ตลาดเครื่องดื่มเกษตรอินทรีย์ (Organic) หรือเครื่องดื่มออร์แกนิกในประเทศไทย

ธันวาคม 2559

สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการปนเปื้อนของสารมลพิษ การดำเนินชีวิตจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากได้ตระหนักถึงพิษภัยจากสารเคมีตกค้างในผลิตภัณฑ์ที่ข้องเกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ และตื่นตัวกับการดูแลสุขภาพมากขึ้นด้วยการพิถีพิถันเลือกอุปโภคและบริโภคสินค้าที่ไม่มีสารพิษหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และ “สินค้าเกษตรอินทรีย์หรือสินค้าออร์แกนิก (Organic)” ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนรักสุขภาพ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากกระบวนการผลิตตามธรรมชาติ ปราศจากการใช้สารเคมีและปลอดสารพิษในทุกขั้นตอนการผลิต

จากแนวโน้มที่กล่าวมาข้างต้นนี้ส่งผลให้สินค้าเกษตรอินทรีย์ (Organic) ได้รับความสนใจจากธุรกิจห้างร้านมากขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากการหันมาเปิดร้านจำหน่ายอาหารเกษตรอินทรีย์เพื่อสุขภาพของผู้ประกอบการ    หลายแห่ง อาทิ บริษัทสังคมสุขภาพ จำกัด หรือ เลมอนฟาร์ม ภายใต้ชื่อ "บี ออร์แกนิก บาย เลมอนฟาร์ม" หรือ     การเพิ่มรายการอาหารเกษตรอินทรีย์ (Organic) ของร้านซิซซ์เล่อร์ Sizzler “บิ๊กซี ซูเปอร์มาร์เก็ต” ขยายพื้นที่วางสินค้าเกษตรอินทรีย์ (Organic) “ท็อปซูเปอร์มาเก็ต” จำหน่ายเนื้อสุกรที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ภายใต้แบรนด์ “เนเชอรัล มีท” (Natural Meat) “องค์การส่งเสริมโคนมแห่งประเทศไทย” พัฒนานมพาสเจอร์ไรซ์อินทรีย์ (Organic) ตราไทย-เดนมาร์ค “มอร์แกนิค” (Morganic) “บริษัท ไทยออร์แกนิกฟูด จำกัด” ผู้ผลิตและจำหน่ายซีเรียลธัญพืชอบกรอบแบรนด์ “ซองเดอร์” ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ (Organic) สำหรับเด็ก แบรนด์ “Baby Orkanic Thai” ของบริษัท เวิร์ธ แอนด์ เวลธ์ จำกัด และเครื่องสำอางอินทรีย์ “vowda” ของบริษัท ว้าวด้า จำกัด เป็นต้น

เครื่องดื่มเกษตรอินทรีย์ (Organic) หรือเครื่องดื่มออร์แกนิก เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ผู้บริโภคให้การตอบรับดี ดังจะเห็นได้จากมูลค่าตลาดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.9 ต่อปี กล่าวคือ ปี 2555 มูลค่า 81.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 105.6 ล้านบาท ในปี 2559 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในระหว่างปี 2558-2559 พบว่า ตลาดเติบโตน้อยกว่าในอดีตที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่เครื่องดื่มออร์แกนิกมีราคาสูงกว่าเครื่องดื่มปกติประมาณ 1-2 เท่า ผู้บริโภคมีความไม่มั่นใจว่าคุณประโยชน์ที่ได้รับจากเครื่องดื่มออร์แกนิกนั้นคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ประกอบกับขาดการกระตุ้นตลาดจากกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการ

download PDF

Related Articles

เครื่องดื่มกาแฟในประเทศไทย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยปัจจุบันสายพันธุ์กาแฟที่ดื่มกันทั่วไป มีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ อาราบิก้า (Arabica) และโรบัสต้า (Robusta) ซึ่งความนิยมดื่มเครื่องดื่มกาแฟของคนไทยมีทิศทางการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของธุรกิจร้านกาแฟภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟอิสระ และร้านกาแฟเครือสาขา ทั้งแบรนด์ต่างประเทศ และแบรนด์ท้องถิ่น โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีจำนวนร้านกาแฟรวม 8,025 แห่ง มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 6.2 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2561) นอกจากนี้ความเร่งรีบในการใช้ชีวิตของชาวไทยก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เครื่องดื่มกาแฟเป็นที่ต้องการดื่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม หรือ Ready-to-Drink (RTD) ซึ่งปัจจุบันบรรดาผู้ผลิตทั้งหลายต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีรสนิยมการดื่มและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป

Read more

น้ำผักผลไม้พร้อมดื่มในประเทศไทย

ในอดีตที่ผ่านมาน้ำผักผลไม้ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในตลาดไทย อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน ภายหลังการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและงานวิจัยต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าน้ำผักผลไม้บางประเภทอาจมีปริมาณน้ำตาลเจือปนอยู่ในระดับสูงเทียบเท่ากับเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์บางชนิด หรืออาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ และนี่จึงเป็นที่มาของการออกมาตรการจัดเก็บภาษีความหวานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 เพื่อให้ผู้ผลิตปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยลง ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการปรัเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีความหวานลดลงด้วยเช่นกัน

Read more

ธุรกิจอาหารริมทาง (Street Food) ในประเทศไทย

สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทางเมืองไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก สื่อต่างชาติหลายสำนักอย่าง “นิตยสาร Forbes” “หนังสือพิมพ์ Telegraph” “สำนักข่าว CNN” หรือแม้แต่ “Time Out” แบรนด์ไลฟ์สไตล์และ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก ต่างจัดอันดับยกให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุด เนื่องจากรสชาติอร่อยมีให้เลือกรับประทานหลายชนิด กระจายอยู่ตามแหล่งชุมชนต่างๆ ทำให้หาซื้อได้ง่าย มีขายตลอดเวลา รองรับทุกมื้ออาหาร เช่น โจ๊ก น้ำเต้าหู้ สำหรับมื้อเช้า, ไข่เจียวข้าวหอมมะลิ เย็นตาโฟ สำหรับมื้อกลางวัน หรือผัดไทย หมูสะเต๊ะ สำหรับมื้อเย็น และที่สำคัญราคาไม่แพง โดยไชน่าทาวน์หรือเยาวราช ถูกจัดให้เป็นแหล่งที่มีอาหารอร่อยที่สุด รองลงไป ได้แก่ ถนนข้าวสาร ถนนสีลม และตลาดโชคชัยสี่ และเมนูที่กำลังได้รับความนิยม ได้แก่ หอยทอด โดย World Street Food Congress หรือสภาอาหารริมทางโลก จัดอันดับให้หอยทอดเป็น 1 ใน 3 อาหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

Read more