World


ถึงเวลาอาหารว่าง…………..สแน็ค

หนึ่งในแนวโน้มที่เกิดขึ้นในการบริโภคอาหารที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้คือ การรับประทานอาหารระหว่างเดินทาง (eating on the go) การรับประทานอาหารระหว่างเดินทางควรมีเหตุผลด้านสุขภาพด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ความเร่งรีบ เมื่อเรารับประทานอาหารสามมื้อต่อวันโดยไม่มีของว่าง ระดับน้ำตาลในเลือดอาจลดลงมากจนบางครั้งคุณจะรู้สึกหิวมากและรับประทานมากเกินไปเมื่อถึงเวลาอาหาร ผู้บริโภคแต่ละคนมีความต้องการของร่างกายที่แตกต่างกัน

หนึ่งในแนวโน้มที่เกิดขึ้นในการบริโภคอาหารที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้คือ การรับประทานอาหารระหว่างเดินทาง (eating on the go) การรับประทานอาหารระหว่างเดินทางควรมีเหตุผลด้านสุขภาพด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ความเร่งรีบ เมื่อเรารับประทานอาหารสามมื้อต่อวันโดยไม่มีของว่าง ระดับน้ำตาลในเลือดอาจลดลงมากจนบางครั้งคุณจะรู้สึกหิวมากและรับประทานมากเกินไปเมื่อถึงเวลาอาหาร ผู้บริโภคแต่ละคนมีความต้องการของร่างกายที่แตกต่างกัน  สแน็คจึงมีความหลากหลายให้เลือกมากมายทั้งเรื่องขนาดบรรจุ  รูปแบบ รสชาติ โภชนาการ เพราะสแน็คเป็นมากกว่าของรับประทานเล่นแต่เพื่อทดแทนมื้ออาหารในบางครั้ง บทบาทของสแน็คในปัจจุบันจึงมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น ส่วนผสมที่นำมาใช้ผลิตจึงต้องคำนึงถึงประโยชน์ต่อสุขภาพและหน้าที่เฉพาะสำหรับผู้บริโภคบางกลุ่ม ทำให้เกิด Functional snack  นั่นคือ สแน็คต้องไม่ใช่อาหารว่างที่ต้องจ่ายเงินเพื่อไปเสียเวลาออกกำลังกายเผาผลาญทิ้งอีกต่อไป หรือ เป็นการบริโภคที่ไม่มีความผิดต่อความรู้สึก (guilt-free snacking) และนี่คือเกมการแข่งขันใหม่ของผู้ผลิตสแน็คในปัจจุบัน 

ในตลาดของสแน็คที่สื่อสารถึงด้านสุขภาพ นั่นหมายถึงผลิตภัณฑ์จะต้องใส่สารอาหารและวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพเข้าไปในสแน็คจริงๆ เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้จะพิจารณาฉลากถึงองค์ประกอบและเนื่องจากเป็นการกินที่ทดแทนมื้ออาหาร ดังนั้นจึงต้องรู้สึกได้ถึงแคลอรี่และโภชนาการที่ได้รับ

Global Industry Analysts Inc., ได้ประเมินมูลค่าตลาดสแน็คโลกไว้ว่าจะสูงถึง 1 ใน 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2558 โดยมีปัจจัยกระตุ้นคือ ระดับรายได้ของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น การรับรู้ของผู้บริดภค และโครงสร้างประชากร โดยตลาดจะมีการแบ่งออกเป็นหลายส่วนและมีระดับการแข่งขันสูงมากโดยไม่มีพรมแดนและทุกประเภทอุตสาหกรรมตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่

บริษัท Mintel ได้เผยแพร่แนวโน้มของผลิตภัณฑ์สแน็คในปี 2557 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่ามี 5 เทรนด์ที่น่าสนใจ ดังนี้

1.Healthy cooking  ในยุโรปและสหรัฐอเมริกามีการออกวางจำหน่ายสแน็คเพื่อสุขภาพจำนวนมาก โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะไม่คำนึงถึงเรื่องการปรุงแต่งรสชาติเท่าไรนัก เน้นความเป็นธรรมชาติและโภชนาการเป็นหลัก  ในอังกฤษและยุโรป พบว่าวัยทำงาน 8 ใน 10 คน นิยมกินผักและผลไม้เป็นสแน็คที่บ้านและที่ทำงาน

