ตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มในประเทศไทย

เมษายน 2560

ในปี 2559 ที่ผ่านมาตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 51,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 6.5 จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุมาจากการที่ผู้บริโภคทราบถึงประโยชน์ของการบริโภคนมผ่าน การประชาสัมพันธ์จากทางภาครัฐและเอกชนที่ส่งเสริมให้คนไทยหันมาบริโภคนมกันมากขึ้น ผู้บริโภคจึงมีมุมมองที่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนที่มองว่านมเป็นเครื่องดื่มสำหรับเด็กเท่านั้นและหันมารับรู้มากขึ้นว่านมมีประโยชน์สำหรับผู้ใหญ่เช่นกัน ดังนั้นเครื่องดื่มประเภทนมจึงกลายเป็นเครื่องดื่มทานเล่นมากขึ้นเช่นเดียวกับการดื่มน้ำอัดลมและน้ำผลไม้

   ส่วนทางด้านผู้ประกอบการได้มีการผลิตสินค้าที่มีความหลากหลายเพื่อผู้บริโภคในทุกช่วงอายุทั้งในเรื่องของรสชาติและขนาดบรรจุภัณฑ์ซึ่งมีการบริโภคที่แตกต่างกันไปตามช่วงอายุและการใช้ชีวิตของแต่ละคน จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ตลาดผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มเติบโตมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตลาดนมพร้อมดื่มยังได้รับ   การสนับสนุนจากสินค้าชนิดอื่นเช่นกัน อย่างเช่น กาแฟ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดการบริโภคนมพร้อมดื่มเพิ่มขึ้น เนื่องจากนมถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการทำกาแฟ

ผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม (Drinking Milk Products) สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทย่อยดังนี้

  1. นมปรุงแต่งกลิ่นรส (Flavored Milk) ในปี 2559 มีมูลค่าตลาดประมาณ 11,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 21.4
  2. นมโค (Cow’s Milk) ในปี 2559 มีมูลค่าตลาดประมาณ 18,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35.2
  3. นมแพะ (Goat’s Milk) ในปี 2559 มีมูลค่าตลาดประมาณ 26 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.1
  4. นมผง (Powder Milk) ในปี 2559 มีมูลค่าตลาดประมาณ 1,600 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.2
  5. นมถั่วเหลือง (Soy Milk) ในปี 2559 มีมูลค่าตลาดประมาณ 20,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 40.1

download PDF

Related Articles

ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ในประเทศไทย

ในยุคสมัยที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นทำให้โลกเราในปัจจุบันกลายเป็น “โลกออนไลน์” หรืออาจกล่าวได้ว่า อินเทอร์เน็ตถูกนำมาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมาย ขณะเดียวกันก็ได้รับ การตอบรับจากผู้คนทั่วไปอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลในด้านความสะดวกและรวดเร็ว สำหรับประเทศไทยนั้นพบว่า ปี 2561 ที่ผ่านมาคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง 5 นาที เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยกิจกรรมการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตยอดนิยมของชาวไทย 5 อันดับแรก คือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ร้อยละ 96.3 การรับ-ส่งอีเมล ร้อยละ 74.2 การค้นหาข้อมูล ร้อยละ 70.8 การดูโทรทัศน์ คลิปวิดีโอ ฟังเพลงออนไลน์ ร้อยละ 60.7 และการซื้อสินค้าออนไลน์ ร้อยละ 51.3 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยเปลี่ยนผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น เช่น การจองโรงแรมที่พัก การซื้อตั๋วโดยสาร การชำระสินค้าและบริการ รวมถึงบริการสั่งอาหาร โดยคนไทยใช้บริการสั่งอาหารผ่านระบบออนไลน์ ร้อยละ 69.1 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 30.9 เปรียบเทียบกับปี 2560 ที่สัดส่วนอยู่ที่การสั่งออนไลน์ ร้อยละ 52.5 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 47.5 แสดงให้เห็นถึงความนิยมในอาหารเดลิเวอรี่ที่เพิ่มขึ้น

Read more

เครื่องดื่มกาแฟในประเทศไทย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยปัจจุบันสายพันธุ์กาแฟที่ดื่มกันทั่วไป มีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ อาราบิก้า (Arabica) และโรบัสต้า (Robusta) ซึ่งความนิยมดื่มเครื่องดื่มกาแฟของคนไทยมีทิศทางการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของธุรกิจร้านกาแฟภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟอิสระ และร้านกาแฟเครือสาขา ทั้งแบรนด์ต่างประเทศ และแบรนด์ท้องถิ่น โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีจำนวนร้านกาแฟรวม 8,025 แห่ง มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 6.2 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2561) นอกจากนี้ความเร่งรีบในการใช้ชีวิตของชาวไทยก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เครื่องดื่มกาแฟเป็นที่ต้องการดื่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม หรือ Ready-to-Drink (RTD) ซึ่งปัจจุบันบรรดาผู้ผลิตทั้งหลายต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีรสนิยมการดื่มและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป

Read more

น้ำผักผลไม้พร้อมดื่มในประเทศไทย

ในอดีตที่ผ่านมาน้ำผักผลไม้ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในตลาดไทย อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน ภายหลังการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและงานวิจัยต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าน้ำผักผลไม้บางประเภทอาจมีปริมาณน้ำตาลเจือปนอยู่ในระดับสูงเทียบเท่ากับเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์บางชนิด หรืออาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ และนี่จึงเป็นที่มาของการออกมาตรการจัดเก็บภาษีความหวานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 เพื่อให้ผู้ผลิตปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยลง ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการปรัเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีความหวานลดลงด้วยเช่นกัน

Read more