ตลาดเครื่องดื่มชาชงในประเทศไทย

ธันวาคม 2563

“เครื่องดื่มชาชง” เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโลก และชาชงในประเทศไทยติดอันดับสามของอาเซียน ชาที่นิยมปลูกมี 2 ชนิด คือ 1. ชาจีน นิยมนำมาผลิตเป็นชาอู่หลง ชาเขียว และชาแดง (ชาฝรั่ง) 2. ชาสายพันธุ์อัสสัม (ชาวบ้านเรียกว่า “ต้นเมี่ยง”) นิยมนำมาผลิตเป็นชาดำ ชาเขียว และชาไทย การปลูกชาสายพันธุ์อัสสัมในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่าการปลูกชาสายพันธุ์จีน โดยตั้งแต่ปี 2558 – 2562 ผลผลิตชาสายพันธุ์อัสสัมมีมากกว่า ร้อยละ 90 ของผลผลิตทั้งหมด จากปริมาณที่ผลิตได้ 93,875 ตัน ในขณะที่ผลิตชาจีนได้ 9,039 ตัน คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 10 ของผลผลิตชาทั้งหมด ทั้งนี้ ผลผลิตชารวมในปี 2562 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 10.6 ผลิตภัณฑ์ชาตามท้องตลาดที่แปรรูปมาจากชาในประเทศไทยนั้น เป็นชาที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยปลูกมากที่สุดในจังหวัดเชียงราย รองลงมา ได้แก่ เชียงใหม่ แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน เป็นต้น และสามารถปลูกแบบอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันกระแสความนิยมบริโภคสินค้าปลอดภัย ไม่ปรุงแต่งมีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันไทยสามารถปลูกชาในระดับอุตสาหกรรมได้ เนื่องจากการส่งเสริมการปลูกและการแปรรูปจากภาครัฐ จำนวนพื้นที่ไร่ชาภาคเหนือมีจำนวนมาก และที่ผ่านมามีการผลิตเพื่อส่งขายจีนเป็นวัตถุดิบ รวมถึงชาสำเร็จรูปส่งออกไปไต้หวัน และชาราคาเกรดทั่วไปส่งขายให้กับร้านชาในประเทศ ดังนั้น อุตสาหกรรมเครื่องดื่มชาชงในประเทศไทย จึงเป็นลักษณะรับจ้างผลิต หรือ โออีเอ็ม (OEM) เป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันเริ่มมีการสร้างแบรนด์สินค้าเครื่องดื่มชาชงของคนไทยมากขึ้น และมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น จึงมีโอกาสในการขยายตลาดได้เพิ่มขึ้นในอนาคต

 

download PDF

Related Articles

เครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ในประเทศไทย

บทนำ
ตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ ปี 2563 ที่ผ่านมามีมูลค่า 267,613 ล้านบาท หดตัวจากปีก่อนหน้าร้อยละ 7.4 เป็นผลจากการระบาดของ COVID 19 ทำให้เกิดมาตรการ Lock down ช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน ทั่วประเทศเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ต่อเนื่องด้วยมาตรการห้ามออกนอกบ้านช่วงเวลา 22.00-04.00 น. จนถึงเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ร้านอาหารต้องงดให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว และแม้ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 มาตรการต่างๆ จะถูกยกเลิกไป แต่ยังคงให้ความสำคัญกับ Social distancing เพื่อป้องกันการติดต่อของ COVID-19 ทำให้ผู้คนยังคงมีความระมัดระวังในการดำเนินชีวิต ขณะที่ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร ตลอดจนสถานบันเทิงต่างๆ ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ การปิดประเทศห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่บั่นทอนตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ ในประเทศตลอดปี 2563

Read more

ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในประเทศไทย

บทนำ

ในปี 2563 ที่ผ่านมาตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในประเทศไทยมูลค่า 56,303.7 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 จากปีก่อนหน้า น้ำดื่มบรรจจุขวดยังเป็นที่ต้องการสำหรับผู้บริโภคอยู่เสมอ เนื่องจากความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวดในยุคโลกร้อนนี้มีมากขึ้น ประชากรที่เพิ่มมากขึ้น วิถีชีวิต พฤติกรรมการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไป สภาพอากาศ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติก็แปรเปลี่ยน ประกอบกับสมัยนี้เป็นยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจกับการดูแลเรื่องอาหาร
การกินมากขึ้น คำนึงถึงความสะอาด คุณค่าสารอาหารที่ได้รับจากอาหารและเครื่องดื่ม จึงไม่แปลกใจที่ธุรกิจน้ำดื่ม จะเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้ามาทำธุรกิจนี้ จนทำให้ปัจจุบันมีแบรนด์น้ำดื่มหลากหลาย
แบรนด์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่มีความต้องการหลากหลายแต่ละบุคคล

ปัจจุบันด้วยมลภาวะจากแหล่งต่างๆ รวมถึงสถานการณ์น้ำกร่อยที่เกิดขึ้น ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ยิ่งกระตุ้นให้ผู้บริโภคมองหาน้ำดื่มบรรจุขวดที่ช่วยในการดูแลสุขภาพมากขึ้น ต้องมีผลดีกับสุขภาพ ง่ายและสะดวกสบายในการซื้อ ดังนั้นจึงทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจแหล่งที่มา รวมถึงกระบวนการผลิตน้ำดื่มที่มีความสะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงธุรกิจการจ้างผลิต (OEM) น้ำดื่มบรรจุขวดในแบรนด์ตัวเองให้กับร้านอาหารบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ยังมีเพิ่มมากขึ้น

Read more

ธุรกิจเครื่องปรุงรสในประเทศไทย

อาหารไทยมักมีรสชาติเข้มข้นและหลายรสชาติในจานเดียวกัน จำต้องใช้เครื่องปรุงรสหลากชนิดเพื่อให้อาหารไทยมีรสชาติกลมกล่อมเฉพาะตัว รวมถึงการรับเอาวัฒนธรรมอาหารจากต่างประเทศเข้ามา ทำให้เครื่องปรุงรสมีมากชนิดยิ่งขึ้น ในบทความนี้จะเลือกกล่าวเฉพาะเครื่องปรุงรสอาหารไทยที่ผู้บริโภคมักจะมีติดครัวไว้อย่างน้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม ผงชูรส ผงปรุงรส ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และเครื่องปรุงรสสำเร็จรูป

Read more