ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในประเทศไทย

ตุลาคม 2561

ในยุคสมัยที่ผู้คนให้ความใส่ใจต่อการมีสุขภาพดี ความเป็นอยู่ดี และรูปร่างดี ส่งผลให้ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันนำเรื่องการบริโภคอาหารกับสุขภาพมาเชื่อมโยงกัน โดยมองว่าการบริโภคอาหารที่ไม่ดีอาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เป็นต้น อีกทั้งมีการมองว่า ผู้บริโภคแต่ละช่วงอายุมี ความต้องการอาหารที่แตกต่างกันตามวัย การบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการอาจจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและโรคแทรกซ้อนของผู้บริโภคได้ รวมถึงแนวความคิดการบริโภคอาหารเป็นยา ส่งผลให้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพปี 2560 ที่ผ่านมามีมูลค่า 1.87 แสนล้านบาท อัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.5 ต่อปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรณรงค์ของภาครัฐที่ให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกลุ่มNCDs    (Non-Communicable diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง  นอกจากนี้การที่มีผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีชื่อเสียง (Celebrity) ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตัวเองและ การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภครับรู้และเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการมีสุขภาพที่ดีได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในสังคมเมือง ขณะที่ประชากรในท้องถิ่นห่างไกลหรือชนบทยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญเรื่องนี้มากนัก ทำให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ ถูกจำกัดอยู่เพียงเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น อีกทั้งอาหารเพื่อสุขภาพมีราคาค่อนข้างแพงเมื่อเปรียบเทียบกับราคาอาหารทั่วไป จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่บั่นทอนให้ตลาดเติบโตไม่สูง โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว

download PDF

Related Articles

เครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ในประเทศไทย

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ของไทยเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีผู้ผลิตจำนวนมาก และมีความหลากหลายของสินค้า ทั้งด้านรสชาติ และด้านบรรจุภัณฑ์ จะเห็นได้จากนวัตกรรมสินค้าที่บรรดาผู้ผลิตต่างคิดค้นและพัฒนาออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมค่อนข้างสูง ประกอบกับปัจจัยความท้าทายจากภายนอก เช่น พฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โครงสร้างประชากรที่มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทำให้รูปแบบความต้องการสินค้าเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ของผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนไป ขณะที่ผู้ผลิตจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่าง และพัฒนาสินค้าของตนที่ไม่เพียงเป็นเครื่องดื่มดับกระหาย แต่ต้องดีต่อสุขภาพและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้ด้วย

Read more

อาหารเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในประเทศไทย

ปัจจุบันสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Wellness) กำลังเป็นกระแสความต้องการที่มาแรงอย่างมากในทุกตลาดทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศไทย และไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้นที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดี แต่กลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาว และวัยทำงาน ต่างเริ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกันบรรดาผู้ผลิตต่างมองเห็นโอกาสการเติบโตของตลาดดังกล่าว และได้พยายามพัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ด้วยการต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแบบเดิม ไปสู่สินค้าที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายในด้านต่าง ๆ เช่น บำรุงสมอง บำรุงผิวพรรณ กระตุ้นระบบขับถ่าย รวมถึงสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ และปลอดสารเคมี

Read more

ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ในประเทศไทย

ในยุคสมัยที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นทำให้โลกเราในปัจจุบันกลายเป็น “โลกออนไลน์” หรืออาจกล่าวได้ว่า อินเทอร์เน็ตถูกนำมาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมาย ขณะเดียวกันก็ได้รับ การตอบรับจากผู้คนทั่วไปอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลในด้านความสะดวกและรวดเร็ว สำหรับประเทศไทยนั้นพบว่า ปี 2561 ที่ผ่านมาคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง 5 นาที เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยกิจกรรมการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตยอดนิยมของชาวไทย 5 อันดับแรก คือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ร้อยละ 96.3 การรับ-ส่งอีเมล ร้อยละ 74.2 การค้นหาข้อมูล ร้อยละ 70.8 การดูโทรทัศน์ คลิปวิดีโอ ฟังเพลงออนไลน์ ร้อยละ 60.7 และการซื้อสินค้าออนไลน์ ร้อยละ 51.3 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยเปลี่ยนผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น เช่น การจองโรงแรมที่พัก การซื้อตั๋วโดยสาร การชำระสินค้าและบริการ รวมถึงบริการสั่งอาหาร โดยคนไทยใช้บริการสั่งอาหารผ่านระบบออนไลน์ ร้อยละ 69.1 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 30.9 เปรียบเทียบกับปี 2560 ที่สัดส่วนอยู่ที่การสั่งออนไลน์ ร้อยละ 52.5 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 47.5 แสดงให้เห็นถึงความนิยมในอาหารเดลิเวอรี่ที่เพิ่มขึ้น

Read more