  

Nākd Bits ผลิตภัณฑ์สแน็คที่ทำจากผลไม้ 100% ผ่านการแปรรูปด้วยวิธีที่รักษาสารอาหารเพื่อคงประโยชน์ต่อสุขภาพ (healthy cooking method) ผสมกับถั่วและปรุงแต่งรสจากสารแต่งรสที่ผลิตจากธรรมชาติ สามารถบริโภคได้แม้กลางคืนที่ร่วมสังสรรค์ เพื่อสร้างสมดุลของร่างกาย ผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่ายในขนาดบรรจุที่ใหญ่ในถุงปิดเปิดได้ เพื่อการแบ่งปันกับกลุ่ม ซึ่งเป็นแนวโน้มใหม่ที่กำลังมา

 

‘Nothing But’ เป็นผลิตภัณฑ์ผักอบแห้งแบบฟรีซดราย ของบริษัท Chaucer Foods ซึ่งสื่อสารว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้เติมแต่งใดๆ เลย เพียงแค่ตัดแต่ง ล้าง และบรรจุ  “All we do is cut them up, take out the water and seal them in a bag”.

 

 

Popchips ของ Walkers ในอังกฤษ ออกผลิตภัณฑ์มันฝรั่งที่ผลิตด้วยการเป่าลมร้อน (hot air) แทนวิธีเดิม ทำให้ลดไขมันลงได้ถึง 50%

 

 

 

2.      Protein rich  ความหิวคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคกินสแน็ค พบว่า 3 คนใน 5 คน ตัดสินใจกินสแน็คระหว่างมื้ออาหารเพราะความหิว ดังนั้นผู้ผลิตสแน็คจึงสร้างการยอมรับและใช้ประโยชน์จากประเด็นนี้ ซึ่งโปรตีนเป็นคำตอบหนึ่งที่ได้รับความนิยมสำหรับสแน็ค ถึงแม้ว่าไม่มีการกล่าวอ้างเรื่องสุขภาพแต่ 3 ใน 5 คนก็ตอบว่าถ้ากินโปรตีนจะช่วยให้ยืดเวลาออกไปได้นานขึ้นจนถึงมื้ออาหาร รูปแบบของโปรตีนที่มีประสิทธิผลในผลิตภัณฑ์สแน็คจำเป็นต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนสูง

 

Hormel Foods สหรัฐอเมริกาได้วางจำหน่าย REV  wrap สแน็คโปรตีนสูง เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ใน 1 ซอง มีเนื้อและชีส ซึ่งให้ 15 กรัมโปรตีน เชื่อได้ว่าจะทำให้พอใจคนที่กำลังหิวให้รองท้องไปได้นานพอควร ระหว่างการเดินทางกลับบ้าน หลังเล่นกีฬา REV  wrap มี 8 รสชาติให้เลือก ได้แก่ Pepperoni Pizza, Ham and Cheese, Peppered Turkey, Meat Lovers Pizza, Italian Style Ham, Hot Peppered Ham, Italian Style and Spicy Italian Style.

ไข่ต้มสุก ปอกเปลือก พร้อมสำหรับการบริโภคในทุกสถานที่ มีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ The Original Egg Company ได้เพิ่มตัวดูดกลิ่นที่พัฒนาขึ้นสำหรับกำจัดกลิ่นที่ใช้ในการค้าเนื้อแกะเข้าไปในซองเพื่อลดปัญหากลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เพื่อสร้างความมั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะไม่กวนใจจากปัญหาเรื่องกลิ่น

ผลิตภัณฑ์เนื้อวัวสไลด์อบแห้งปรุงแต่งกลิ่นรส ในแบรนด์ Kings Biltong  วางตำแหน่งเป็น ‘Supreme British Protein’ แสดงที่ฉลากว่าเป็นแหล่งโปรตีนถึง 50% เหมาะสำหรับนักกีฬาและผู้ฝึกสอน แต่มักพบมากในผับและบาร์

