Domestic


ตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทย

ในปี 2560 ที่ผ่านมาตลาดตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 16,500 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าลดลงร้อยละ 12.6 จากปีก่อนหน้า ปัจจัยที่ทำให้มูลค่าตลาดชาพร้อมดื่มลดลงส่วนหนึ่งมาจากการที่กลุ่มคนรักสุขภาพเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพราะจากที่การที่ผู้บริโภคได้รับข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในเรื่องสุขภาพได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่เข้ามีบทบาทสำคัญต่อสังคมยุคใหม่ ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงความรู้ในเรื่องของการบริโภคอาหารเพื่ออายุที่ยั่งยืน หรือโทษหรือโรคภัยที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภคเกิดความตื่นตัวที่จะหันมาใส่ใจเลือกซื้ออาหารและมีความต้องการได้รับสารอาหารจากอาหารที่ตนเองรับประทานมากขึ้น

เมื่อผู้บริโภคใส่ใจต่ออาหารที่รับประทานมากขึ้น จึงส่งผลให้เกิดลดปริมาณการดื่มชาพร้อมดื่มลง เพราะมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลอยู่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้บริโภคหันไปดื่มเครื่องดื่มประเภทอื่นที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าแทน  เช่น น้ำผลไม้ หรือ เครื่องดื่มที่ให้พลังงาน เป็นต้น ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ผู้ประกอบการในตลาดชาพร้อมดื่มจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการผลิตสินค้าของตนเองเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น เช่น การลดปริมาณน้ำตาลลง หรือ เพิ่มส่วนผสมอย่างสมุนไพรลงไปเพื่อช่วยเพิ่มคุณประโยชน์ให้กับร่างกาย เพื่อที่จะทำให้ตลาดชาเขียวกลับมาเติบโตอีกครั้ง

ผลิตภัณฑ์ชาพร้อมดื่มสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

1. ชาพร้อมดื่มทั่วไป (Still Ready-to-Drink Tea)

มีมูลค่าอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 97.0

2. ชาอัดลมพร้อมดื่ม (Carbonated Ready-to-Drink Tea)

มีมูลค่าอยู่ที่ 500 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 3.0

ตลาดชาพร้อมดื่มเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงเพราะมีแบรนด์ในตลาดอยู่จำนวนมาก ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการบริโภคค่อนข้างมาก จึงเกิดการเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อและเกิดความจงรักภักดีในแบรนด์น้อยลง ประกอบกับผลิตภัณฑ์ชาพร้อมดื่มอยู่ในตลาดมาสักระยะหนึ่งแล้ว ทำให้เข้าสู่จุดอิ่มตัวในตลาด ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสนใจในตัวสินค้าลดลง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นความท้าทายของผู้เล่นในตลาดที่จะต้องปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดชาเขียวจะอยู่ในช่วงอิ่มตัวในตลาด ผู้ประกอบการยังคงพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้บริโภคหันมาสนใจดื่มชาพร้อมดื่มอีกครั้ง

ทั้งหมด มี 126 รายการ

ตลาดเครื่องดื่มมอลต์ในประเทศไทย

เมษายน 2561
พฤติกรรมใส่ใจสุขภาพยังคงเป็นกระแสหลักในสังคมไทย โดยผู้คนส่วนใหญ่ตระหนักถึงความสำคัญใน การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กับการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

ส่วนแบ่งตลาดนมเปรี้ยวและโยเกร์ต ปี 2560

มีนาคม 2561
ตลาดนมเปรี้ยวและโยเกร์ต ในปี 2560 มีมูลค่า 30,196 ล้านบาท เติบโต 7.5% โดยมี บริษัท ดัลมิลล์ จำกัด , บริษัท ยาคูลท์ เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด และ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเจ้าตลาด

ตลาดผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้แปรรูปในประเทศไทย

มีนาคม 2561
ในปี 2560 ที่ผ่านมาตลาดผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้แปรรูปในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2,100 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 2.7 จากปีก่อนหน้า ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตนี้มาจากการที่กลุ่มคนทุกเพศทุกวัยหันมาใส่ใจกับสุขภาพของตนเองและศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโภชนาการอาหารมากขึ้น เพราะต้องการหลีกหนีจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ผักและผลไม้เป็นจึงตัวเลือกที่ขาดไม่ได้สำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการบริโภคอาหารเพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย ส่งผลให้ผักและผลไม้แปรรูปเกาะกระแสความต้องการนี้ไปด้วย ประกอบกับสังคมในยุคปัจจุบันที่ผู้บริโภคไม่มีเวลาในการประกอบอาหารหรือเลือกซื้อผักและผลไม้สดมารับประทาน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผักผลไม้แปรรูปแทน

ตลาดเครื่องปรุงรสในประเทศ

กุมภาพันธ์ 2561
คนไทยให้ความสำคัญกับอาหารการกินจนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ อาหารไทยยังติดอันดับอาหารยอดนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเสน่ห์ของอาหารไทย คือ อาหารที่มีรสชาติเข้มข้น มีหลายรสชาติในจานเดียวกัน ขึ้นกับส่วนผสมและเครื่องปรุงที่หลากหลายทำให้อาหารไทยแต่ละจานมีรสชาติเฉพาะตัว จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจหากตลาดเครื่องปรุงรสในประเทศปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมาจะมีมูลค่าสูงถึง 40,400 ล้านบาท และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.6 ต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 5 ปีก่อนหน้าที่มูลค่า 32,429 ล้านบาท จากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ การปรุงอาหารของคนไทยนิยมใช้สิ่งปรุงรสหลากหลายประเภทมากขึ้น จากเดิมที่ใช้เพียงน้ำปลาและซอสถั่วเหลืองเป็นหลัก ประกอบกับอาหารไทยมีการพัฒนาเมนูใหม่ๆ หรือดัดแปลงเมนูให้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่มุ่งเน้นความสะดวกและรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่ การปรุงอาหาร ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องปรุงอาหารมีการวิจัยและพัฒนาเครื่องปรุงรสอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจ HORECA ก็มี ส่วนสำคัญช่วยให้ตลาดเครื่องปรุงรสเติบโตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งรัฐบาลให้การส่งเสริมและสนับสนุนอย่างมาก เนื่องจากเป็นภาคธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ

ส่วนแบ่งตลาดผักและผลไม้ตัดแต่ง

กุมภาพันธ์ 2561
มูลค่าตลาดผักและผลไม้ตัดแต่ง 2,100 ล้านบาท เติบโต 1.7% โดยมี Malee , UFC , Talley's , ROZA และ Pigeon brand เป็นเจ้าตลาด

Links