ตลาดหมากฝรั่งในประเทศไทย

กันยายน 2561

ในปี 2560 ที่ผ่านมาตลาดหมากฝรั่งในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 4,180 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 จากปีก่อนหน้า ปัจจัยที่ทำให้มูลค่าตลาดหมากฝรั่งยังคงเติบโตอยู่มาจากกลุ่มหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้บริโภครับรู้ข่าวสารได้ง่ายกว่าแต่ก่อนโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งความรู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองมากขึ้น รวมถึงคนไทยในปัจจุบันต้องการมีสุขภาพที่ดี ปลอดโรคภัยต่างๆ ด้วยเหตุนี้ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญกับอาหารที่ตนเองรับประทานเข้าไปมากขึ้น โดยหันมาจำกัดปริมาณการบริโภคอาหารบางประเภทที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะน้ำตาล ที่ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยประสบกับโรคต่างๆ มากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคกระดูกเปราะและฟันผุ และโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

จากความต้องการลดปริมาณน้ำตาลที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัว โดยการผลิตสินค้าที่ลดปริมาณน้ำตาลลง ซึ่งตลาดหมากฝรั่งก็มีการปรับตัวในเรื่องนี้เช่นกัน โดยผู้ผลิตได้ออกผลิตหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลสู่ตลาดมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนรักสุขภาพที่เติบโตขึ้นทุกๆ ปี และคาดการณ์ว่าหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลจะเข้ามาแทนที่หมากฝรั่งมีน้ำตาลที่กำลังได้รับความนิยมน้อยลงเรื่อยๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา 

หมากฝรั่งเป็นที่นิยมบริโภคมาอย่างยาวนานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ลมหายใจหอมสดชื่นหลังจากรับประทานอาหาร โดยเฉพาะหลังประทานอาหารที่กลิ่นค่อนข้างแรง เช่น หัวหอม และ กระเทียม รสชาติของหมากฝรั่งที่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค ได้แก่ รสมินต์ รสสเปียร์มินต์ รสผลไม้รวม รสดับเบิ้ลมินต์ และรสเปปเปอร์มินต์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะมีรสมินต์ผสมอยู่ เพราะเป็นรสชาติที่ช่วยดับกลิ่นหลังรับประทานอาหารและช่วยให้ลมหายใจสะอาดสดชื่นได้เป็นอย่างดี

download PDF

Related Articles

เครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ในประเทศไทย

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ของไทยเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีผู้ผลิตจำนวนมาก และมีความหลากหลายของสินค้า ทั้งด้านรสชาติ และด้านบรรจุภัณฑ์ จะเห็นได้จากนวัตกรรมสินค้าที่บรรดาผู้ผลิตต่างคิดค้นและพัฒนาออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมค่อนข้างสูง ประกอบกับปัจจัยความท้าทายจากภายนอก เช่น พฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โครงสร้างประชากรที่มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทำให้รูปแบบความต้องการสินค้าเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ของผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนไป ขณะที่ผู้ผลิตจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่าง และพัฒนาสินค้าของตนที่ไม่เพียงเป็นเครื่องดื่มดับกระหาย แต่ต้องดีต่อสุขภาพและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้ด้วย

Read more

อาหารเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในประเทศไทย

ปัจจุบันสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Wellness) กำลังเป็นกระแสความต้องการที่มาแรงอย่างมากในทุกตลาดทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศไทย และไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้นที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดี แต่กลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาว และวัยทำงาน ต่างเริ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกันบรรดาผู้ผลิตต่างมองเห็นโอกาสการเติบโตของตลาดดังกล่าว และได้พยายามพัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ด้วยการต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแบบเดิม ไปสู่สินค้าที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายในด้านต่าง ๆ เช่น บำรุงสมอง บำรุงผิวพรรณ กระตุ้นระบบขับถ่าย รวมถึงสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ และปลอดสารเคมี

Read more

ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ในประเทศไทย

ในยุคสมัยที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นทำให้โลกเราในปัจจุบันกลายเป็น “โลกออนไลน์” หรืออาจกล่าวได้ว่า อินเทอร์เน็ตถูกนำมาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมาย ขณะเดียวกันก็ได้รับ การตอบรับจากผู้คนทั่วไปอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลในด้านความสะดวกและรวดเร็ว สำหรับประเทศไทยนั้นพบว่า ปี 2561 ที่ผ่านมาคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง 5 นาที เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยกิจกรรมการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตยอดนิยมของชาวไทย 5 อันดับแรก คือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ร้อยละ 96.3 การรับ-ส่งอีเมล ร้อยละ 74.2 การค้นหาข้อมูล ร้อยละ 70.8 การดูโทรทัศน์ คลิปวิดีโอ ฟังเพลงออนไลน์ ร้อยละ 60.7 และการซื้อสินค้าออนไลน์ ร้อยละ 51.3 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยเปลี่ยนผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น เช่น การจองโรงแรมที่พัก การซื้อตั๋วโดยสาร การชำระสินค้าและบริการ รวมถึงบริการสั่งอาหาร โดยคนไทยใช้บริการสั่งอาหารผ่านระบบออนไลน์ ร้อยละ 69.1 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 30.9 เปรียบเทียบกับปี 2560 ที่สัดส่วนอยู่ที่การสั่งออนไลน์ ร้อยละ 52.5 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 47.5 แสดงให้เห็นถึงความนิยมในอาหารเดลิเวอรี่ที่เพิ่มขึ้น

Read more