ตลาดขนมอบในประเทศไทย

กันยายน 2559

ในปี 2558 ที่ผ่านมา ตลาดขนมอบในประเทศไทยเติบโตขึ้นร้อยละ 8.1 จากปีก่อนหน้า โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 25,800 ล้านบาท สาเหตุที่ตลาดขนมอบมีการเติบโตขึ้นทุกปีมาจากความต้องการบริโภคอาหารอย่างเร่งด่วน เนื่องจากวิถีชีวิตที่รีบเร่งของผู้บริโภคทำให้มีเวลาที่จะทำอาหารรับประทานเองหรือมีเวลารับประทานอาหารน้อยลง ผู้บริโภคจึงหันมาเลือกรับประทานขนมอบเป็นอาหารเช้าและเป็นอาหารว่างในตอนกลางวัน เพราะขนมอบ เช่น ขนมปัง เค้ก และเพสตรี เป็นอาหารที่รับประทานง่ายและสะดวกที่จะพกติดตัวไปรับประทานนอกสถานที่ อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงและหาซื้อง่าย ทำให้ขนมอบสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคมีความซับซ้อนในการเลือกรับประทานอาหารมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และมีความต้องการรับประทานขนมอบในรูปแบบและรสชาติที่แตกต่างไปจากเดิม ทำให้ผู้นำตลาดขนมอบทั้งจากในประเทศและต่างประเทศมีความกระตือรือร้นที่จะนำเสนอรสชาติและส่วนผสมที่แปลกใหม่เข้าไปในผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้า และเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้ นอกจากนี้ กลุ่มผู้นำตลาดขนมอบยังมีการนำเสนอสินค้าในราคาที่หลากหลายตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงระดับพรีเมี่ยมเพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคทุกระดับรายได้ การปรับปรุงพัฒนาสินค้าในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค และเป็นการกระตุ้นตลาดขนมอบให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

ขนมปังบรรจุหีบห่อเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มขนมอบ เติบโตร้อยละ 6 จากปี 2557 โดยมีขนมปังขัดขาวเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มขนมปังบรรจุหีบห่อ อย่างไรก็ตาม ขนมปังธัญพืชซึ่งได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มขนมปังบรรจุหีบห่อกลับมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการตื่นตัวในเรื่องของสุขภาพในกลุ่มผู้บริโภคในเมือง ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจสุภาพมากขึ้น จึงมองว่าขนมปังธัญพืชเป็นทางเลือกในการบริโภคที่ดีกว่าขนมปังขัดขาว ผู้ผลิตจึงมองเห็นโอกาสและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยการเพิ่มส่วนผสมที่มีประโยชน์เข้าไปในขนมปังเพื่อดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มนี้ เช่น งา ถั่ว ข้าวโอ๊ต และน้ำผึ้ง เป็นต้น

เพสตรีบรรจุหีบห่อเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตมากที่สุดในกลุ่มขนมอบ โดยเติบโตขึ้นร้อยละ 11.0 จากปี 2557เนื่องจากเพสตรีเป็นขนมที่สะดวกในการรับประทานและสามารถเป็นอาหารทดแทนมื้ออาหารตามปกติของผู้บริโภคได้ จึงตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่รีบเร่งของคนในเมือง โดยเฉพาะการซื้อเพสตรีมารับประทานในรถในช่วงเวลาที่เร่งด่วนหรือในช่วงรถติดเพื่อเป็นการประหยัดเวลา

ผู้นำตลาดขนมอบในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ร้อยละ 28.5 โดยมีแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Farmhouse ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเบเกอรี่ที่หลากหลาย เช่น ขนมปังแผ่น เบอร์เกอร์ ขนมปังฮอทดอก และเค้ก เป็นตัวผลักดันยอดจำหน่ายของบริษัท สินค้าหลักของ Farmhouse ได้แก่ ขนมปังแผ่น และขนมปังพร้อมรับประทาน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทคิดเป็นร้อยละ 70.0 ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท จุดแข็งของบริษัทอยู่ที่ชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้ผู้บริโภครับรู้เกี่ยวกับสินค้าของบริษัทได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการลงทุนด้านนวัตกรรมการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองกับความต้องการผู้บริโภค เช่น การออกผลิตภัณฑ์ Royal Whole Wheat ขนมปังโฮลวีตที่ใส่ส่วนผสมของธัญพืชเข้าไปเพื่อจับกลุ่มคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ อีกทั้งบริษัทยังมีการขยายกำลังการผลิตและการจัดจำหน่ายให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าของบริษัทได้สะดวกมากขึ้น

อันดับที่ 2 ได้แก่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ร้อยละ 11.0 และเป็นบริษัทที่มีการเติบโตมากที่สุดในกลุ่ม โดยมีแบรนด์ Le Pan เป็นแบรนด์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัท บริษัทมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องโดยมองหาความแปลกใหม่ เช่น รสชาติใหม่หรือเนื้อสัมผัสใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความแปลกใหม่ในตัวสินค้า ส่วนอันดับที่ 3 ได้แก่ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ร้อยละ 4.7 บริษัทมีสินค้าในกลุ่มเบเกอรี่ที่หลากหลายภายใต้แบรนด์ S&P เช่น ขนมปัง เค้ก และบิสกิต โดยสินค้ามีวางจำหน่ายทั้งร้านอาหาร S&P ร้านเบเกอรี่ S&P และช่องทางค้าปลีกต่างๆ บริษัทได้นำเสนอสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังดำเนินการขยายสาขาทั้งร้านอาหารและร้านเบเกอรี่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด

