ตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทย

มีนาคม 2559

ปริมาณการบริโภคช็อกโกแลตในประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.1 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ สาเหตุเป็นเพราะคนไทยนิยมบริโภคช็อกโกแลตเป็นบางครั้งบางคราว หรือบริโภคเฉพาะในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น ปีใหม่ หรือวันวาเลนไทน์ มากกว่าจะบริโภคเป็นประจำทุกวัน

บทนำ  

ปริมาณการบริโภคช็อกโกแลตในประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.1 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ สาเหตุเป็นเพราะคนไทยนิยมบริโภคช็อกโกแลตเป็นบางครั้งบางคราว หรือบริโภคเฉพาะในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น ปีใหม่ หรือวันวาเลนไทน์ มากกว่าจะบริโภคเป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ คนไทยยังนิยมรับประทานขนมทำจากน้ำตาล เบเกอรี่ ลูกอม และขนมขบเคี้ยว มากกว่าช็อกโกแลต เพราะมีราคาไม่แพงและรสชาติถูกปากมากกว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา ตลาดช็อกโกแลตมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 5,855 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้บริโภคจะครอบคลุมตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะกระตุ้นการบริโภคช็อกโกแลตให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ผู้นำตลาดช็อกโกแลตได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับทำกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการขาย 

จากเทรนด์ในเรื่องของสุขภาพ มีผลทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะบริโภคช็อกโกแลตน้อยลง เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำตาลในผลิตภัณฑ์ ที่อาจส่งผลให้เกิดโรคภัยต่างๆ ตามมา เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน และ  ฟันผุ ดังนั้นผู้ผลิตจึงได้มีการแก้ไขปัญหาโดยการผลิตสินค้าให้ลดปริมาณและราคาลง หรือลดปริมาณน้ำตาลลงเพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้ยังคงรับประทานช็อกโกแลตอยู่ อย่างไรก็ตาม ช็อกโกแลตดำ (Dark Chocolate) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น จากการที่ผู้บริโภคทราบถึงประโยชน์ของช็อกโกแลตดำ เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลและนมที่น้อยกว่าช็อกโกแลตแบบปกติ แต่มีปริมาณโกโก้สูงกว่าช็อกโกแลตทั่วไปซึ่งดีต่อหัวใจและช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด จึงเป็นโอกาสของผู้ผลิตที่จะผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มนี้

ผลิตภัณฑ์

ช็อกโกแลตแท่ง ช็อกโกแลตบรรจุห่อ และช็อกโกแลตแท็บเล็ต เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 28 ร้อยละ 28 และร้อยละ 22 ตามลำดับ โดยในกลุ่มช็อกโกแลตแท่ง มีแบรนด์ Kit Kat เป็นผู้นำ ส่วนกลุ่มช็อกโกแลตบรรจุห่อ มีผู้นำคือ แบรนด์ M&M’s Hershey’s Kisses และ Maltesers ส่วน Alfie RitterSport และ Toblerone เป็นผู้นำในกลุ่มช็อกโกแลตแท็บเล็ต นอกจากนี้ ช็อกโกแลตแท่งถือว่าเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตมากที่สุดในตลาดช็อกโกแลต เพราะการขับเคลื่อนจากผู้นำตลาดอย่างแบรนด์ Kit Kat ซึ่งเน้นไปที่การออกบูธ การทำแคมเปญส่งเสริมการขาย และการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงทำให้เป็นที่นิยมในตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทย

ผู้นำตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทยได้แก่ บริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 23 โดยมี    แบรนด์ผู้นำ เช่น KitKat Star Smarties Milo Milkybar และ Crunch บริษัท เนสท์เล่ มีชื่อเสียงในกลุ่มของช็อกโกแลตแท่งและช็อกโกแลตแท็บเล็ต โดยมี Kit Kat เป็นผู้นำตลาดซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดถึงร้อยละ 50 ในกลุ่มช็อกโกแลตแท่ง ในขณะที่ Milo ครองตลาดในกลุ่มช็อกโกแลตแท็บเล็ตด้วยส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 27 จุดแข็งของบริษัทอยู่ที่การมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลายและการกระจายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถครอบคลุมช่องทางการค้าทั้งแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ อีกทั้งยังมีการทำแคมเปญส่งเสริมการขายให้กับแบรนด์ต่างๆ ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง 

บริษัท มาร์ส (ประเทศไทย) อิงค์ จำกัด ครองตำแหน่งอันดับที่ 2 โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ร้อยละ 16 ภายใต้    แบรนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น M&M’s Maltesers Mars Snicker และ Twix บริษัทเป็นผู้นำในกลุ่มช็อกโกแลตบรรจุห่อ โดยครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ร้อยละ 35 จากแบรนด์ M&M’s และ Maltesers นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้นำในกลุ่มช็อกโกแลตตามฤดูกาล โดยครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 23 ภายใต้แบรนด์ M&M’s ส่วนในกลุ่มช็อกโกแลตแท่ง บริษัทครองอันดับที่ 2 โดยมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 21 ภายใต้แบรนด์ Mars Stickers และ Twix 

