ตลาดผลิตภัณฑ์ไอศกรีมในประเทศไทย

กันยายน 2560

ในปี 2559 ที่ผ่านมาตลาดผลิตภัณฑ์ไอศกรีม ในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 13,850 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 8.0 จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ผู้บริโภคคนไทยนิยมรับประทานไอศกรีมเพื่อดับร้อนและรู้สึกสดชื่นขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนเกือบตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ด้วยรสชาติของไอศกรีมที่มีความหวานเย็นอร่อย ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดไอศกรีมในไทยยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนี่อง

อย่างไรก็ตาม จากกระแสการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความกังวลในเรื่องของอาหารที่ตนเองรับประทานเข้าไปมากกว่าแต่ก่อน และผู้บริโภคลดการบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ลง     ซึ่งส่งผลในเชิงลบต่อยอดจำหน่ายไอศกรีมเพราะไอศกรีมมักถูกมองว่าเป็นของหวานที่อุดมไปด้วยน้ำตาลและไขมันซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นจึงเกิดความท้าทายของผู้ประกอบการที่จะใช้กลยุทธต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันกลับมาบริโภคไอศกรีมเหมือนเดิม และหาวิธีการที่จะกระตุ้นให้เกิดการบริโภคไอศกรีมมากขึ้นเนื่องจากอัตราการบริโภคไอศกรีมในประเทศไทยยังถือว่าต่ำอยู่เมื่อเปรียบเทียบการประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย

ตลาดผลิตภัณฑ์ไอศกรีมสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. ไอศกรีมแบบรับประทานทันที (Impulse Ice cream) ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่

- ไอศกรีมนมแบบรับประทานคนเดียว (Single Portion Dairy Ice Cream) เป็นไอศกรีมที่ทำจากนมและบรรจุในปริมาณเหมาะสำหรับการรับประทาน 1 คนต่อครั้ง ในปี 2559 มีมูลค่าตลาดประมาณ 9,500 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 68.8 และมีอัตราเติบโตร้อยละ 8.8

- ไอศกรีมหวานเย็นแบบรับประทานคนเดียว (Single Portion Water Ice Cream) เป็นไอศกรีมที่ไม่มีนมเป็นส่วนประกอบและบรรจุในปริมาณเหมาะสำหรับการรับประทาน 1 คนต่อครั้ง ในปี 2559 มีมูลค่าตลาดประมาณ 3,200 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 23.2 และมีอัตราเติบโตร้อยละ 6.5

2. ไอศกรีมแบบรับประทานที่บ้าน (Take-Home Ice Cream) ในปี 2559 มีมูลค่าตลาดประมาณ 1,100 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.0 และมีอัตราเติบโตร้อยละ 5.8

 

download PDF

Related Articles

ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ในประเทศไทย

แต่เดิมนั้นธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ คือ การดำเนินธุรกิจร้านอาหารควบคู่กับการให้บริการจัดส่งอาหารให้ ผู้บริโภค ภายในขอบเขตพื้นที่ให้บริการของกิจการนั้นๆ แต่ด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีการสื่อสารและ การคมนาคมขนส่ง ส่งผลให้ปัจจุบันธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่สามารถขยายพื้นที่การให้บริการได้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ

Read more

ตลาดอาหารสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพ

ในปี 2559 ที่ผ่านมาอาหารสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 6,300 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 7.7 จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรณรงค์จากภาครัฐที่ให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารมากขึ้น เช่น การรณรงค์จากทางกระทรวงสาธารณสุขในการจำกัดการบริโภคน้ำตาล โดยไม่ให้เกิน 6 ช้อนชาในหนึ่งวัน และให้ความรู้ในเรื่องโทษของการบริโภคน้ำตาลมากเกินไป นอกจากนี้ การที่มีผู้เชี่ยวชาญออกมาให้ความรู้เรื่องการดูแลตัวเองและการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีผ่านทางสื่อออนไลน์ทำให้ผู้บริโภครับรู้และเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการมีสุขภาพที่ดีได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาเลือกซื้ออาหารที่เพื่อสุขภาพกันมากขึ้น

Read more

ธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ในประเทศไทย

ธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ดในประเทศไทยยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกระแสใส่ใจในสุขภาพ (Health conscious) ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากความสามารถใน การตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและครอบครัวยุคใหม่ ซึ่งมักใช้เวลาอยู่นอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการรับประทานอาหาร การพบปะพูดคุย หรือกิจกรรมต่างๆ ซึ่งร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นสถานที่ลงตัวเพราะมีบรรยากาศที่ดี ตกแต่งทันสมัย ราคาอาหารไม่แพง เมนูหลากหลาย และสาขาที่กระจายตัวอยู่รอบ ย่านธุรกิจ ชุมชน ห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ เอื้ออำนวยให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้สะดวก

Read more