ผู้ผลิตในประเทศมีความคุ้นเคยกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นอย่างดี ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากว่าผู้ผลิตจากต่างประเทศ ผู้ผลิตในประเทศจึงสามารถครองส่วนแบ่งหลักของตลาดขนมอบในไทย นอกจากนี้ยังสามารถลดต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยของสินค้าได้ เนื่องจากมีการผลิตเป็นจำนวนมาก จึงสามารถจำหน่ายสินค้าในราคาที่ถูก ซึ่งดึงดูดผู้บริโภคที่อ่อนไหวต่อราคาได้เป็นจำนวนมาก ส่วนผู้เล่นจากต่างประเทศจะจับกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับกลางถึงบนซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย จึงจำกัดศักยภาพในการเติบโต นอกจากนี้ กลุ่มขนมอบที่ไม่ได้บรรจุหีบห่อมีการเติบโตมากกว่ากลุ่มขนมอบที่บรรจุหีบห่อ เพราะมีปัจจัยส่งเสริมจากการเพิ่มจำนวนของร้านเบเกอรี่และร้านกาแฟในประเทศ ทำให้ผู้บริโภคหาซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมองว่าขนมอบไม่บรรจุหีบห่อมีส่วนผสมที่มีคุณภาพดีและอุดมไปด้วยสารอาหาร อีกทั้งยังทำสดใหม่ทุกวัน จึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาซื้อขนมอบไม่บรรจุหีบห่อกันมากขึ้น

 

download PDF

Related Articles

เครื่องดื่มกาแฟในประเทศไทย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยปัจจุบันสายพันธุ์กาแฟที่ดื่มกันทั่วไป มีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ อาราบิก้า (Arabica) และโรบัสต้า (Robusta) ซึ่งความนิยมดื่มเครื่องดื่มกาแฟของคนไทยมีทิศทางการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของธุรกิจร้านกาแฟภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟอิสระ และร้านกาแฟเครือสาขา ทั้งแบรนด์ต่างประเทศ และแบรนด์ท้องถิ่น โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีจำนวนร้านกาแฟรวม 8,025 แห่ง มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 6.2 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2561) นอกจากนี้ความเร่งรีบในการใช้ชีวิตของชาวไทยก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เครื่องดื่มกาแฟเป็นที่ต้องการดื่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม หรือ Ready-to-Drink (RTD) ซึ่งปัจจุบันบรรดาผู้ผลิตทั้งหลายต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีรสนิยมการดื่มและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป

Read more

น้ำผักผลไม้พร้อมดื่มในประเทศไทย

ในอดีตที่ผ่านมาน้ำผักผลไม้ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในตลาดไทย อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน ภายหลังการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและงานวิจัยต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าน้ำผักผลไม้บางประเภทอาจมีปริมาณน้ำตาลเจือปนอยู่ในระดับสูงเทียบเท่ากับเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์บางชนิด หรืออาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ และนี่จึงเป็นที่มาของการออกมาตรการจัดเก็บภาษีความหวานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 เพื่อให้ผู้ผลิตปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยลง ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการปรัเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีความหวานลดลงด้วยเช่นกัน

Read more

ธุรกิจอาหารริมทาง (Street Food) ในประเทศไทย

สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทางเมืองไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก สื่อต่างชาติหลายสำนักอย่าง “นิตยสาร Forbes” “หนังสือพิมพ์ Telegraph” “สำนักข่าว CNN” หรือแม้แต่ “Time Out” แบรนด์ไลฟ์สไตล์และ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก ต่างจัดอันดับยกให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีอาหารริมทางที่ดีที่สุด เนื่องจากรสชาติอร่อยมีให้เลือกรับประทานหลายชนิด กระจายอยู่ตามแหล่งชุมชนต่างๆ ทำให้หาซื้อได้ง่าย มีขายตลอดเวลา รองรับทุกมื้ออาหาร เช่น โจ๊ก น้ำเต้าหู้ สำหรับมื้อเช้า, ไข่เจียวข้าวหอมมะลิ เย็นตาโฟ สำหรับมื้อกลางวัน หรือผัดไทย หมูสะเต๊ะ สำหรับมื้อเย็น และที่สำคัญราคาไม่แพง โดยไชน่าทาวน์หรือเยาวราช ถูกจัดให้เป็นแหล่งที่มีอาหารอร่อยที่สุด รองลงไป ได้แก่ ถนนข้าวสาร ถนนสีลม และตลาดโชคชัยสี่ และเมนูที่กำลังได้รับความนิยม ได้แก่ หอยทอด โดย World Street Food Congress หรือสภาอาหารริมทางโลก จัดอันดับให้หอยทอดเป็น 1 ใน 3 อาหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

Read more