อันดับที่ 3 ได้แก่ บริษัท เฮอร์ชี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 13 ภายใต้แบรนด์  Hershey’s Nuggets Hershey’s class Bar และ Hershey’s Kisses และอันดับที่ 4 ได้แก่ บริษัท เฟอร์เรโร เอส.พี.เอ ประเทศอิตาลี่ ที่นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ซีโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 12 ภายใต้แบรนด์ Ferrero Rocher

จากกราฟแสดงส่วนแบ่งตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ 10 อันดับแรกของตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทยเป็นแบรนด์จากต่างประเทศ ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันมีมูลค่ามากกว่าครึ่งของมูลค่าตลาดทั้งหมดในปี 2558 โดยแบรนด์เหล่านี้จะทำตลาดในพื้นที่ในเมือง เช่น กรุงเทพหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในเมืองที่มีกำลังซื้อและลูกค้าต่างชาติที่มีความคุ้นเคยกับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศของพวกเขา ในทางกลับกัน แบรนด์จากประเทศไทยซึ่งโดยรวมแล้วยังไม่เป็นที่นิยมมากนักในตลาด จะเน้นไปที่การผลิตสินค้าที่มีราคาไม่แพงและจัดจำหน่ายไปยังต่างจังหวัดมากกว่าจะเน้นไปที่ตลาดในเมือง เมื่อมองภาพรวมจากกราฟแล้วจะเห็นว่าตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทยมีแบรนด์สินค้าและผู้ผลิตอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ตลาดช็อกโกแลตเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง ดังนั้นผู้ผลิตจึงจำเป็นต้องหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง

 

download PDF

Related Articles

ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ในประเทศไทย

ในยุคสมัยที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นทำให้โลกเราในปัจจุบันกลายเป็น “โลกออนไลน์” หรืออาจกล่าวได้ว่า อินเทอร์เน็ตถูกนำมาสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากมาย ขณะเดียวกันก็ได้รับ การตอบรับจากผู้คนทั่วไปอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลในด้านความสะดวกและรวดเร็ว สำหรับประเทศไทยนั้นพบว่า ปี 2561 ที่ผ่านมาคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง 5 นาที เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยกิจกรรมการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตยอดนิยมของชาวไทย 5 อันดับแรก คือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ร้อยละ 96.3 การรับ-ส่งอีเมล ร้อยละ 74.2 การค้นหาข้อมูล ร้อยละ 70.8 การดูโทรทัศน์ คลิปวิดีโอ ฟังเพลงออนไลน์ ร้อยละ 60.7 และการซื้อสินค้าออนไลน์ ร้อยละ 51.3 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยเปลี่ยนผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น เช่น การจองโรงแรมที่พัก การซื้อตั๋วโดยสาร การชำระสินค้าและบริการ รวมถึงบริการสั่งอาหาร โดยคนไทยใช้บริการสั่งอาหารผ่านระบบออนไลน์ ร้อยละ 69.1 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 30.9 เปรียบเทียบกับปี 2560 ที่สัดส่วนอยู่ที่การสั่งออนไลน์ ร้อยละ 52.5 เทียบกับออฟไลน์ ร้อยละ 47.5 แสดงให้เห็นถึงความนิยมในอาหารเดลิเวอรี่ที่เพิ่มขึ้น

Read more

เครื่องดื่มกาแฟในประเทศไทย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยปัจจุบันสายพันธุ์กาแฟที่ดื่มกันทั่วไป มีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ อาราบิก้า (Arabica) และโรบัสต้า (Robusta) ซึ่งความนิยมดื่มเครื่องดื่มกาแฟของคนไทยมีทิศทางการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของธุรกิจร้านกาแฟภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟอิสระ และร้านกาแฟเครือสาขา ทั้งแบรนด์ต่างประเทศ และแบรนด์ท้องถิ่น โดยในปี 2561 ประเทศไทยมีจำนวนร้านกาแฟรวม 8,025 แห่ง มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 6.2 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2561) นอกจากนี้ความเร่งรีบในการใช้ชีวิตของชาวไทยก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้เครื่องดื่มกาแฟเป็นที่ต้องการดื่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม หรือ Ready-to-Drink (RTD) ซึ่งปัจจุบันบรรดาผู้ผลิตทั้งหลายต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีรสนิยมการดื่มและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป

Read more

น้ำผักผลไม้พร้อมดื่มในประเทศไทย

ในอดีตที่ผ่านมาน้ำผักผลไม้ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในตลาดไทย อย่างไรก็ตาม มุมมองดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน ภายหลังการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและงานวิจัยต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าน้ำผักผลไม้บางประเภทอาจมีปริมาณน้ำตาลเจือปนอยู่ในระดับสูงเทียบเท่ากับเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์บางชนิด หรืออาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ และนี่จึงเป็นที่มาของการออกมาตรการจัดเก็บภาษีความหวานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 เพื่อให้ผู้ผลิตปรับสูตรเครื่องดื่มให้มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยลง ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการปรัเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีความหวานลดลงด้วยเช่นกัน

Read more