ตลาดอาหารออร์แกนิกบรรจุห่อในประเทศไทย

พฤศจิกายน 2559

ในปี 2559 ประเมินว่าตลาดอาหารออร์แกนิกบรรจุห่อจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 350 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 8.6 จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดอาหารออร์แกนิกบรรจุห่อยังไม่สามารถเติบโตได้ดีเท่าที่ควรในประเทศไทยเพราะปัจจัยในหลายๆ ด้าน เช่น จำนวนผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารออร์แกนิกบรรจุห่อที่ยังมีจำนวนไม่มากนักในตลาด การวางจำหน่ายสินค้าอาหารออร์แกนิกยังอยู่ในบริเวณจำกัดทำให้ผู้บริโภคหาซื้อสินค้าออร์แกนิกได้ลำบาก สินค้าออร์แกนิกยังมีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าแบบปกติ ประกอบกับความไม่มั่นคงทางการเมืองในปีที่ผ่านจึงส่งผลให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายลง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคที่ทำให้สินค้าออร์ออกนิกยังไม่สามารถจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาสนใจและยอมใช้ง่ายเงินในการเลือกซื้อเท่าที่ควร

นอกจากนี้ การขาดการรับรองมาตรฐานอาหารออร์แกนิกอย่างจริงจังในประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลลบต่อการเติบโตของตลาดอาหารออร์แกนิก ถึงแม้จะมีความพยายามผลักดันในการสร้างมาตรฐานสินค้าอาหาร ออร์แกนิกทั้งจากทางภาครัฐและเอกชน แต่ก็ยังไม่มีกฎระเบียบอย่างเป็นทางการที่ใช้กำกับดูแล มีเพียงสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ให้บริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของสินค้าออร์แกนิก และมีการฝึกอบรมและเผยแพร่ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับผู้ประกอบการหรือเกษตกรที่ต้องการผลิตสินค้าออร์แกนิก 

อาหารออร์แกนิก คือ อาหารที่ถูกผลิตโดยวิธีการที่สอดคล้องกับมาตรฐานการทำเกษตรอินทรีย์ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี ยากำจัดศัตรูพืช การฉายรังสี และการดัดแปลงพันธุกรรม การเพาะปลูกพืชผักออร์แกนิกจะต้องมีการเตรียมหน้าดินก่อนการปลูกโดยวิธีธรรมชาติ และจะต้องทำให้ปลอดสารพิษไม่น้อยกว่า 3 ปี ทุกขั้นตอนการปลูก

อาหารออร์แกนิกบรรจุห่อสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ได้แก่

  1. ข้าวและผลิตภัณฑ์ประเภทเส้นออร์แกนิก ครองส่วนแบ่งร้อยละ 90.5 
  2. อาหารเช้าซีเรียลออร์แกนิก ครองส่วนแบ่งร้อยละ 4.2
  3. อาหารออร์แกนิกสำหรับเด็ก ครองส่วนแบ่งร้อยละ 3.6
  4. น้ำมันออร์แกนิก ครองส่วนแบ่งร้อยละ 1.7

ข้าวออร์แกนิกเป็นสินค้าที่ครองส่วนแบ่งเกือบทั้งหมดในกลุ่มอาหารออร์แกนิกบรรจุห่อ เนื่องจากเป็นอาหารที่ผู้บริโภคชาวไทยรับประทานเป็นอาหารหลัก ประกอบกับชื่อเสียงและคุณภาพการผลิตข้าวไทยที่ได้มาตรฐาน จึงส่งผลให้ข้าวออร์แกนิกได้รับความนิยมตามไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่รักสุขภาพและเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ข้าวออร์แกนิกโดยผู้ประกอบการในประเทศครองส่วนแบ่งหลักของอาหารออร์แกนิกบรรจุห่อเนื่องจากได้เปรียบด้านราคาที่ถูกว่าผู้ประกอบการจากต่างประเทศ

อาหารเช้าซีเรียลออร์แกนิกเป็นสินค้าที่มีการเติบโตมากที่สุดในกลุ่มอาหารออร์แกนิกบรรจุห่อในปี 2559 เป็นผลมาจากที่การที่ผู้บริโภคใส่ใจต่อสุขภาพมากขึ้นและตระหนักถึงโรคภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์  ประกอบความนิยมในการรับประทานซีเรียลเป็นอาหารเช้า โดยเฉพาะในกลุ่มบริโภคชาวไทยระดับกลางถึงบนซึ่งได้รับวัฒนธรรมการรับประทานซีเรียลมาจากชาวตะวันตก และเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อราคาค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ เป็นผลให้อาหารเช้าซีเรียลออร์แกนิกไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากการที่ผู้บริโภคใช้จ่ายน้อยลงเนื่องจากการการชะลอตัวของเศรษฐกิจ

