สถานการณ์ตลาดอาหารในสหราชอาณาจักรหลังการแพร่ระบาดโควิด-19

ธันวาคม 2563

โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดในสหราชอาณาจักรช่วงเดือนมกราคม 2563 หลังจากนั้นก็แพร่กระจายรุนแรงพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ณ วันที่ 6 มกราคม 2564 มีผู้ป่วยยืนยันแล้ว 2,836,801 ราย และเสียชีวิต 77,346 ราย ซึ่งเป็นอัตราการเสียชีวิตสูงสุดอันดับ 8 ของโลกต่อประชากรแสนคน และจำนวนสูงสุดโดยรวมในยุโรป รัฐบาลประกาศใช้มาตรการ Lockdown ทั่วประเทศ โดยขอให้ประชาชนงดเว้นการออกจากบ้าน เว้นแต่การดำเนินกิจกรรมที่จำเป็น เช่น การซื้ออาหาร ยา พบแพทย์ และออกกำลังกายได้วันละ 1 ครั้ง และมีคำสั่งปิดร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่สาธารณะ และสถานที่ชุมชน เพื่อลดอัตราการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา และได้เริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เป็นระยะ มาตรการเหล่านี้ได้ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรเปลี่ยนแปลงไป

          สหราชอาณาจักรเป็นสังคมผู้บริโภคตลาดมวลชน (Mass market) แม้ว่าการบริโภคที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้น  แต่ทว่าปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการซื้อของผู้บริโภคอันดับต้นๆ  ยังได้แก่ ราคา คุณภาพ การออกแบบ ตราสินค้าหรือประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม  ส่วนการพิจารณาให้มีบริการหลังการขายและการเรียกร้องสิทธิที่พึงได้เป็นเรื่องปกตื้นฐานที่พึงมี  ชาวอังกฤษนิยมซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น  ดังนั้นการค้าออนไลน์จึงเป็นตลาดที่สำคัญ  ในประเด็นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีต้นกำเนิดในอังกฤษ  ชาวอังกฤษ 6 ใน 10 คนกล่าวว่าต้นกำเนิดในสหราชอาณาจักรมีความสำคัญพอๆ กับราคา  และความภักดีต่อตราสินค้ามักขึ้นอยู่กับราคาด้วย

          การระบาดของโควิด -19 ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยพบว่า 63% ของผู้บริโภคใน สหราชอาณาจักรเปลี่ยนร้านค้า แบรนด์ หรือวิธีการจับจ่าย ผู้บริโภคมากถึง 50% ลดการใช้จ่ายในหมวดหมู่ตามดุลยพินิจส่วนใหญ่  ผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรจำนวนมากเปลี่ยนไปใช้การซื้อและบริการทางออนไลน์และหลายคนตั้งใจที่จะดำเนินการต่อหลังจากที่ โควิด - 19 บรรเทาลง

          การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ยอดขายผลิตภัณฑ์อินทรีย์เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Nielsen แสดงให้เห็นว่ายอดขายอาหารและเครื่องดื่มอินทรีย์มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 6.1%  นับเป็นเกือบสองเท่าของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ใช่อินทรีย์ซึ่งมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 3.2%  ณ เดือนพฤษภาคม 2563 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยทั่วไปการซื้อผลิตภัณฑ์อินทรีย์จะวางจำหน่ายในร้านค้าอิสระ หรือจัดส่งที่บ้าน

          ผู้บริโภคเกือบทั้งหมดที่มีอายุ 16 - 44 ปี ในสหราชอาณาจักรเป็นกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (99%) ล่าสุดในปี 2562 พบว่าโซเชียลเน็ตเวิร์กก็มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อเช่นกัน อัตราการเข้าถึง (Penetration rate) อยู่ที่ 58% และ Facebook เป็นเครือข่ายหลัก

