Thailand food market report


ธุรกิจเครื่องปรุงรสในประเทศไทย

อาหารไทยมักมีรสชาติเข้มข้นและหลายรสชาติในจานเดียวกัน จำต้องใช้เครื่องปรุงรสหลากชนิดเพื่อให้อาหารไทยมีรสชาติกลมกล่อมเฉพาะตัว รวมถึงการรับเอาวัฒนธรรมอาหารจากต่างประเทศเข้ามา ทำให้เครื่องปรุงรสมีมากชนิดยิ่งขึ้น ในบทความนี้จะเลือกกล่าวเฉพาะเครื่องปรุงรสอาหารไทยที่ผู้บริโภคมักจะมีติดครัวไว้อย่างน้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซอสหอยนางรม ผงชูรส ผงปรุงรส ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และเครื่องปรุงรสสำเร็จรูป

          ตลาดเครื่องปรุงรสในประเทศเริ่มชะลอตัวในปี 2561 จากภาวะเศรษฐกิจซบเซา และต่อเนื่องมาถึงปี 2563 ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ตลาดเติบโตเพียงร้อยละ 3.3 ต่ำกว่าอดีตที่ผ่านมา มาตรการ Lock Down ทำให้ธุรกิจจำนวนมากต้องปิดกิจการชั่วคราว โดยเฉพาะธุรกิจ HORECA ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญได้รับผลกระทบอย่างหนัก ตลาดเครื่องปรุงรสในส่วนของธุรกิจบริการร้านอาหาร (Food Service) จึงได้รับผลกระทบด้านลบเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านอาหารขนาดกลางและเล็กเริ่มกลับมาเปิดดำเนินการได้ใน     ครึ่งหลังของปี 2563 ขณะเดียวกันตลาดเครื่องปรุงรสในส่วนของครัวเรือนกลับขยายตัว เนื่องจากผู้บริโภคไม่สามารถออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านได้จึงหันมาทำอาหารเองกันมากขึ้น นอกจากนี้ ราคาเครื่องปรุงรสปี 2563 โดยเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 2.0 ตลาดเครื่องปรุงรสโดยรวมจึงยังคงเติบโตได้ โดยปี 2563 มูลค่า 41,893 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 มูลค่า 35,354 ล้านบาท อัตราขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4.3 ต่อปี

download PDF

ทั้งหมด มี 135 รายการ

ธุรกิจกาแฟในประเทศไทย

มกราคม 2564
กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมชนิดหนึ่งในสังคมไทย ดังจะเห็นได้จากการเป็นเครื่องดื่มพื้นฐานที่มีติดไว้ประจำบ้านและสำนักงาน รวมทั้งร้านกาแฟที่มีอยู่จำนวนมากในปัจจุบัน ซึ่งคนรุ่นใหม่นิยมใช้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ตลาดกาแฟนอกบ้านหรือธุรกิจร้านกาแฟเติบโตอย่างโดดเด่น จากการขยายตัวของร้านกาแฟทั้งในส่วนของผู้ประกอบการอิสระ ผู้ประกอบการเครือข่าย (Chain Café) รวมถึงร้านสะดวกซื้อ สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวไทยที่ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ประกอบกับต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบาย ร้านกาแฟจึงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และยังสร้างพฤติกรรมการดื่มกาแฟสดในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้เกิด การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดการ lock down ได้กลายเป็นปัจจัยบวกให้กับตลาดกาแฟในบ้าน ให้เติบโต สวนกระแสธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กล่าวคือ การ lock down ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น ส่งผลให้การบริโภคกาแฟในบ้านยังคงเติบโต ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ทำให้มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น มองหาความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์โดยเลือกดื่มกาแฟในบ้าน เนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเองมี การปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคกาแฟที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคนี้ ด้วยการพัฒนาสูตรให้ดีขึ้น ออกรสชาติใหม่ การสื่อสาร การนำกาแฟผงสำเร็จรูปมารังสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มกาแฟแบบเดียวกับที่ร้านกาแฟขายกัน รวมถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อคงความสดใหม่และสามารถชงดื่มเองได้ง่ายๆ ในรูปแบบกาแฟแคปซูล