อาหารออร์แกนิกสำหรับเด็กมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่าน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากพ่อแม่ยุคใหม่ที่ต้องการให้ลูกๆ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และยินดีจ่ายแม้จะมีราคาสูงกว่าอาหารสำหรับเด็กทั่วไป  ส่วนน้ำมันออร์แกนิกถึงแม้จะมียอดจำหน่ายค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่น แต่ก็มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภคที่ต้องการเลือกน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำมันแบบทั่วไป

อาหารออร์แกนิกประเภทอื่นๆ นอกเหนือจาก 4 กลุ่มนี้ยังไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเท่าที่ควร ตัวอย่างเช่น โยเกิร์ตออร์แกนิก ที่ยังมียอดจำหน่ายที่น้อยมากในปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีความต้องการน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าออร์แกนิกชนิดอื่นๆ ผู้ประกอบในสินค้ากลุ่มนี้ควรมีการลงทุนทางด้านการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อหาวิธีการใหม่ๆ ในการดึงดูดผู้บริโภคให้หันมาสนใจโยเกิร์ตออร์แกนิกมากขึ้น เช่น การปรับลดราคาลงในช่วงโปรโมชั่นเนื่องจากโยเกิร์ตออร์แกนิกมีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับโยเกิร์ตแบบทั่วไปในตลาด

download PDF

Related Articles

ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ในประเทศไทย

ในยุคสมัยที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นทำให้โลกเราในปัจจุบันกลายเป็น “โลกออนไลน์” หรืออาจกล่าวได้ว่า อินเทอร์เน็ตถูกนำมาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมาย ขณะเดียวกันก็ได้รับ การตอบรับจากผู้คนทั่วไปอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลในด้านความสะดวกและรวดเร็ว สำหรับประเทศไทยนั้นพบว่า ปี 2561 ที่ผ่านมาคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง 5 นาที เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยกิจกรรมการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตยอดนิยมของชาวไทย 5 อันดับแรก คือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ร้อยละ 96.3 การรับ-ส่งอีเมล ร้อยละ 74.2 การค้นหาข้อมูล ร้อยละ 70.8 การดูโทรทัศน์ คลิปวิดีโอ ฟังเพลงออนไลน์ ร้อยละ 60.7 และการซื้อสินค้าออนไลน์ ร้อยละ 51.3 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยเปลี่ยนผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น เช่น การจองโรงแรมที่พัก การซื้อตั๋วโดยสาร การชำระสินค้าและบริการ รวมถึงบริการสั่งอาหาร โดยคนไทยใช้บริการสั่งอาหารผ่านระบบออนไลน์ ร้อยละ 69.1 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 30.9 เปรียบเทียบกับปี 2560 ที่สัดส่วนอยู่ที่การสั่งออนไลน์ ร้อยละ 52.5 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 47.5 แสดงให้เห็นถึงความนิยมในอาหารเดลิเวอรี่ที่เพิ่มขึ้น

Read more

เครื่องดื่มกาแฟในประเทศไทย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยปัจจุบันสายพันธุ์กาแฟที่ดื่มกันทั่วไป มีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ อาราบิก้า (Arabica) และโรบัสต้า (Robusta) ซึ่งความนิยมดื่มเครื่องดื่มกาแฟของคนไทยมีทิศทางการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของธุรกิจร้านกาแฟภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟอิสระ และร้านกาแฟเครือสาขา ทั้งแบรนด์ต่างประเทศ และแบรนด์ท้องถิ่น โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีจำนวนร้านกาแฟรวม 8,025 แห่ง มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 6.2 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2561) นอกจากนี้ความเร่งรีบในการใช้ชีวิตของชาวไทยก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เครื่องดื่มกาแฟเป็นที่ต้องการดื่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม หรือ Ready-to-Drink (RTD) ซึ่งปัจจุบันบรรดาผู้ผลิตทั้งหลายต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีรสนิยมการดื่มและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป

Read more

น้ำผักผลไม้พร้อมดื่มในประเทศไทย

ในอดีตที่ผ่านมาน้ำผักผลไม้ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในตลาดไทย อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน ภายหลังการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและงานวิจัยต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าน้ำผักผลไม้บางประเภทอาจมีปริมาณน้ำตาลเจือปนอยู่ในระดับสูงเทียบเท่ากับเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์บางชนิด หรืออาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ และนี่จึงเป็นที่มาของการออกมาตรการจัดเก็บภาษีความหวานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 เพื่อให้ผู้ผลิตปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยลง ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการปรัเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีความหวานลดลงด้วยเช่นกัน

Read more