Thailand food market report


ตลาดชีสในประเทศไทย

ชีสเป็นอาหารที่ผลิตจากนม อุดมไปด้วยโปรตีน โฟเลต วิตามินเอ และวิตามินดี ที่ส่งผลดีต่อมวลกระดูก ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี เชื้อแบคทีเรียบางชนิดอย่างโปรไบโอติดที่อยู่ในชีสยังช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดฟันผุได้อีกด้วย ชีสจะทำให้ร่างกายได้รับกรดไขมันทรานส์ปลามิโทเลอิก (Trans-palmitoleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์นม ลดเบาหวานได้ ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงการอักเสบต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากชีสได้อย่างเต็มที การเลือกรับประทานชีสให้เหมาะสมนั้นมีความสำคัญมากเพราะชีสนั้นอุดมไปด้วยเกลือ เนื่องจากในกรรมวิธีผลิตชีส จำเป็นจะต้องใช้เกลือเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทั้งนี้ควรรับประทานในปริมาณที่น้อย หรือรับประทานชีสคู่กับโปรตีนอย่างเนื้อไก่ หรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น แอปเปิล บรอกโคลี หรือมะเขือเทศ ก็จะดีกับสุขภาพมากกว่าการรับประทานชีส เปล่า ๆอย่างเดียว

สำหรับผู้บริโภคชีสในประเทศไทยส่วนมากจะเป็นกลุ่มบริการด้านร้านอาหารเป็นหลักและยังคงเติบโตขึ้น
การขายปลีกกับกลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อชีสสำหรับปรุงอาหารรับประทานเองรวมถึงร้านอาหาร ร้านค้าขนาดเล็ก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประกอบกับช่วงสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมาจนปัจจุบันปริมาณการขายปลีกโดดเด่นขึ้นเพราะยังคงมีกลุ่มผู้บริโภคเดิมและกลุ่มผู้บริโภคใหม่ที่มีความต้องการรับประทานชีส  โดยเฉพาะชีสแปรรูปแบบ
สเปรด และมีแนวโน้มต้องการชีสแปรรูปในรูปต่างๆ เพิ่มขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคแต่ละกลุ่มให้มากขึ้น

download PDF

ทั้งหมด มี 142 รายการ

ตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทย

สิงหาคม 2564
ในปี 2563 ที่ผ่านมาตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทยมูลค่า 6,990.6 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าลดลงร้อยละ4.90 จากปีก่อนหน้า เพราะเกิดจากสถานการณ์โควิด-19 และเนื่องจากกผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารมื้อหลักในแต่ละมื้อ รวมถึงระมัดระวังการซื้อที่ตอบสนองความต้องการของตนเองเพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีความต้องการจากกลุ่มผู้บริโภค
ที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูง ยังคงให้ความสนใจและซื้อช็อกโกแลตเพื่อนำมารับประทานหรือประกอบอาหารซึ่งเป็นผลจากมีเวลาอยู่บ้านนานขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของตลาดช็อกโกแลตยังคงมีความอ่อนไหวต่อราคาอย่างต่อเนื่องจากรายได้ที่ลดลงในบางกลุ่ม ผู้ผลิตช็อกโกแลตควรปรับวิธีการส่งเสริมการขายและการตลาดให้สอดคล้องกับจากสถานการณ์ในอนาคต

ตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย

กรกฎาคม 2564
ในปี 2563 ที่ผ่านมาตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยมูลค่า 48,990.2 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ5.63 จากปีก่อนหน้า ตลาดขนมขบเคี้ยวมีศักยภาพและเติบโตพร้อมกับกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นและในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กลุ่มผู้บริโภคมีความสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างแปลกใหม่โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วิธีการแปรรูปที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การอบ การใช้สารปรุงแต่งรส
สีสังเคราะห์ และการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติหรือออร์แกนิกก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

อาหารพร้อมรับประทานในประเทศไทย

มิถุนายน 2564
ตลาดอาหารพร้อมรับประทานในปี 2563 มีมูลค่า 21,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 14,673 ล้านบาทเมื่อ ปี 2559 คิดเป็นอัตราขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 10.0 ต่อปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือ การขยายตัวของสังคมเมืองซึ่งมีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ ต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบาย ประกอบกับครอบครัวมีขนาดเล็กลงและ มีแนวโน้มที่จะอยู่คนเดียวกันมากขึ้น จึงไม่ให้ความสำคัญต่อการทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน ขณะที่อาหาร พร้อมรับประทานมีหลากหลายมากขึ้น สนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทั้งในแง่ของความสะดวกและประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ปราศจากผงชูรส วัตถุกันเสีย และมีส่วนผสมจากธรรมชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม เช่น อาหารเจ อาหารฮาลาล อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ตลาดอาหารพร้อมรับประทานเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งหันมาทำอาหารรับประทานเองที่บ้านเพิ่มขึ้น นับเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน โดยเฉพาะปี 2564 นี้ที่การแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา

ธุรกิจน้ำมันพืชในประเทศไทย

พฤษภาคม 2564
บทนำ
ปี 2563 ตลาดน้ำมันพืชในประเทศไทยมีมูลค่า 24,584 ล้านบาท สามารถเติบโตจากปีก่อนหน้าร้อยละ 10.9 ท่ามกลางการระบาดของ COVID 19 ทั้งนี้เนื่องจากมาตรการล็อคดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดส่งผลให้ผู้คน ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่บ้านนานขึ้นและหันมาทำอาหารรับประทานเองในบ้านมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบริโภคน้ำมันพืชในครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นด้วย และหากพิจารณารายผลิตภัณฑ์ พบว่า น้ำมันปาล์มที่เหมาะสำหรับอาหารทอด ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมโดยเฉพาะเด็กและวันรุ่นเติบโตจากปีก่อนร้อยละ 10.1 หรือน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันทานตะวันซึ่งถือเป็นน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพ ก็เติบโตร้อยละ 13.8 และ 13.7 ตามลำดับ จากปัจจัยสนับสนุนที่ผู้คนยุคปัจจุบันให้ความสำคัญต่อการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมากขึ้น

เครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ในประเทศไทย

เมษายน 2564
บทนำ
ตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ ปี 2563 ที่ผ่านมามีมูลค่า 267,613 ล้านบาท หดตัวจากปีก่อนหน้าร้อยละ 7.4 เป็นผลจากการระบาดของ COVID 19 ทำให้เกิดมาตรการ Lock down ช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน ทั่วประเทศเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ต่อเนื่องด้วยมาตรการห้ามออกนอกบ้านช่วงเวลา 22.00-04.00 น. จนถึงเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ร้านอาหารต้องงดให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว และแม้ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 มาตรการต่างๆ จะถูกยกเลิกไป แต่ยังคงให้ความสำคัญกับ Social distancing เพื่อป้องกันการติดต่อของ COVID-19 ทำให้ผู้คนยังคงมีความระมัดระวังในการดำเนินชีวิต ขณะที่ธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร ตลอดจนสถานบันเทิงต่างๆ ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ การปิดประเทศห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่บั่นทอนตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ ในประเทศตลอดปี 2563

Links