปี 2563 ที่ผ่านมาตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยมูลค่า 48,990.2 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ5.63 จากปีก่อนหน้า ตลาดขนมขบเคี้ยวมีศักยภาพและเติบโตพร้อมกับกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นและในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กลุ่มผู้บริโภคมีความสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างแปลกใหม่โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วิธีการแปรรูปที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การอบ การใช้สารปรุงแต่งรส
สีสังเคราะห์ และการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติหรือออร์แกนิกก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

Read more