ตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Free From

มกราคม 2561

ในปี 2560 ที่ผ่านมาตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Free From ในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 22,100 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 4.0 จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันสามารถรับรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน เช่น ข้อมูลเรื่องการมีสุขภาพที่ดีจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยผู้เชี่ยวชาญผ่านทางสื่อออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการมีสุขภาพที่ดีจึงใส่ใจในการเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น อย่างเช่น การพยายามหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่ผู้บริโภคที่ต้องการมีสุขภาพแข็งแรงหันมาให้ความสนใจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่สนใจที่จะแสวงหาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Free From หรืออาหารที่ปลอดสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้มาบริโภคเท่าที่ควร เนื่องจากยังเป็นกลุ่มอาหารที่ค่อนข้างใหม่ในตลาด ดังนั้นจึงยังมีสินค้าในกลุ่มนี้จำหน่ายค่อนข้างน้อย อีกทั้งผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพที่อาศัยอยู่ในเมืองเพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลเรื่องผลิตภัณฑ์กลุ่ม Free From ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ได้ง่ายกว่าประชากรส่วนใหญ่ในประเทศโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด จึงทำให้ยังไม่สนใจที่จะบริโภคสินค้ากลุ่มนี้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องท้าทายของผู้ผลิตสินค้า  ที่จะต้องทำการศึกษาและให้ความรู้ผู้บริโภคเพื่อเกิดความสนใจผลิตภัณฑ์กลุ่ม Free From มากยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Free From คือกลุ่มอาหารที่ปราศจากสารปรุงแต่ง เช่น สารกันบูด สารแต่งสีและกลิ่น หรือ สารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น กลูเตน ถั่ว ผลิตภัณฑ์จากนม แลคโตส และไข่  เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Free From ที่จำหน่ายอยู่ในตลาดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักดังนี้

1. เครื่องดื่มที่ปราศจากนมจากสัตว์ (Free From Dairy)

มีมูลค่าอยู่ที่ 20,514 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 96.4

2. เครื่องดื่มที่ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ (Free From Allergens)

มีมูลค่าอยู่ที่ 426 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.0

3. อาหารเด็กที่ปราศจากแลคโตส (Free From Lactose)

มีมูลค่าอยู่ที่ 338 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.6

download PDF

Related Articles

เครื่องดื่มกาแฟในประเทศไทย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยปัจจุบันสายพันธุ์กาแฟที่ดื่มกันทั่วไป มีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ อาราบิก้า (Arabica) และโรบัสต้า (Robusta) ซึ่งความนิยมดื่มเครื่องดื่มกาแฟของคนไทยมีทิศทางการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของธุรกิจร้านกาแฟภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟอิสระ และร้านกาแฟเครือสาขา ทั้งแบรนด์ต่างประเทศ และแบรนด์ท้องถิ่น โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีจำนวนร้านกาแฟรวม 8,025 แห่ง มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 6.2 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2561) นอกจากนี้ความเร่งรีบในการใช้ชีวิตของชาวไทยก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เครื่องดื่มกาแฟเป็นที่ต้องการดื่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม หรือ Ready-to-Drink (RTD) ซึ่งปัจจุบันบรรดาผู้ผลิตทั้งหลายต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีรสนิยมการดื่มและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป

Read more

น้ำผักผลไม้พร้อมดื่มในประเทศไทย

ในอดีตที่ผ่านมาน้ำผักผลไม้ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในตลาดไทย อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน ภายหลังการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและงานวิจัยต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าน้ำผักผลไม้บางประเภทอาจมีปริมาณน้ำตาลเจือปนอยู่ในระดับสูงเทียบเท่ากับเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์บางชนิด หรืออาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ และนี่จึงเป็นที่มาของการออกมาตรการจัดเก็บภาษีความหวานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 เพื่อให้ผู้ผลิตปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยลง ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการปรัเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีความหวานลดลงด้วยเช่นกัน

Read more

ธุรกิจอาหารริมทาง (Street Food) ในประเทศไทย

สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทางเมืองไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก สื่อต่างชาติหลายสำนักอย่าง “นิตยสาร Forbes” “หนังสือพิมพ์ Telegraph” “สำนักข่าว CNN” หรือแม้แต่ “Time Out” แบรนด์ไลฟ์สไตล์และ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก ต่างจัดอันดับยกให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุด เนื่องจากรสชาติอร่อยมีให้เลือกรับประทานหลายชนิด กระจายอยู่ตามแหล่งชุมชนต่างๆ ทำให้หาซื้อได้ง่าย มีขายตลอดเวลา รองรับทุกมื้ออาหาร เช่น โจ๊ก น้ำเต้าหู้ สำหรับมื้อเช้า, ไข่เจียวข้าวหอมมะลิ เย็นตาโฟ สำหรับมื้อกลางวัน หรือผัดไทย หมูสะเต๊ะ สำหรับมื้อเย็น และที่สำคัญราคาไม่แพง โดยไชน่าทาวน์หรือเยาวราช ถูกจัดให้เป็นแหล่งที่มีอาหารอร่อยที่สุด รองลงไป ได้แก่ ถนนข้าวสาร ถนนสีลม และตลาดโชคชัยสี่ และเมนูที่กำลังได้รับความนิยม ได้แก่ หอยทอด โดย World Street Food Congress หรือสภาอาหารริมทางโลก จัดอันดับให้หอยทอดเป็น 1 ใน 3 อาหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

Read more