ผลิตภัณฑ์สแน็คบาร์ของ Nākd มีโปรตีน 18% ทำจากถั่วเหลือง ออกแบบมาสำหรับรับประทานก่อนและหลังออกกำลังกายเพื่อชะลอความหิว

3.    Keep you going

 Alpen Trail Bars สแน็คจากธัญพืช ผลไม้ และถั่วต่างๆ  ปรับขนาดเป็น 48 กรัมเพื่อให้อิ่มได้นานจนถึงมื้ออาหาร สะดวกสำหรับการพกพา

Cadbury Dairy Milk and Ritz crackers จับมือกันออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับการรับประทานเป็นอาหารว่างยามบ่าย

 

4.     World flavours  กระแสความนิยมบริโภคอาหารนานาชาติ(ethnic food) ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่าจะมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20% ในปี 2560 ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกรสชาติที่มีความโดดเด่นของอาหารแต่ละชาติออกมาจับกระแสด้วย ไม่เว้นแม้แต่สแน็ค

Gardenburger ผู้ผลิตสแน็คเจ (vegetarian) ได้ออก gardenbar 5 รสชาติใหม่ ซึ่งมีส่วนผสมของเครื่องเทศที่โดดเด่นของแต่ละชาติ เช่น วาซาบิ ลูกผักชี พริก เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ พร้อมทั้งปรับรูปร่างของบาร์

Kintaro วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เมล็ดฟักทองปรุงรส ‘Samurai Strength Superfood’ ใน 4 รสชาติ คือ วาซาบิ BBQ วานิลลา และสไปซี่

 

5.      Clever packaging  บรรจุภัณฑ์กลายเป็นสีสันและสิ่งดึงดูดผู้ซื้อที่สำคัญอันหนึ่งสำหรับผลิตภัณฑ์สแน็ค

Orville Redenbacher วางจำหน่ายข้าวโพดอบในบรรจุภัณฑ์รูปชามที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟและอบจนข้าวโพดพองฟูขึ้นมา โดยใช้บรรจุภัณฑ์ยืดหยุ่นได้ทั้งส่วนบนและด้านล่างที่ใสสามารถมองเห็นการพองตัวเหมือนกับที่เราดูเวลาซื้อข้าวโพดคั่วที่โรงหนัง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยังเป็นข้าวโพดแบบ whole grain 100% อีกด้วย

 

ในอังกฤษ Graze boxes เป็นที่คุ้นชินและพบเห็นทั่วไปในที่ทำงาน ที่บ้าน ในสหรัฐอเมริกาก็แพร่หลายมา 2- 3 ปี เป็นสแน็คที่จำหน่ายผ่านทางการสมัครสมาชิก ซึ่งต้องมีแผนการจัดการเรื่องการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

General Mills  วางแผนจะออก Nibblr snack boxes ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ โดยจะมีการออกแบบกล่องเล็กกล่องน้อยแยกบรรจุสแน็ค รูปแบบต่างๆ อยู่ภายในกล่องใหญ่ บรรจุในลักษณะสุ่ม เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความตื่นเต้นเมื่อเปิดออกมาและรักษาความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด

นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์สแน็คยังมีการพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ทั้งการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง เพื่อแสดงภาพลักษณ์ของสินค้าที่แตกต่าง

 

มุมมองผู้บริโภคต่อสแน็ค

จากข้อมูลของ Mintel ซึ่งสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค 5 ประเทศ ในยุโรปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สแน็คในช่วงปี 2555-2556 ในประเด็นคำถามที่ว่าปัจจัยอะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกสแน็ค พบว่าเหตุผลสำคัญของทั้งผู้บริโภคฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน คือเรื่องราคาสินค้า ขณะที่ผู้บริโภคอังกฤษให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่น่าเชื่อถือเป็นอันดับแรก ตามมาคือ ข้อเสนอพิเศษ ระดับราคาไม่มีผลต่อการตัดสินใจ  และพบว่าผู้บริโภคอย่างน้อย 1 ใน 4 คน เลือกสแน็คจากการมีส่วนผสมจากธรรมชาติ