ตลาดเครื่องดื่มชาชงในประเทศไทย

ธันวาคม 2563
“เครื่องดื่มชาชง” เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโลก และชาชงในประเทศไทยติดอันดับสามของอาเซียน ชาที่นิยมปลูกมี 2 ชนิด คือ 1. ชาจีน นิยมนำมาผลิตเป็นชาอู่หลง ชาเขียว และชาแดง (ชาฝรั่ง) 2. ชาสายพันธุ์อัสสัม (ชาวบ้านเรียกว่า “ต้นเมี่ยง”) นิยมนำมาผลิตเป็นชาดำ ชาเขียว และชาไทย การปลูกชาสายพันธุ์อัสสัมในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่าการปลูกชาสายพันธุ์จีน โดยตั้งแต่ปี 2558 – 2562 ผลผลิตชาสายพันธุ์อัสสัมมีมากกว่า ร้อยละ 90 ของผลผลิตทั้งหมด จากปริมาณที่ผลิตได้ 93,875 ตัน ในขณะที่ผลิตชาจีนได้ 9,039 ตัน คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 10 ของผลผลิตชาทั้งหมด ทั้งนี้ ผลผลิตชารวมในปี 2562 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 10.6 ผลิตภัณฑ์ชาตามท้องตลาดที่แปรรูปมาจากชาในประเทศไทยนั้น เป็นชาที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยปลูกมากที่สุดในจังหวัดเชียงราย รองลงมา ได้แก่ เชียงใหม่ แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน เป็นต้น และสามารถปลูกแบบอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันกระแสความนิยมบริโภคสินค้าปลอดภัย ไม่ปรุงแต่งมีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ (Other Dairy Product) ในประเทศไทย

พฤศจิกายน 2563
“ผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ” (Other Dairy Product) ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์เนย (Butter) และเนยแข็งหรือที่นิยมเรียกว่าชีส (Cheese) โดยผลิตภัณฑ์เนยมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบในขนมหวานและเบเกอรี่ จึงอาจกล่าวได้ว่าแนวโน้มการเติบโตของตลาดเนยขึ้นอยู่กับตลาดขนมหวานและเบเกอรี่ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดเบเกอรี่ฯ ในประเทศมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีร้านเบเกอรี่ใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเบเกอรี่โฮมเมดซึ่งมักเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มบน ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์เนยเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย

ตลาดบิสกิต สแน็คบาร์ และขนมรสผลไม้ในประเทศไทย

ตุลาคม 2563
ตลาดบิสกิต สแน็คบาร์ และขนมรสผลไม้ในประเทศไทย เมื่อปี 2562 มีมูลค่าประมาณ 13,880 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มบิสกิต มูลค่า 12,433.1 ล้านบาท กลุ่มสแน็คบาร์ มูลค่า 105.9 ล้านบาท และกลุ่มขนมผลไม้ มูลค่า 1,341.2 ล้านบาท โดยจะเห็นว่าตลาดกลุ่มนี้มีผู้ผลิตรายใหม่เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการเข้ามาแบ่งส่วนตลาด ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดบิสกิต สแน็คบาร์ และขนมรสผลไม้ในประเทศไทยมีการแข่งขันค่อนข้างสูง จึงทำให้ผู้ผลิตรายเดิมและรายใหม่ต้องหาวิธีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือรสชาติใหม่เพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้หันมาสนใจและเลือกซื้อสินค้าของตนเองให้มากที่สุด

นมพร้อมดื่มในประเทศไทย

กันยายน 2563
นมหรือน้ำนม คือ ของเหลวสีขาวที่มีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กหรือสัตว์เกิดใหม่ ที่ผลิตออกมาจาก เต้านมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และยังรวมไปถึงเครื่องดื่มที่ใช้แทนนมด้วย เช่น นมถั่วเหลือง น้ำนมข้าว นมข้าวโพด นมแอลมอนด์ เป็นต้น และจากการที่นมโคมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นจำนวนมาก ทั้งโปรตีนที่ช่วยด้าน การเจริญเติบโต เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง แคลเซียมในนมมีคุณภาพที่สามารถย่อยและดูดซึมได้ดี ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง อีกทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ อีกมาก นมโคจึงเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสมสำหรับทุกเพศทุกวัย

Links