download PDF

Related Articles

ธุรกิจเครื่องปรุงรสในประเทศไทย

อาหารไทยมักมีรสชาติเข้มข้นและหลายรสชาติในจานเดียวกัน จำต้องใช้เครื่องปรุงรสหลากชนิดเพื่อให้อาหารไทยมีรสชาติกลมกล่อมเฉพาะตัว รวมถึงการรับเอาวัฒนธรรมอาหารจากต่างประเทศเข้ามา ทำให้เครื่องปรุงรสมีมากชนิดยิ่งขึ้น ในบทความนี้จะเลือกกล่าวเฉพาะเครื่องปรุงรสอาหารไทยที่ผู้บริโภคมักจะมีติดครัวไว้อย่างน้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม ผงชูรส ผงปรุงรส ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และเครื่องปรุงรสสำเร็จรูป

Read more

ธุรกิจกาแฟในประเทศไทย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมชนิดหนึ่งในสังคมไทย ดังจะเห็นได้จากการเป็นเครื่องดื่มพื้นฐานที่มีติดไว้ประจำบ้านและสำนักงาน รวมทั้งร้านกาแฟที่มีอยู่จำนวนมากในปัจจุบัน ซึ่งคนรุ่นใหม่นิยมใช้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ตลาดกาแฟนอกบ้านหรือธุรกิจร้านกาแฟเติบโตอย่างโดดเด่น จากการขยายตัวของร้านกาแฟทั้งในส่วนของผู้ประกอบการอิสระ ผู้ประกอบการเครือข่าย (Chain Café) รวมถึงร้านสะดวกซื้อ สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวไทยที่ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ประกอบกับต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบาย ร้านกาแฟจึงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และยังสร้างพฤติกรรมการดื่มกาแฟสดในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้เกิด การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดการ lock down ได้กลายเป็นปัจจัยบวกให้กับตลาดกาแฟในบ้าน ให้เติบโต สวนกระแสธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กล่าวคือ การ lock down ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น ส่งผลให้การบริโภคกาแฟในบ้านยังคงเติบโต ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ทำให้มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น มองหาความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์โดยเลือกดื่มกาแฟในบ้าน เนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเองมี การปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคกาแฟที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคนี้ ด้วยการพัฒนาสูตรให้ดีขึ้น ออกรสชาติใหม่ การสื่อสาร การนำกาแฟผงสำเร็จรูปมารังสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มกาแฟแบบเดียวกับที่ร้านกาแฟขายกัน รวมถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อคงความสดใหม่และสามารถชงดื่มเองได้ง่ายๆ ในรูปแบบกาแฟแคปซูล

Read more

ตลาดเครื่องดื่มชาชงในประเทศไทย

“เครื่องดื่มชาชง” เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโลก และชาชงในประเทศไทยติดอันดับสามของอาเซียน ชาที่นิยมปลูกมี 2 ชนิด คือ 1. ชาจีน นิยมนำมาผลิตเป็นชาอู่หลง ชาเขียว และชาแดง (ชาฝรั่ง) 2. ชาสายพันธุ์อัสสัม (ชาวบ้านเรียกว่า “ต้นเมี่ยง”) นิยมนำมาผลิตเป็นชาดำ ชาเขียว และชาไทย การปลูกชาสายพันธุ์อัสสัมในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่าการปลูกชาสายพันธุ์จีน โดยตั้งแต่ปี 2558 – 2562 ผลผลิตชาสายพันธุ์อัสสัมมีมากกว่า ร้อยละ 90 ของผลผลิตทั้งหมด จากปริมาณที่ผลิตได้ 93,875 ตัน ในขณะที่ผลิตชาจีนได้ 9,039 ตัน คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 10 ของผลผลิตชาทั้งหมด ทั้งนี้ ผลผลิตชารวมในปี 2562 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 10.6 ผลิตภัณฑ์ชาตามท้องตลาดที่แปรรูปมาจากชาในประเทศไทยนั้น เป็นชาที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยปลูกมากที่สุดในจังหวัดเชียงราย รองลงมา ได้แก่ เชียงใหม่ แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน เป็นต้น และสามารถปลูกแบบอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันกระแสความนิยมบริโภคสินค้าปลอดภัย ไม่ปรุงแต่งมีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Read more