สำหรับสแน็คกลุ่มที่มีสัดส่วนจำหน่ายสูงสุดในตลาดได้แก่กลุ่มที่ผลิตจากถั่ว ความเห็นผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สแน็คกลุ่มอบกรอบ จากถั่ว และรสเค็ม พบว่าผู้บริโภคฝรั่งเศสและเยอรมันร้อยละ 64 และ 65 เลือกบริโภคเพราะโปรดปรานในรสชาติมากกว่าจะคำนึงถึงปริมาณแคลอรี่

         ในช่วงปี 2553-2556 ผลิตภัณฑ์สแน็คที่ออกวางจำหน่ายในยุโรปจะเน้นกล่าวอ้างเรื่องผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากกว่าด้านอื่นๆ โดยในปี 2556 มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 33 ของผลิตภัณฑ์ที่ออกวางจำหน่าย รองลงมาคือกล่าวอ้างเรื่องเความเหมาะสำหรับสุขภาพ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างเรื่องการลดปริมาณสารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น น้ำตาลต่ำ ไขมันต่ำ ฯลฯ มีการผลิตภัณฑ์ใหม่ลดลง ซึ่งในปี 2556 (ก.พ.) ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกวางจำหน่ายในยุโรปที่มีการกล่าวอ้างที่สำคัญ 5 อันดับแรกคือ ไม่มีวัตถุเจือปนอาหาร ผลิตภัณฑ์เจ(vegetarian) ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ปราศจากกลูเตน ไขมันต่ำหรือไม่มีไขมัน โดยผลิตภัณฑ์สแน็คที่มีการกล่าวอ้างว่าไม่มีวัตถุเจือปนอาหารและผลิตภัณฑ์เจ(vegetarian) มีสัดส่วนใกล้เคียงกันอยู่ที่ร้อยละ 18 -19 ส่วนที่กล่าวอ้างเรื่องผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ปราศจากกลูเตน มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 8 -9

เอกสารอ้างอิง :

Snacking News & Innovation. Mintel. February 2014.

SNACKER 2013, SHAPING THE MARKET IN 2013/14 David Jago, Mintel. 2013.

Snack bar trends: Sweet, segmented, sustenance, March 2014 สืบค้นทางอินเตอร์เน็ต จาก www.candyindustry.com. เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2557.

download PDF

ทั้งหมด มี 2 รายการ

ผลการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคและปัจจัยการเลือกรับประทานอาหารในร้านอาหารไทยในยุโรปตะวันออก(โปแลนด์ ฮังการี เช็ก)

พฤศจิกายน 542
ยุโรปตะวันออกถือเป็นตลาดใหม่ หลายประเทศ เช่นโปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก โรมาเนีย บัลแกเรียจะมีอัตราการเติบโตสะสมของ GDP per capita อยู่ในอัตราเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 3 ขึ้นไปแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดีมีความน่าสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศกลุ่มยุโรปตะวันออก นอกจากนี้พบว่าแนวโน้มส่งออกของไทยไปตลาดนี้ก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เมื่อใช้เกณฑ์ด้านดัชนีการบริโภคอาหาร (Food Consumption per capita Index - FCI) รายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศการให้คะแนนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดย BMI (BMI’s Business Environment Rating %) อัตราการเติบโตสะสม 5 ปีของผลิตภัณฑ์มวลรวมที่แท้จริง (Accumulate Real GDP Growth % 5 Years) เป็นเกณฑ์ประเมินในการคัดเลือกประเทศเป้าหมาย ผลคะแนนสูงสุด 5 ประเทศแรก ได้แก่ สหพันธรัฐรัสเซีย ฮังการี โปแลนด์ เช็ก และสโลวาเกีย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดของสหพันธรัฐรัสเซียที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรมากกว่าประเทศอื่นในกลุ่มสูงมาก จึงเลือกศึกษาประเทศฮังการีโปแลนด์ เช็ก ในปี 2556 และ รัสเซียดำเนินการศึกษาในปี 2557

Links