ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย

กรกฎาคม 2560

ปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยนิยมรับประทานอาหารนอกบ้านกันมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงจากครอบครัวขยายสู่ครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวมีขนาดเล็กลง ทั้งสามีและภรรยาทำงานนอกบ้าน ที่พักอาศัยไม่เหมาะสำหรับการปรุงอาหาร อีกทั้งการใช้ชีวิตที่รีบเร่งต้องการความสะดวกและรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2558 ที่พบว่า ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในการซื้ออาหารรับประทานนอกบ้านมีสัดส่วนร้อยละ 39.0 ของค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2554 ที่มีสัดส่วนการซื้ออาหารรับประทานนอกบ้านร้อยละ 31.0

ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยมีขนาดใหญ่ โดยปี พ.ศ. 2559 มีมูลค่าประมาณ 1.7 แสนล้านบาท แต่มี   การขยายตัวจากปีก่อนหน้าไม่สูงนักประมาณร้อยละ 2.0 เนื่องจากคู่แข่งมีจำนวนมากทั้งในธุรกิจร้านอาหารด้วยกันเอง และธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับอาหารอย่างธุรกิจอาหารจานด่วน อาหารริมทาง และคาเฟ่ เป็นต้น ผู้บริโภคจึงมีทางเลือกมากขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจซบเซาทำให้กำลังซื้อลดลง ผู้บริโภคจึงเพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่าย ด้วยการเลือกรับประทานอาหารจากร้านอาหารริมทางซึ่งราคาอาหารโดยเฉลี่ยต่ำกว่าทดแทน

อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารมีความได้เปรียบอาหารริมทางในเรื่องสุขอนามัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคใน      ยุคปัจจุบันให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจร้านอาหารในประเทศยังคงเติบโตได้อยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่สนับสนุนให้ตลาดเติบโต คือ การขยายสาขาของร้านอาหารที่เป็นเครือข่าย (Chain Restaurant) ไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพ อาทิ ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ และคอมมูนิตี้ มอลล์ เป็นต้น เพื่อบริการลูกค้าได้ครอบคลุมและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้มากขึ้น การเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งที่อยู่ในธุรกิจอาหารหรือธุรกิจอื่นที่ให้ความสนใจเข้าสู่ธุรกิจอาหาร ตัวอย่างเช่น บริษัท     ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า เข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารด้วยการร่วมทุนกับ บริษัท โคราคุเอ็น โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ในการบริหารร้าน “โคราคุเอ็น ราเมง” บริษัท     ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตราช้าง เข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารด้วยการเปิดบริษัท       ฟู้ด ออฟ เอเชีย จำกัด โดยมีร้านอาหารในเครือรวม 5 แบรนด์ ได้แก่ ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง “Man Fu Yuan (หม่าน ฟู่ หยวน)” ร้านอาหาร “So Asean Cafe & Restaurant” ร้านกาแฟ “So Asean Coffee” ฟู้ดคอร์ตภายใต้แบรนด์ “Food Street” ล่าสุด ร้านเบเกอรี่ ภายใต้แบรนด์ “mx cakes & bakery” เป็นต้น

download PDF

Related Articles

ตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทย

ในปี 2560 ที่ผ่านมาตลาดตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 16,500 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าลดลงร้อยละ 12.6 จากปีก่อนหน้า ปัจจัยที่ทำให้มูลค่าตลาดชาพร้อมดื่มลดลงส่วนหนึ่งมาจากการที่กลุ่มคนรักสุขภาพเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพราะจากที่การที่ผู้บริโภคได้รับข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในเรื่องสุขภาพได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่เข้ามีบทบาทสำคัญต่อสังคมยุคใหม่ ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงความรู้ในเรื่องของการบริโภคอาหารเพื่ออายุที่ยั่งยืน หรือโทษหรือโรคภัยที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภคเกิดความตื่นตัวที่จะหันมาใส่ใจเลือกซื้ออาหารและมีความต้องการได้รับสารอาหารจากอาหารที่ตนเองรับประทานมากขึ้น

Read more

ตลาดเครื่องดื่มมอลต์ในประเทศไทย

พฤติกรรมใส่ใจสุขภาพยังคงเป็นกระแสหลักในสังคมไทย โดยผู้คนส่วนใหญ่ตระหนักถึงความสำคัญใน การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กับการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

Read more

ส่วนแบ่งตลาดนมเปรี้ยวและโยเกร์ต ปี 2560

ตลาดนมเปรี้ยวและโยเกร์ต ในปี 2560 มีมูลค่า 30,196 ล้านบาท เติบโต 7.5% โดยมี บริษัท ดัลมิลล์ จำกัด , บริษัท ยาคูลท์ เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด และ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเจ้าตลาด

Read more